“วันนอร์” ประเมินความเป็นไปได้ สภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 วันที่ 4-5 ก.ย. เผยขั้นตอนหากเสนอชื่อ 2 คน ต้องขานชื่อลงคะแนนแบบเปิดเผย ด้านเลขาธิการสภาฯ สั่งสแตนด์บายวันโหวตนายกฯ 4 วัน
วันที่ 1 กันยายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการ สภาโหวตนายกฯ คนที่ 32 ว่า มอบให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวกลางรับเรื่องจากพรรคการเมืองที่มีความพร้อมเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อพิจารณาตามข่าวที่ว่า พรรคประชาชนจะประชุมตัดสินใจในวันนี้ จึงคิดว่าวันที่ 3 กันยายน 2568 ไม่น่าจะทัน เนื่องจากหากจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีต้องแจ้ง สส. ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ดังนั้น จะเหลือวันที่ 4 และ 5 กันยายน 2568 ที่เป็นไปได้ในการ สภาโหวตนายกฯ
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อไปว่า สภาฯ ก็พร้อมเพราะนัดหมายประชุมไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 3-5 กันยายน 2568 แต่เมื่อบรรจุวาระเป็นเรื่องด่วนต้องขอเสียงจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาอยู่ดี อยากให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จโดยเร็ว ไม่ให้ประเทศเว้นว่างไม่มีนายกรัฐมนตรีนาน เพราะมีผลต่อความเชื่อมั่นประเทศ แต่หากเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีมากกว่า 2 คน ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบวาระ โดยการขานชื่อแบบเปิดเผย
ทางด้าน ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ยังไม่มีพรรคการเมืองใดติดต่อประสานแจ้งเพิ่มระเบียบวาระเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ประธานสภาฯ สั่งให้สแตนด์บายไว้ 4 วันคือ 3-5 กันยายน และ 10 กันยายน 2568
“วันนอร์” ประเมิน 4-5 ก.ย. สภาโหวตนายกฯ คนที่ 32 หากเสนอ 2 คน ขานชื่อลงคะแนน
ความเป็นไปได้ในการ สภาโหวตนายกฯ
จากสถานการณ์ปัจจุบัน การ สภาโหวตนายกฯ ในวันที่ 4-5 กันยายนนี้ มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดวันโหวตที่แน่นอน คือ ความพร้อมของพรรคการเมืองในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี
หากพรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ทันตามกรอบเวลาที่วางไว้ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็สามารถเกิดขึ้นได้ในวันที่ 4 หรือ 5 กันยายน แต่หากมีความล่าช้าเกิดขึ้น อาจจะต้องมีการเลื่อนวันโหวตออกไป
สิ่งที่น่าจับตามอง คือ การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี หากพรรคประชาชนตัดสินใจเสนอชื่อ การแข่งขันในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ จำนวนผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นอีกปัจจัยที่น่าสนใจ หากมีผู้ถูกเสนอชื่อมากกว่าสองคน จะต้องดำเนินการลงคะแนนโดยการขานชื่อแบบเปิดเผย ซึ่งจะส่งผลต่อบรรยากาศในการประชุมและผลการลงคะแนนอย่างแน่นอน
การที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน การ สภาโหวตนายกฯ ที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย
ไม่ว่าผลการโหวตจะเป็นอย่างไร หวังว่าประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีที่สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้า และแก้ไขปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้
ที่มา – “วันนอร์” ประเมิน 4-5 ก.ย. สภาโหวตนายกฯ คนที่ 32 หากเสนอ 2 คน ขานชื่อลงคะแนน


