'ปกรณ์' สั่ง สำนักพุทธฯทำงานเชิงรุก ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลทุกวัด

ปกรณ์ สั่งสำนักพุทธฯ ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงทุกวัด

ปกรณ์ สั่งสำนักพุทธฯ ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงทุกวัด

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ออกมาประกาศนโยบายเชิงรุกเพื่อจัดระเบียบวงการสงฆ์ไทย โดยเฉพาะการสั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เร่งดำเนินการในเรื่อง “ปกรณ์” สั่ง สำนักพุทธฯทำงานเชิงรุก ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลทุกวัด เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการจัดการทรัพย์สินและเงินบริจาค ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปการตรวจสอบภายในวัดทั่วประเทศ

ก้าวสำคัญสู่ความโปร่งใส: ปกรณ์ สั่ง สำนักพุทธฯทำงานเชิงรุก ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลทุกวัด

ปัญหาที่ผ่านมาเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินวัดมักจะเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ของความไม่ชัดเจน นายปกรณ์จึงได้เน้นย้ำว่า การทำงานแบบเดิมที่ล่าช้าหรือย่อหย่อนนั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไป สำหรับมาตรการใหม่ที่กำลังดำเนินการมีรายละเอียดดังนี้:

  • พัฒนาระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับวัดทั่วประเทศ
  • เชื่อมโยงข้อมูลรายรับ-รายจ่ายผ่านระบบบัญชีกลาง
  • ใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของทรัพย์สินวัด
  • ยกระดับการตรวจสอบให้มีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้น

นายปกรณ์กล่าวว่า การที่ “ปกรณ์” สั่ง สำนักพุทธฯทำงานเชิงรุก ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลทุกวัด ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการควบคุม แต่เป็นการสร้างเกราะป้องกันให้พระพุทธศาสนาสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น แม้ท่านจะยอมรับว่าใจคนเป็นเรื่องที่ควบคุมยากที่สุด แต่การสร้างระบบบัญชีที่ตรวจสอบได้จะช่วยป้องกันปัญหาทุจริตตั้งแต่วงจรต้นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินเกินตัวหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางการเงิน หากระบบเหล่านี้สมบูรณ์ เราจะสามารถเห็นความผิดปกติได้ทันท่วงทีและระงับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้ก่อนที่จะลุกลามใหญ่โต

ในส่วนของการตั้งคำถามว่าสำนักพุทธฯ ทำงานเชิงรุกได้จริงหรือไม่ รองนายกฯ ยืนยันว่าขณะนี้ทาง พศ. ได้รับงบประมาณสำหรับการจัดทำฐานข้อมูลอย่างจริงจังแล้ว ซึ่งแต่เดิมเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเพราะไม่มีฐานข้อมูลกลาง การนำเอาระบบบัญชีดิจิทัลมาใช้จะทำให้การตรวจสอบเข้าถึงทุกวัดได้อย่างเป็นระบบมากกว่าการจดบันทึกด้วยมือที่ตรวจสอบยากและไม่โปร่งใสเท่าที่ควร

ท้ายที่สุดแล้ว แม้เทคโนโลยีและกฎหมายจะช่วยคัดกรองพฤติกรรมได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นความศรัทธาของชาวพุทธที่ต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตา การปฏิรูปครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า รัฐบาลจะไม่นิ่งเฉยต่อปัญหาที่กระทบต่อศรัทธาของประชาชน และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้วัดเป็นสถานที่ที่น่าเลื่อมใสและตรวจสอบได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “ปกรณ์” สั่ง สำนักพุทธฯทำงานเชิงรุก ทำฐานข้อมูลระบบบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลทุกวัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: