ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำถือเป็นวาระเร่งด่วนที่กระทบต่อระบบนิเวศและปากท้องของพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างรุนแรง ล่าสุดรัฐบาลได้มีการสั่งการให้ ตั้งทีมเคลื่อนที่เร็ว 21 จังหวัด ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้อย่างเป็นระบบและเด็ดขาด
ตั้งทีมเคลื่อนที่เร็ว 21 จังหวัด ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ
การดำเนินงานในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้ทำงานเชิงรุก โดยเน้นการจัดตั้งคณะเคลื่อนที่เร็วหรือ Task Force ในพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดทั้ง 21 จังหวัด เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานจริง การมีทีมงานเฉพาะกิจในระดับพื้นที่ช่วยลดขั้นตอนด้านเอกสาร ทำให้สามารถลงพื้นที่ล่าและจับปลาหมอคางดำได้ทันท่วงที ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตัดวงจรการแพร่พันธุ์ของปลาชนิดนี้
มาตรการเด็ดขาดเพื่อการควบคุมอย่างยั่งยืน
นอกจากจะมีนโยบาย ตั้งทีมเคลื่อนที่เร็ว 21 จังหวัด ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ แล้ว รัฐบาลยังได้กำหนดมาตรการเชิงรุก 7 ด้าน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้:
- การเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
- การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อควบคุมประชากรในระยะยาว
- การนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักและปลาป่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- การปิดกั้นพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
- การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนให้ร่วมเป็นหูเป็นตา
- การใช้เทคโนโลยี DNA และระบบ Tracking เพื่อติดตามการระบาด
- การฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์หลังการควบคุม
ในด้านงบประมาณ แม้ว่าเดิมจะมีการวางแผนใช้งบประมาณปี 2570 ไว้ราว 70-90 ล้านบาท แต่ด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงเตรียมขอใช้งบกลางเพิ่มเติมอีกประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อให้มั่นใจว่าการ ตั้งทีมเคลื่อนที่เร็ว 21 จังหวัด ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ จะมีทรัพยากรสนับสนุนที่เพียงพอและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ในมุมมองของเรา การแก้ปัญหานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ หากทุกคนร่วมใจกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการพบเห็นปลาชนิดนี้โดยเร็ว เชื่อว่าเราจะสามารถกู้คืนสมดุลของแหล่งน้ำในประเทศไทยกลับมาได้อีกครั้งครับ
ที่มา – ตั้งทีมเคลื่อนที่เร็ว 21 จังหวัด ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ เตรียมงบกลาง หนุนควบคุมการระบาด


