'อนุทิน' พบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิ

นายกฯ อนุทิน พบชุมชนไทยในสิงคโปร์ ย้ำไทย – สิงคโปร์เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมสุขภาพ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ ห้อง Bras Basah โรงแรม InterContinental Singapore นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมพบปะชุมชนไทย แรงงานไทย และกลุ่มนักเรียน นักศึกษาไทยในสิงคโปร์ กว่า 100 คน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาพบพี่น้องชาวไทยและเพื่อนมิตรประเทศในสิงคโปร์ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง และสันติภาพของภูมิภาค ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน หากเกิดปัญหากับประเทศใดประเทศหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค ดังนั้น รัฐบาลจะบริหารสถานการณ์โดยยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก รักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างถึงที่สุด พร้อมมุ่งแสวงหาสันติภาพและความร่วมมือ มากกว่าความขัดแย้ง ไทยยังคงทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือในภูมิภาค เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลก ผ่านการจัดงาน SET Government Roadshow 2025

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยและสิงคโปร์ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค โดยไทยจะจัดสรรข้าวสำรองจำนวน 100,000 ตัน ให้แก่สิงคโปร์ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤตอาหารในอนาคต ซึ่งไทยจะไม่เพียงมุ่งส่งออกข้าวในลักษณะสำรองเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้สิงคโปร์นำเข้าข้าวและอาหารแปรรูปจากไทยเพื่อการบริโภคจริง ซึ่งจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้าน Food Security ให้เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น และย้ำว่า พี่น้องชาวไทยในต่างแดนทุกท่านคือ “ทูตประชาชนของชาติ” ทุกครั้งที่กล่าวกับใครว่า “มาจากประเทศไทย” นั่นคือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบ้านเกิดของเรา โดยรัฐบาลจะดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน และสร้างโอกาสให้ทุกท่านมีชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัย

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ทีมประเทศไทย พร้อมด้วยนักวิชาการจากสถาบันชั้นนำและภาคเอกชนในสิงคโปร์ อาทิ ISEAS–Yusof Ishak Institute, National University of Singapore (NUS), Nanyang Technological University (NTU), A*STAR – Agency for Science, Technology and Research และ AMRO Asia รวมถึงผู้แทนจากภาคเทคโนโลยีและดิจิทัล เช่น Google, Meta, LinkedIn, TikTok, CapCut, Datadog, Elastic, Deel, Amazon, True Digital, CAD-IT และ Pico Art ตลอดจนภาคการเงินและการลงทุน ได้แก่ UOB, Schroders, BlackRock, Nomura, PTT Trading และ S&P Global ภาคอุตสาหกรรมและที่ปรึกษา เช่น Toyota Tsusho Mobility Informatics, Boyd Marine, AVEVA, Sumitomo Chemical Asia และ Terra Oleo รวมถึงภาคธุรกิจออกแบบและบริการ ได้แก่ Folks Collective, L’eSpace Design, Saviynt และ Brand200

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนสมาคมและองค์กรชุมชนไทยในสิงคโปร์ อาทิ สมาคมไทยในสิงคโปร์ คณะกรรมการอาสาสมัครแรงงานไทย (อสร.) และสมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษาไทยจากสถาบันต่าง ๆ เช่น NUS, NTU, SUTD, SMU และมหาวิทยาลัยมหิดล (โครงการแลกเปลี่ยน) รวมถึงนักเรียนทุนอาเซียน รวมทั้งผู้ประกอบการและอาชีพอิสระในสิงคโปร์ ซึ่งต่างเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างอบอุ่น

การที่ อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ และย้ำถึงการดูแลสิทธิประโยชน์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลไทยมีต่อประชากรของตนในต่างแดน การสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับคนไทยในต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

สถานการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้งสองประเทศอีกด้วย

อนาคตและความคาดหวังในการดูแลคนไทยในต่างแดน

จากกรณีที่อนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ เราหวังว่าจะได้เห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในการสนับสนุนและคุ้มครองคนไทยในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การทำงาน หรือการใช้ชีวิต

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดนเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การพบปะพูดคุยและรับฟังปัญหาของคนไทยในต่างแดนโดยตรง ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

การเดินทางไปพบปะอนุทินพบคนไทยในสิงคโปร์ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะรับฟังและแก้ไขปัญหาของคนไทยในต่างแดนอย่างจริงจัง หวังว่าการดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดนจะเป็นนโยบายที่ยั่งยืนและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “อนุทิน” พบคนไทยในสิงคโปร์ ยันดูแลสิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: