การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชน การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟและเส้นทางรถไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
รฟท. จับมือ กทม. พัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการมอบอำนาจให้ กทม. เข้ามาดูแล บำรุงรักษา และจัดทำบริการสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟฯ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยขอบเขตความร่วมมือจะครอบคลุมงานสำคัญต่างๆ ดังนี้:
- การก่อสร้าง ปรับปรุง และซ่อมแซมถนน
- การจัดระเบียบการจอดรถและการจัดการจราจร
- การก่อสร้างและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำ
- การก่อสร้างและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
- ภารกิจอื่นๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครตามกฎหมาย
ความร่วมมือนี้จะส่งผลให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้น มีความสะดวกสบายในการเดินทาง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
“การรถไฟฯ พยายามดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่ยังขาดกำลังคน ทั้งบุคลากรและงบประมาณ อีกทั้งไม่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษา ดังนั้น การส่งมอบภารกิจการดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในวันนี้ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ และทำให้เกิดความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนมากขึ้น” นายวีริศ กล่าวย้ำ
ขอบเขตพื้นที่ความร่วมมือจะครอบคลุมถนนกำแพงเพชร 1, 2, 3, 4, 6 และ 7 รวมถึงสะพานข้ามคลอง สะพานข้ามทางรถไฟ สะพานกลับรถ และถนนอุโมงค์ลอดทางรถไฟบางซื่อ พร้อมทั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และระบบระบายน้ำของอุโมงค์ในพื้นที่ถนนกำแพงเพชร 6 และถนนวงเวียนใหญ่–ตลาดพลู โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้มีระยะเวลา 15 ปี เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างยั่งยืน การที่ รฟท. จับมือ กทม. พัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ ถือเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ทำไม รฟท. จับมือ กทม. พัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ ถึงสำคัญ?
ความร่วมมือระหว่าง รฟท. และ กทม. ในการพัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม การที่ กทม. เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลจัดการพื้นที่ จะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างตรงจุดและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การพัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ ยังเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับเมืองหลวง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย
การที่รฟท. จับมือ กทม. พัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
ดังนั้น การร่วมมือกันครั้งนี้ จึงเป็นข่าวดีสำหรับประชาชน ที่จะได้ใช้บริการสาธารณะที่ดีขึ้น สะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น
ที่มา – รฟท.-กทม. ลงนาม MOU พัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ เพื่อความสะดวก–ปลอดภัยประชาชน




