อนุทินพร้อมเปิดอกเคลียร์ มท. หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโยกย้ายหรือการเปลี่ยนบทบาทของข้าราชการ โดยยืนยันว่า ทุกตำแหน่งมีความสำคัญและสามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้ ไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ควรถูกมองว่าเป็นสถานที่สำหรับเก็บคนที่มีปัญหาหรือไม่เป็นที่ต้องการ
วันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างมอบนโยบายแก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยว่า รู้สึกเสียดายและใจหายที่ผู้บริหารหลายคนกำลังจะเกษียณอายุราชการ ทั้งอธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 13 คน
นายอนุทินกล่าวชื่นชมผู้บริหารที่กำลังเกษียณว่า ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชนมาอย่างทุ่มเท การทำงานตลอดช่วงชีวิตราชการถือเป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจ พร้อมอวยพรให้ทุกคนมีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ และเชื่อว่าหลายคนยังสามารถนำความรู้และประสบการณ์กลับมาช่วยงานราชการได้ในอนาคต
อนุทินพร้อมเปิดอกเคลียร์ มท.
ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ การอธิบายบทบาทของผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีระบุว่า อยากให้ผู้ตรวจราชการเข้ามารายงานและทำงานอย่างเต็มที่ เพราะตำแหน่งนี้ไม่ใช่การถูกส่งไปเก็บเข้ากรุ แต่เป็นโอกาสให้ได้ทบทวนการทำงาน ใช้สติ และนำความรู้ไปดูแลพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย
ในมุมของนายอนุทิน ผู้ตรวจราชการมีเขตรับผิดชอบกว้างกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลเพียงจังหวัดเดียว อีกทั้งยังสามารถใช้อำนาจและกลไกของกระทรวงในการประสานงานได้ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับตำแหน่งควรมองเห็นโอกาสในการแสดงผลงาน มากกว่าจะมองว่าเป็นการลดบทบาทหรือการถูกพักงาน
อนุทินพร้อมเปิดอกเคลียร์ มท. และให้โอกาสทุกคน
นายอนุทินย้ำว่า ตนเองไม่ใช่คนที่พกพาความโกรธแค้นหรือความไม่พอใจไปกับการทำงาน และพร้อมให้โอกาสทุกคน หากมีการโยกย้ายหรือเปลี่ยนหน้าที่ ย่อมมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ โดยเฉพาะเมื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยนำเรื่องต่าง ๆ มาหารือ การตัดสินใจจะพิจารณาจากความเหมาะสมและผลการทำงานเป็นสำคัญ
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การโยกย้ายในระบบราชการไม่ควรตีความจากข่าวลือหรือความรู้สึกส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ข้าราชการควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจน และผู้บังคับบัญชาควรเปิดพื้นที่ให้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและช่วยให้ทุกฝ่ายเดินหน้าทำงานได้ดีขึ้น
- ทุกตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทยสามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้
- ผู้ตรวจราชการมีหน้าที่ติดตามงานและรับผิดชอบพื้นที่หลายจังหวัด
- การโยกย้ายควรพิจารณาจากผลงาน ความเหมาะสม และภารกิจของหน่วยงาน
- ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถขอคำอธิบายและพูดคุยกับผู้บริหารได้
นายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า ทุกคนมีโอกาสก้าวหน้าและมีโอกาสเปลี่ยนบทบาทอยู่เสมอ ไม่มีใครควรคิดว่าเมื่อถูกส่งไปอยู่ตำแหน่งใดแล้วจะต้องอยู่ที่เดิมตลอดไป เพราะระบบราชการจำเป็นต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน เพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้ภารกิจใหม่และนำประสบการณ์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ
นายอนุทินยังเปรียบเทียบกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งข้าราชการจำนวนมากมองตำแหน่งผู้ตรวจราชการเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการพัฒนาประสบการณ์และเติบโตไปสู่ตำแหน่งอธิบดีหรือปลัดกระทรวง พร้อมย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยเองก็มีปลัดกระทรวงหลายคนที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการมาก่อน จึงไม่ควรสร้างค่านิยมว่าตำแหน่งนี้เป็นจุดสิ้นสุดของความก้าวหน้า
สาระสำคัญจากการมอบนโยบายครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการโยกย้ายบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อสารถึงวัฒนธรรมการทำงานที่ควรเปิดใจกว้าง รับฟังเหตุผล และมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับ การทำงานในทุกพื้นที่ย่อมมีความท้าทายแตกต่างกัน แต่หากผู้ปฏิบัติงานตั้งใจจริง ก็สามารถสร้างผลงานที่มีคุณค่าได้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด
สำหรับข้าราชการที่ยังรู้สึกคาใจ นายกรัฐมนตรีฝากว่า สามารถเข้ามาพูดคุยและสอบถามเหตุผลได้ เพราะการเปิดอกคุยกันถือเป็นเรื่องดี ช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงาน และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจภาพรวมของนโยบายมากขึ้น
มุมมองนี้นับเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะการบริหารคนในองค์กรขนาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัยทั้งความชัดเจนและความไว้วางใจ หากทุกฝ่ายกล้าสื่อสารอย่างสุภาพ ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และพร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งก็อาจกลายเป็นโอกาสใหม่ในการทำงานเพื่อประชาชนได้
ท้ายที่สุด ข้าราชการทุกคนควรใช้บทบาทที่ได้รับอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการ หรือผู้บริหารระดับใด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ชื่อของตำแหน่ง แต่คือผลงานที่เกิดขึ้นจริงและความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้ หากใครมีเรื่องคาใจ การพูดคุยด้วยเหตุผลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจและการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น
ที่มา – “อนุทิน” พร้อมเปิดอกเคลียร์ มท. หากใครคาใจ ชี้ตำแหน่ง “ผู้ตรวจฯมหาดไทย” ให้ไปสงบใช้สติ


