ในท่ามกลางกระแสความสนใจของประชาชนต่อคดีโกง สว. ที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ การเสวนาในหัวข้อ “วิกฤติศรัทธา(สภา)สูง: โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย” ได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญในการตั้งคำถามถึงบทบาทขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “โคทม” ย้ำหน้าที่ของ กกต. คือการรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นกลาง เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยปราศจากข้อกังขา
“โคทม” ย้ำหน้าที่ของ กกต. คือการรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นกลาง
นายโคทม อารียา อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้เน้นย้ำในเวทีเสวนาว่า หัวใจสำคัญขององค์กรนี้คือการดำรงไว้ซึ่งความเป็นอิสระและไม่อยู่ใต้อาณัติของฝ่ายบริหาร โดยมองว่าหาก กกต. ไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยังได้ร่วมกันตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการวินิจฉัยคดีที่อาจส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของสภาสูงในอนาคต
บทบาทสำคัญเมื่อ “โคทม” ย้ำหน้าที่ของ กกต. คือการรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นกลาง
ความกังวลของสังคมไทยในขณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่ครอบคลุมไปถึงกระบวนการตรวจสอบที่ควรจะโปร่งใส ข้อมูลที่น่าสนใจจากการเสวนามีประเด็นสำคัญดังนี้:
- หลักฐานทางการเงิน: มีการชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงการทุจริตอย่างเป็นระบบ
- อำนาจของ กกต.: กกต. มีหน้าที่เพียงรวบรวมหลักฐานและส่งฟ้องศาลฎีกา ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดความผิดหรือตัดสินเองว่าหลักฐานไม่เพียงพอ
- การตรวจสอบจากภาคประชาชน: การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิดความโปร่งใสในองค์กรอิสระ
นายชยพล สท้อนดี สส.พรรคประชาชน ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า หากในท้ายที่สุดแล้ว กกต. ตัดสินใจไม่ส่งฟ้องคดีดังกล่าว ตนพร้อมที่จะนำหลักฐานทั้งหมดออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทำไมกระบวนการตัดสินใจครั้งนี้ถึงค้านสายตาของสังคม สิ่งที่ประชาชนทุกคนต้องการเห็นคือความยุติธรรมที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงแค่ประชาธิปไตยในนามที่ไร้ความโปร่งใส
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การพยายามบิดเบือนหรือตีความกฎหมายให้แคบลงเพื่อปกป้องกลุ่มผู้กระทำความผิด ยิ่งเป็นการตอกย้ำวิกฤติศรัทธาที่เกิดขึ้น ดังนั้น การทำหน้าที่ของ กกต. จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบ แต่คือการรักษาหัวใจของระบบการเมืองไทยให้คงอยู่ต่อไปได้
ในท้ายที่สุดนี้ เราในฐานะประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาและเฝ้าติดตามผลการตัดสินใจขององค์กรอิสระอย่างใกล้ชิด เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าหรือขาดความโปร่งใส คือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของระบอบประชาธิปไตย หากเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน การเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้มีอำนาจหน้าที่คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา – “โคทม” ย้ำหน้าที่ของ กกต. คือการรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นกลาง


