'หมอวรงค์' จี้ ศธ. ตรวจสอบจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะส่อล็อกสเปก

หมอวรงค์ จี้ ศธ. ตรวจสอบจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะส่อล็อกสเปก

ประเด็น หมอวรงค์ จี้ ศธ. ตรวจสอบจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะส่อล็อกสเปก กำลังได้รับความสนใจจากสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งตรวจสอบการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ หรือ TOR สำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อการศึกษา โดยเน้นไปที่อุปกรณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ.

ข้อเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขบางประการในเอกสารจัดซื้ออาจจำกัดการแข่งขัน หรือเปิดช่องให้ผู้ประกอบการบางรายได้เปรียบ แม้ยังไม่มีข้อสรุปว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริงก็ตาม การตรวจสอบอย่างเป็นระบบจึงมีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่ชัดเจน และทำให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

หมอวรงค์ จี้ ศธ. ตรวจสอบจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะส่อล็อกสเปก

นพ.วรงค์แถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา โดยระบุว่า ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบการจัดทำ TOR และคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ที่ใช้ในสถานศึกษาอาชีวะอย่างละเอียด ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกล่าวหาผู้บริหารหรือหน่วยงานใดโดยตรง แต่เป็นการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ

หัวหน้าพรรคไทยภักดีย้ำว่า การใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนควรเกิดประโยชน์สูงสุด ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อควรมีคุณภาพเหมาะสมกับการเรียนการสอน และควรเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม หากข้อกำหนดมีความเฉพาะเจาะจงมากเกินไป อาจทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นไม่สามารถเสนอราคาได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการแข่งขันและการประหยัดงบประมาณ

ประเด็น TOR และการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ

จากข้อมูลที่มีการนำเสนอ ประเด็นนี้สืบเนื่องจากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่สอง โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเอกสารงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ นพ.วรงค์ระบุว่า พบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ปรากฏอยู่ในเอกสารของสำนักงบประมาณตั้งแต่ต้น ไม่ได้ปรากฏเฉพาะใน TOR ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ

ข้อสังเกตดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า กระบวนการกำหนดรายละเอียดของครุภัณฑ์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงใด ใครเป็นผู้จัดทำข้อมูล และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านหรือไม่ การตอบคำถามเหล่านี้อย่างชัดเจนจะช่วยลดข้อสงสัย และทำให้สังคมมั่นใจว่าการจัดทำงบประมาณไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับผู้ขายรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ

เหตุผลที่ควรตรวจสอบการจัดซื้ออย่างรอบด้าน

การตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่มีความผิดแล้ว แต่เป็นกลไกปกติที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา โดยเฉพาะโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนหลายพื้นที่ การตรวจสอบที่ดีควรพิจารณาทั้งความจำเป็นของครุภัณฑ์ ราคากลาง คุณสมบัติทางเทคนิค จำนวนผู้เข้าร่วมเสนอราคา และผลสัมฤทธิ์หลังจากจัดซื้อไปแล้ว

  • ตรวจสอบว่าคุณลักษณะเฉพาะสอดคล้องกับการใช้งานจริงหรือไม่
  • พิจารณาว่าเงื่อนไขใน TOR เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมได้หรือไม่
  • เปรียบเทียบราคากับสินค้าที่มีคุณภาพและคุณสมบัติใกล้เคียงกันในตลาด
  • ตรวจสอบขั้นตอนการจัดทำเอกสารและการอนุมัติงบประมาณอย่างเป็นลำดับ
  • เปิดเผยข้อมูลสำคัญเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานตรวจสอบสามารถติดตามได้

นพ.วรงค์ยังระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบข้อกำหนดในลักษณะเดียวกันตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 ต่อเนื่องมาถึงปีงบประมาณ 2570 จึงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการลงพื้นที่และสืบหาข้อเท็จจริง การตรวจสอบย้อนหลังจะช่วยให้เห็นภาพว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นครั้งเดียว หรือเป็นรูปแบบที่ดำเนินต่อเนื่องหลายปี

สำหรับประชาชน การติดตามเรื่องนี้ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและความเข้าใจในขั้นตอนราชการ ไม่ควรรีบด่วนสรุปว่ามีการล็อกสเปกหรือทุจริตจนกว่าหน่วยงานที่มีอำนาจจะตรวจสอบและเปิดเผยผลอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การตั้งคำถามจากภาคการเมืองและสังคมถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบการทำงานภาครัฐ และช่วยผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ มีคำอธิบายที่ชัดเจนมากขึ้น

หมอวรงค์ จี้ ศธ. ตรวจสอบจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะส่อล็อกสเปก จึงไม่ใช่เพียงข่าวการเมือง แต่ยังสะท้อนความสำคัญของระบบจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เพราะงบประมาณด้านการศึกษาเกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตของเด็กและเยาวชน หากทุกขั้นตอนเปิดเผย ตรวจสอบได้ และแข่งขันอย่างเป็นธรรม ก็จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ท้ายที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมเปิดเผยหลักเกณฑ์และผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ หากพบว่าข้อกำหนดบางส่วนไม่เหมาะสม ก็ควรปรับปรุงให้เกิดการแข่งขันที่กว้างขึ้น ความโปร่งใสในวันนี้จะช่วยปกป้องงบประมาณการศึกษา และทำให้ครุภัณฑ์ที่ส่งถึงสถานศึกษาเกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง

ที่มา – “หมอวรงค์” จี้ ศธ. ตรวจสอบจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะส่อล็อกสเปก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: