ไอซ์ถามนายกฯ กยศ. ติดลบ 7 พันล้าน หลังเกิดความกังวลว่าวิกฤตทางการเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังรอเงินค่าเล่าเรียน หลายคนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะสามารถเรียนต่อได้ตามปกติหรือไม่ เพราะมหาวิทยาลัยบางแห่งยังไม่ได้รับเงินโอนจากกองทุน และอาจต้องขอให้ผู้เรียนชำระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของ กยศ. และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้กู้รุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาที่อยู่ระหว่างการลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ 1
ไอซ์ถามนายกฯ กยศ. ติดลบ 7 พันล้าน กระทบเด็กเรียนต่ออย่างไร
นางสาวรักชนกตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาการโอนเงิน กยศ. ล่าช้าเกิดขึ้นซ้ำในหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้เรียนต้องเผชิญกับความเครียดและความไม่แน่นอน บางคนมีฐานะครอบครัวยากลำบาก ไม่สามารถสำรองจ่ายค่าเทอมเองได้ หากมหาวิทยาลัยกำหนดเส้นตายหรือระงับสิทธิ์การเรียน นักศึกษาจำนวนไม่น้อยอาจต้องหยุดเรียนทั้งที่มีความตั้งใจและมีศักยภาพในการศึกษา
สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเมื่อมีรายงานว่า กยศ. มีตัวเลขติดลบประมาณ 7,037 ล้านบาท ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลมีแผนสำรองอย่างไร เพื่อไม่ให้ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนกลายเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่
ไอซ์ถามนายกฯ กยศ. ติดลบ 7 พันล้าน และตัวเลขลูกหนี้
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี อธิบายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษา และพร้อมประสานงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่มหาวิทยาลัย โดยต้องการให้สถานศึกษาไม่ตัดสิทธิ์นักศึกษาที่กำลังรอเงินจาก กยศ.
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสภาระบุว่า ปัจจุบันมีผู้กู้ กยศ. ที่อยู่ในระบบและมีหน้าที่ต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.6 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ชำระหนี้ตามปกติประมาณ 1 ล้านคน ส่วนอีกประมาณ 2.6 ล้านคนอยู่ในกลุ่มผิดนัดชำระหนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งปัญหาการบริหารจัดการหนี้และความยากลำบากทางเศรษฐกิจของผู้กู้จำนวนมาก
กองทุนสามารถติดตามเงินคืนได้ประมาณ 27,000-28,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลมองว่าหากมีการปรับปรุงระบบติดตามหนี้ และสามารถเรียกเก็บจากผู้กู้ที่มีรายได้หรือมีกำลังชำระได้เพียงครึ่งหนึ่งของกลุ่มผิดนัด กองทุนอาจมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 40,000-50,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ
แนวทางแก้ปัญหา กยศ. ต้องดูทั้งผู้เรียนและผู้กู้เดิม
การแก้ปัญหา กยศ. ไม่ควรเน้นเพียงการติดตามทวงถามหนี้เท่านั้น แต่ควรแบ่งกลุ่มผู้กู้อย่างเหมาะสม เพราะผู้กู้แต่ละคนมีรายได้ ความมั่นคงในการทำงาน และภาระครอบครัวแตกต่างกัน ผู้ที่ยังไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอควรได้รับการผ่อนผัน ขณะที่ผู้ที่มีรายได้มั่นคงและมีกำลังชำระก็ควรรับผิดชอบตามระบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้กู้ทุกกลุ่ม
- เร่งโอนเงินให้มหาวิทยาลัย: ลดความเสี่ยงที่นักศึกษาจะถูกระงับสิทธิ์หรือถูกกดดันให้สำรองจ่ายค่าเทอม
- พัฒนาระบบติดตามหนี้: ใช้ข้อมูลรายได้และสถานะการทำงานเพื่อกำหนดแนวทางชำระหนี้ที่เหมาะสม
- ช่วยเหลือผู้ไม่มีรายได้: ไม่ควรใช้มาตรการเดียวกันกับผู้ที่กำลังตกงานหรือมีรายได้ต่ำ
- สร้างความโปร่งใส: เปิดเผยข้อมูลสถานะกองทุนและแผนบริหารเงินให้ผู้เรียนและสังคมรับทราบ
- วางแผนระยะยาว: ทำให้ กยศ. มีเงินหมุนเวียนเพียงพอสำหรับผู้กู้รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
นายภราดรยืนยันว่า กยศ. จะไม่ดำเนินการในลักษณะขูดรีดผู้ที่ไม่มีรายได้ แต่จำเป็นต้องมีมาตรการติดตามผู้กู้ที่มีความสามารถในการชำระ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีวินัยต้องแบกรับภาระมากกว่าคนที่หลีกเลี่ยงการชำระหนี้ เงินที่ได้รับคืนจะช่วยนำไปหมุนเวียนเป็นโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไป
สำหรับนักศึกษาและครอบครัว สิ่งที่ควรติดตามคือประกาศจากมหาวิทยาลัย กยศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด หากพบปัญหาเรื่องการลงทะเบียนหรือการเรียกเก็บค่าเทอม ควรติดต่อฝ่ายกิจการนักศึกษา งานทุนการศึกษา หรือหน่วยงานประสานงาน กยศ. ของสถานศึกษาโดยเร็ว การสื่อสารที่ชัดเจนอาจช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เรียนเสียสิทธิ์โดยไม่จำเป็น
โดยสรุป กรณี ไอซ์ถามนายกฯ กยศ. ติดลบ 7 พันล้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขทางการเงิน แต่เกี่ยวข้องกับอนาคตของนักศึกษาหลายแสนคน รัฐบาลควรเร่งสร้างหลักประกันว่าเงินกู้จะถึงมือผู้เรียนตรงเวลา พร้อมปรับระบบชำระหนี้ให้เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ความเห็นส่วนตัวคือ การรักษาโอกาสทางการศึกษาต้องเดินควบคู่กับการบริหารกองทุนอย่างมีวินัย เพื่อให้ กยศ. ยังเป็นที่พึ่งของคนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – “ไอซ์” ถามนายกฯ หวั่น กยศ. ติดลบ 7 พันล้านกระทบเด็กเรียนต่อ


