เชื่อว่าคงไม่มีใครลืมเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับนายปัญญา คงแสนคำ หรือ “ลุงเปี๊ยก” ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีมหากาพย์การฆาตกรรมป้าบัวผัน จนกลายเป็นประเด็นสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญออกมาแล้ว เมื่ออัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายในประเทศไทย
อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน
เหตุการณ์คดีพิเศษที่ 9/2567 นี้เริ่มต้นจากการที่ลุงเปี๊ยกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อรัญประเทศ กักขังและทรมานด้วยการคลุมถุงดำรวมถึงการปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นจัดเพื่อบีบบังคับให้เขารับสารภาพ ผิดกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวมรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนให้อัยการ จนนำมาสู่การสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 รายในความผิดหลายข้อหา
รายละเอียดการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจและข้อหาความผิด
สำหรับมูลเหตุที่ อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน นั้น ได้มีการระบุข้อหาที่ครอบคลุมดังนี้:
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157: เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- กฎหมายอาญา มาตรา 309 และ 310: ความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่น และการหน่วงเหนี่ยวกักขัง
- พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565: ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับสำคัญในการปกป้องสิทธิมนุษยชนจากเจ้าหน้าที่รัฐ
รายชื่อเจ้าหน้าที่ทั้ง 7 ราย ได้แก่ ร.ต.อ.พงศภัค, พ.ต.ท.พิชิต, พ.ต.ท.นิติธร, ร.ต.อ.พชร, ด.ต. ภิเศก, จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ และ ส.ต.อ.ชัยศิริ โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้นัดสอบคำให้การในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่จะถึงนี้
บทเรียนจากกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมไทยกำลังก้าวข้ามการใช้อำนาจมืดอย่างไม่ถูกต้อง การที่ผู้กระทำผิดถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการศาลจะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่า เจ้าหน้าที่รัฐคนใดที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบจะต้องได้รับผลของการกระทำนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์และรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมเอาไว้
ที่มา – อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน


