เอกนิติชง ครม. ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน หลังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 ก.ย. 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการต่ออายุโครงการจากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2569
โครงการไทยช่วยไทยพลัสจัดทำขึ้นเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานและราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามและเศรษฐกิจโลก รัฐบาลมองว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่คลี่คลาย จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ในชีวิตประจำวัน และช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้หมุนเวียนมากขึ้น
เอกนิติชง ครม. ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะขยายเวลาโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างแน่นอน เนื่องจากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และอาจส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตามมา การต่ออายุมาตรการจึงเป็นแนวทางสำคัญในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน
อย่างไรก็ตาม การกำหนดวงเงินช่วยเหลือและรายละเอียดของมาตรการจะต้องพิจารณาจากงบประมาณที่มีอยู่ก่อน โดยรัฐบาลต้องการใช้เงินทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันยังมีเงินคงเหลือในวงเงินส่วนแรกประมาณเกือบ 50,000 ล้านบาท จากวงเงินตามพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งจัดสรรไว้สำหรับการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
เอกนิติชง ครม. ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน เพื่อดูแลค่าครองชีพ
กระทรวงการคลังระบุว่า การต่ออายุโครงการคาดว่าจะใช้รูปแบบเดิม คือมาตรการร่วมจ่าย 60/40 โดยรัฐจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายในส่วนที่เหลือ รูปแบบดังกล่าวมีเป้าหมายให้เงินช่วยเหลือถูกนำไปใช้จริงกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน
นายเอกนิติกล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 22 ก.ย. 2569 และคาดว่าจะสามารถต่ออายุโครงการได้อีกประมาณ 2 เดือน หากได้รับการอนุมัติ มาตรการจะเดินหน้าต่อเนื่องจากช่วงเดิมโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายในเบื้องต้น ประชาชนจึงควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับวันเริ่มต้น สิทธิที่ได้รับ และเงื่อนไขการใช้จ่าย
รายละเอียดวงเงินและผู้ได้รับสิทธิ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลามาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2569 โดยจะใช้วงเงินจากส่วนเยียวยาประชาชนจำนวน 200,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ายังมีเพียงพอสำหรับการดำเนินมาตรการในช่วงขยายเวลา
ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการกลั่นกรองยังต้องผ่านการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติอย่างเป็นทางการ ดังนั้น รายละเอียดสุดท้ายเกี่ยวกับวงเงินต่อคน ระยะเวลาการใช้สิทธิ และจำนวนผู้ได้รับสิทธิ อาจมีการปรับเปลี่ยนตามกรอบงบประมาณและมติของ ครม. ประชาชนควรรอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐโดยตรง เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการหลงเชื่อข่าวปลอม
- คาดว่าจะต่ออายุมาตรการออกไปอีก 2 เดือน
- ยังคงใช้รูปแบบร่วมจ่าย 60/40 ตามแนวทางเดิม
- ใช้วงเงินจากส่วนเยียวยาประชาชนประมาณ 200,000 ล้านบาท
- ต้องรอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในวันที่ 22 ก.ย. 2569
- รายละเอียดสิทธิและวงเงินอาจประกาศเพิ่มเติมภายหลัง
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิด้วย
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลเตรียมเติมเงินช่วยเหลือให้ตามจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติ โดยคาดว่าจะเริ่มได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ จะยังสามารถได้รับสิทธิจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัสประมาณ 26 ล้านคน ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ถึง 16 ก.ย. 2569 รวมประมาณ 159,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐสนับสนุนประมาณ 88,000 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนร่วมจ่ายประมาณ 65,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าโครงการมีส่วนช่วยให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ และช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 9.5 ล้านคน และมีประชาชนอยู่ระหว่างการขอทบทวนสิทธิราว 5 ล้านคน กระทรวงการคลังจึงต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อให้การจัดสรรสิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความซ้ำซ้อน และเข้าถึงกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง
ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไร
ในช่วงที่รอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางของกระทรวงการคลัง หน่วยงานรัฐ หรือแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ควรกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินผ่านลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หากมีการเปิดลงทะเบียนหรือปรับปรุงสิทธิ รัฐบาลจะประกาศรายละเอียดและกำหนดการอย่างเป็นทางการ
ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการควรเตรียมตรวจสอบสถานะบัญชี ระบบรับชำระเงิน และเงื่อนไขการใช้สิทธิให้พร้อม ขณะเดียวกันควรแจ้งข้อมูลแก่ลูกค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามกติกาและลดปัญหาการทำรายการผิดพลาด สำหรับประชาชน การวางแผนใช้สิทธิซื้อสินค้าที่จำเป็นจะช่วยให้เงินสนับสนุนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อครอบครัว
โดยสรุป ข่าว เอกนิติชง ครม. ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญสำหรับประชาชนและร้านค้ารายย่อย อย่างไรก็ตาม การต่ออายุจะมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้วเท่านั้น ผู้มีสิทธิควรติดตามประกาศล่าสุดอย่างใกล้ชิด และใช้สิทธิอย่างรอบคอบเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง
มุมมองที่น่าติดตามคือ มาตรการนี้อาจช่วยพยุงกำลังซื้อได้ในระยะสั้น แต่การแก้ปัญหาค่าครองชีพอย่างยั่งยืนควรดำเนินควบคู่กับการดูแลราคาพลังงาน การเพิ่มรายได้ และการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีงานทำอย่างมั่นคง
ที่มา – “เอกนิติ”เตรียมชงครม. 22 ก.ย.นี้ ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส อีก 2 เดือน


