เกาหลีเหนือส่งแรงงานไปผลิตโดรนในรัสเซีย กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังรายงานของทีมติดตามมาตรการคว่ำบาตรพหุภาคี หรือ MSMT เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยังคงส่งแรงงานจำนวนมากไปทำงานในต่างประเทศ แม้การดำเนินการดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดมติคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
รายงานประเมินว่า มีแรงงานเกาหลีเหนือในต่างประเทศประมาณ 35,600-101,280 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในจีนและรัสเซีย แรงงานเหล่านี้สร้างรายได้ให้รัฐบาลเกาหลีเหนือราว 450-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45-2.58 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การส่งแรงงานออกนอกประเทศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับความมั่นคงและการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือด้วย
เกาหลีเหนือส่งแรงงานไปผลิตโดรนในรัสเซีย
หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงานคือ การพบแรงงานเกาหลีเหนือบางส่วนทำงานในโรงงานผลิตโดรนทางทหาร รวมถึงโรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาวุธของรัสเซีย โดยแรงงานกลุ่มนี้อาจมีบทบาทในงานภาคการผลิต งานประกอบชิ้นส่วน งานก่อสร้าง หรือการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม แม้รายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่ของแรงงานแต่ละคนยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด
จนถึงช่วงปลายปี 2568 รัสเซียมีแรงงานเกาหลีเหนือประมาณ 15,000-30,000 คน รายงานยังระบุว่า มีการใช้โครงการวีซ่านักเรียนเป็นช่องทางอำพรางสถานะของแรงงานบางส่วน ทำให้แรงงานสามารถเดินทางเข้าไปทำงานได้ แม้ตามหลักการแล้ววีซ่าดังกล่าวควรใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่การทำงานในภาคอุตสาหกรรมหรือโรงงานผลิตอาวุธ
ทำไมเกาหลีเหนือส่งแรงงานไปผลิตโดรนในรัสเซีย
เหตุผลสำคัญคือรายได้จากแรงงานต่างประเทศช่วยนำเงินกลับเข้าสู่เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ รายงานประเมินว่า แรงงานเกาหลีเหนือในรัสเซียมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 7,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี หรือราว 2.4 แสนบาท และในบางอุตสาหกรรมอาจได้รับค่าจ้างรายเดือนสูงกว่าแรงงานเกาหลีเหนือในจีนถึง 5 เท่า
อย่างไรก็ตาม แรงงานอาจไม่ได้รับรายได้ทั้งหมดด้วยตนเอง เนื่องจากทางการเกาหลีเหนือมีระบบควบคุมแรงงานและการจัดสรรรายได้อย่างเข้มงวด เงินส่วนหนึ่งอาจถูกส่งกลับประเทศหรือถูกจัดเก็บผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการของรัฐ รวมถึงโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธตามข้อกล่าวหาที่ปรากฏในรายงาน
จีนยังเป็นแหล่งรวมแรงงานเกาหลีเหนือรายใหญ่
นอกจากรัสเซียแล้ว จีนยังเป็นประเทศที่มีแรงงานเกาหลีเหนืออยู่มากที่สุด โดยคาดว่ามีจำนวนระหว่าง 20,000-70,000 คน แม้ระหว่างปี 2566-2568 จะมีแรงงานประมาณ 10,000-20,000 คนถูกส่งกลับเกาหลีเหนือเป็นการชั่วคราว แต่ช่วงเดือนมกราคม 2568 ถึงมกราคม 2569 มีแรงงานชุดใหม่เดินทางเข้าจีนประมาณ 10,000 คน
แรงงานในจีนส่วนใหญ่อาจทำงานในภาคการผลิต ร้านอาหาร ก่อสร้าง สิ่งทอ และงานบริการบางประเภท การเดินทางเข้าออกของแรงงานกลุ่มนี้มีความซับซ้อน เพราะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่และนายจ้างที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน แรงงานจำนวนมากถูกจำกัดการติดต่อกับบุคคลภายนอก ทำให้การตรวจสอบสภาพการทำงานและสิทธิแรงงานทำได้ยาก
- แรงงานเกาหลีเหนือในต่างประเทศมีจำนวนหลายหมื่นถึงหลักแสนคน
- จีนและรัสเซียเป็นจุดหมายปลายทางหลักของแรงงานกลุ่มนี้
- รายได้จากแรงงานอาจถูกนำไปสนับสนุนโครงการของรัฐบาลเกาหลีเหนือ
- แรงงานบางส่วนในรัสเซียเกี่ยวข้องกับโรงงานผลิตโดรนและอุตสาหกรรมอาวุธ
- การใช้วีซ่านักเรียนอาจเป็นช่องทางอำพรางการทำงาน
ผลกระทบต่อมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ
การส่งแรงงานเกาหลีเหนือไปทำงานในต่างประเทศเป็นประเด็นที่ท้าทายต่อระบบคว่ำบาตรระหว่างประเทศ เพราะมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีเป้าหมายจำกัดรายได้ที่อาจนำไปใช้พัฒนาโครงการอาวุธ อย่างไรก็ตาม รายงานของ MSMT ระบุว่า มีอย่างน้อย 17 ประเทศที่ถูกสงสัยว่ายังคงรับแรงงานเกาหลีเหนือเข้าทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้มาตรการยังมีช่องว่าง
MSMT เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติดำเนินการกับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร รวมทั้งเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ พิจารณาจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อติดตามมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือขึ้นมาอีกครั้ง การมีหน่วยงานติดตามอย่างเป็นระบบจะช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงิน การเดินทางของแรงงาน และความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทต่างชาติกับหน่วยงานของเกาหลีเหนือได้ชัดเจนขึ้น
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้
ประเด็นที่น่าจับตาคือ จำนวนแรงงานเกาหลีเหนือในรัสเซียจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ และแรงงานเหล่านี้จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดรนมากขึ้นเพียงใด นอกจากนี้ ยังควรติดตามว่าประเทศต่าง ๆ จะตรวจสอบการใช้วีซ่านักเรียนและช่องทางอื่นที่อาจถูกนำมาใช้หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอย่างไร
เรื่องนี้สะท้อนว่าแรงงานข้ามชาติสามารถเชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคง และเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้โดยตรง การติดตามข้อมูลจากหลายแหล่งและแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อกล่าวหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้สนใจข่าวต่างประเทศ ควรติดตามรายงานฉบับใหม่ของหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
มุมมองสำคัญ: กรณีเกาหลีเหนือส่งแรงงานไปผลิตโดรนในรัสเซียไม่ควรถูกมองเพียงเรื่องแรงงานหรือรายได้เท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงผลต่อความมั่นคง สิทธิแรงงาน และประสิทธิภาพของมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศด้วย
ที่มา – เผยเกาหลีเหนือส่งแรงงาน 1 แสนคนไปต่างแดน บางส่วนไปผลิตโดรนทหารในรัสเซีย


