พาร์กินสันยังมีพื้นที่ให้แก้ตัวที่เร็กซ์แฮม
เร็กซ์แฮมกำลังเตรียมลงสนามพบเซาธ์แฮมป์ตันที่สนามเรซคอร์สในวันเสาร์นี้ หลังจากเกมล่าสุดจบลงด้วยความผิดหวังอย่างหนักเมื่อพวกเขาแพ้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-6 ความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงฟอร์มการเล่น ความพร้อมของทีม และแนวทางของฟิล พาร์กินสัน แต่ในเวลาเดียวกัน ประวัติศาสตร์ช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นว่าเร็กซ์แฮมเป็นทีมที่มักตอบสนองต่อความผิดหวังได้ดี
ก่อนเกมกับเวสต์แฮม ทีมเก็บได้ 5 คะแนนจาก 3 นัดที่พบมิลล์วอลล์ สวอนซี ซิตี้ และเบิร์นลีย์ พร้อมรักษาคลีนชีตได้ถึง 2 เกม แม้จะยังไม่ใช่การเริ่มต้นฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบ แต่คะแนนรวม 7 แต้มจาก 8 นัดยังใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาลก่อน ดังนั้นความพ่ายแพ้นัดเดียวจึงไม่ควรกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างถูกตัดสินอย่างรวดเร็ว
พาร์กินสันยังมีพื้นที่ให้แก้ตัวที่เร็กซ์แฮม
ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือ พาร์กินสันจะใช้ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่เป็นบทเรียนอย่างไร กุนซือวัย 58 ปีพาเร็กซ์แฮมเลื่อนชั้นมาแล้ว 3 ครั้ง และสร้างมาตรฐานการทำงานที่ทำให้สโมสรกลับมาอยู่ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพอย่างน่าประทับใจ ผลงานเหล่านี้ทำให้เขายังได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของทีมและแฟนบอลจำนวนมาก
ร็อบ แม็ค เจ้าของร่วมของสโมสรยืนยันว่า พาร์กินสัน “มีพื้นที่ให้แก้ตัวอย่างมาก” เพราะเขาแสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสามารถพาทีมคว้าชัยชนะได้ในทุกระดับ ความเห็นนี้ช่วยลดแรงกดดันบางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมจะไม่ต้องปรับปรุง เพราะเกมกับเวสต์แฮมเปิดเผยปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไขโดยเร็ว
ตัวเลขสะท้อนปัญหาที่เร็กซ์แฮมต้องแก้
เร็กซ์แฮมทำได้เพียง 7 ประตูในลีก ซึ่งมีเพียง 4 ทีมเท่านั้นที่ยิงได้น้อยกว่า จำนวนการยิงทั้งหมด 78 ครั้งยังเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดอันดับ 4 ของลีกอีกด้วย ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทีมสร้างโอกาสได้ไม่มากพอ และเมื่อมีโอกาสก็ยังเปลี่ยนเป็นประตูได้ไม่สม่ำเสมอ
ด้านสถิติประตูที่คาดหวัง หรือ xG เร็กซ์แฮมทำผลงานต่ำกว่าค่าที่ควรจะเป็น 1.03 ประตู ต่างจากฤดูกาลก่อนที่พวกเขาทำได้เกินค่า xG ถึง 12.21 ประตู ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดในบรรดาทีมระดับแชมเปียนชิพ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกี่ยวข้องกับการขาดความต่อเนื่องในแนวรุก การสลับผู้เล่น และการที่นักเตะใหม่ยังไม่เข้าใจจังหวะการเล่นร่วมกันอย่างเต็มที่
เกมรับก็มีจุดให้กังวลเช่นกัน ทีมเสียไป 11 ประตูจากค่า xG ของคู่แข่งเพียง 8.41 ประตู และมีตัวเลขประตูที่เสียเกินความคาดหมายอยู่ที่ 2.59 อย่างไรก็ตาม ยังมีสถิติที่น่าสนใจคือเร็กซ์แฮมทำรีคัฟเวอรีได้ 377 ครั้ง มากกว่าทุกทีมในลีก ตัวเลขนี้บอกได้ว่าผู้เล่นยังมีความมุ่งมั่น ไล่บอล และพยายามแย่งการครองบอลกลับมา แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ
- เร็กซ์แฮมเก็บได้ 7 คะแนนจาก 8 นัดแรก
- ทีมยิงในลีกได้ 7 ประตู
- ทีมมีโอกาสยิงรวม 78 ครั้ง
- เสีย 11 ประตูจากค่า xG คู่แข่ง 8.41
- ทำรีคัฟเวอรีได้ 377 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในลีก
การจัดทีมและความต่อเนื่องยังเป็นหัวใจสำคัญ
ปัญหาอีกด้านคือการค้นหาส่วนผสมที่ลงตัวในแผงหลังสามคนและแดนกลาง การเปลี่ยนแปลงทีมจำนวนมากในช่วงซัมเมอร์ปี 2025 เคยทำให้เร็กซ์แฮมเริ่มต้นฤดูกาลก่อนอย่างช้า ๆ และสถานการณ์ปัจจุบันก็มีลักษณะคล้ายกัน นักเตะบางคนเพิ่งได้โอกาสลงตัวจริง ขณะที่ผู้เล่นบางรายต้องเข้ามาทดแทนคนที่บาดเจ็บ
โจ วอร์รอลล์ได้ออกสตาร์ตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาจากเบิร์นลีย์ในเกมแพ้เวสต์แฮม ส่วนแซค ไวเนอร์กลับมาเล่นในแนวรับสามคนแทนแม็กซ์ คลีเวิร์ธที่มีอาการบาดเจ็บ จอร์จ ด็อบสันก็ได้เป็นตัวจริงในลีกเป็นครั้งแรกของฤดูกาล ขณะที่แซม สมิธได้ออกสตาร์ตเพียงครั้งที่สอง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจจำเป็น แต่ก็ทำให้ทีมขาดความคุ้นเคย
ดอม ไฮแอม กัปตันทีมมองว่าความต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหลัง นักเตะต้องการเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชุดเดิมเป็นประจำ เพื่อสร้างความเข้าใจและความมั่นใจ การขาดคลีเวิร์ธจึงถือเป็นความเสียหาย แต่ไฮแอมก็เชื่อว่านักเตะทุกคนมีความสามารถพอที่จะเข้ามาทดแทน สิ่งสำคัญคือผู้เล่นที่ได้รับโอกาสต้องคว้าตำแหน่งนั้นไว้ให้ได้
การกลับมาของเบน ชีฟจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าจะเพิ่มทางเลือกให้พาร์กินสัน ขณะเดียวกัน จอช วินดาสส์กำลังถูกส่งกลับเข้าสู่ทีมอย่างระมัดระวังหลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม การเสียเนธาน บรอดเฮดจากอาการบาดเจ็บต้นขาถือเป็นข่าวร้ายในแนวรุก เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ช่วยเพิ่มความเร็วและความหลากหลายให้กับเกมรุก
ขุมกำลังใหม่ยังมีสัญญาณที่ดี
แม้เร็กซ์แฮมจะมีปัญหาเรื่องการจัดทีม แต่ก็มีนักเตะหลายคนที่ปรับตัวได้รวดเร็ว แดนนี อิมเรย์ อิสซา กาโบเร และฌักส์ เอโกมีเริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพบนตำแหน่งวิงแบ็ก การมีผู้เล่นเหล่านี้ช่วยให้ทีมสามารถเปลี่ยนรูปแบบการขึ้นเกม และเพิ่มความกว้างในการโจมตีริมเส้นได้
พาร์กินสันจึงต้องตัดสินใจให้ชัดเจนมากขึ้นว่าจะใช้ระบบใดเป็นแกนหลัก และใครคือผู้เล่นที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละตำแหน่ง การหมุนเวียนนักเตะเป็นเรื่องจำเป็นในฤดูกาลที่ยาวนาน แต่ความต่อเนื่องในทีมชุดหลักก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมกำลังพยายามสร้างความมั่นใจกลับมา
ประสบการณ์การฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้
แดนนี แก็บบิดอน อดีตกองหลังทีมชาติเวลส์เชื่อว่าพาร์กินสันควรได้รับเวลาในการพาทีมกลับมา เขามองว่ากุนซือรายนี้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วตลอดหลายฤดูกาล และสมควรได้รับโอกาสแก้ไขสถานการณ์ ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของผู้บริหารที่ยังสนับสนุนพาร์กินสันอย่างชัดเจน
เร็กซ์แฮมเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแพ้สต็อกพอร์ต เคาน์ตี 0-5 ในปี 2023 การแพ้แฮลิแฟกซ์ ทาวน์ 1-3 ก่อนกลับมาชนะน็อตต์ส เคาน์ตี 3-2 หรือความพ่ายแพ้ต่อกริมสบี ทาวน์ในรอบเพลย์ออฟ เกมเหล่านั้นสร้างความเจ็บปวด แต่ไม่ได้กำหนดอนาคตของสโมสร เพราะทีมสามารถรวมพลังและเดินหน้าต่อได้ทุกครั้ง
พาร์กินสันเคยกล่าวว่าทีมต้องยอมรับคำวิจารณ์ แต่ไม่ควรปล่อยให้คำวิจารณ์กดทับจิตใจนานเกินไป สิ่งที่จำเป็นคือการกลับมารวมตัวกัน ยอมรับความผิดพลาด และช่วยเหลือกันในฐานะกลุ่ม เมื่อชนะ ทุกคนชนะด้วยกัน และเมื่อแพ้ ทุกคนก็ต้องปิดแถวปกป้องกันและกัน
แนวคิดนี้จะถูกทดสอบอีกครั้งในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน หากเร็กซ์แฮมตอบสนองด้วยพลัง ความกล้า และแผนการเล่นที่ชัดเจน ความพ่ายแพ้ต่อเวสต์แฮมก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนมากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤต แม้สถานการณ์ยังไม่สมบูรณ์ แต่หลักฐานหลายอย่างบอกว่าทีมยังมีพื้นฐานที่ดีและมีนักเตะพร้อมต่อสู้
ดังนั้นคำตอบของคำถามว่า พาร์กินสันยังมีพื้นที่ให้แก้ตัวที่เร็กซ์แฮม หรือไม่ คงต้องตอบว่าเขายังมีอย่างแน่นอน แต่พื้นที่นั้นจะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อทีมแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในสนาม การเพิ่มจำนวนโอกาสยิง การลดความผิดพลาดในเกมรับ และการสร้างแนวรับที่เล่นร่วมกันอย่างต่อเนื่องคือสิ่งที่แฟนบอลควรจับตา
สำหรับแฟนเร็กซ์แฮม เกมถัดไปจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อเก็บสามคะแนน แต่เป็นโอกาสให้ทีมพิสูจน์ว่าพวกเขาเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ได้เร็วแค่ไหน ร่วมส่งกำลังใจให้ทีมและติดตามกันว่าเร็กซ์แฮมจะเริ่มต้นบทใหม่ด้วยผลงานแบบใด
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ




