นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Thailand Smart City Expo 2025 มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด Activating Smart Cities, Elevating Smart Living: การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่ปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับการให้บริการภาครัฐให้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ข้อมูลเปิด (Open Data) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
นายไชยชนก กล่าวว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่แค่ภารกิจของกระทรวงดีอี แต่เป็นวาระสำคัญระดับประเทศและระดับโลก ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เมืองจะต้องเข้าใจความต้องการของประชาชน ใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้สะดวก ปลอดภัย และมีโอกาสสร้างรายได้ พร้อมทั้งยกระดับความรู้และทักษะด้านดิจิทัลของประชาชนไปพร้อมกัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการข้อมูลเมืองเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AI และ IoT มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง พร้อมทั้งตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
“เมืองอัจฉริยะจะไม่เพียงปลอดภัยจากอาชญากรรม แต่จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้เราสามารถสร้างวิถีชีวิตที่ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว
รมว.ดีอี ชู “เมืองอัจฉริยะ” พลิกโฉมชีวิตคนไทย
ภายในงาน ได้มีการมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยให้กับ ภูเก็ตทินิคอนวัลเลย์ จังหวัดภูเก็ต และประกาศนียบัตรแก่เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะจำนวน 43 พื้นที่ รวมถึงรางวัล Smart City Solutions Awards 2025 แก่หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นในการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้า มีภารกิจในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิดเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 พื้นที่ใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ เกิดเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ 173 พื้นที่ โดยมีการลงทุนเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะมูลค่ารวมกว่า 11,900 ล้านบาท
ดีป้า มุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยเฉพาะมิติด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ เช่น โครงการ Smart Living และ Smart Living Plus ที่ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่จะต้องผ่านการทดสอบมาตรฐาน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่เชื่อถือได้
Thailand Smart City Expo 2025 เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาเมืองจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตรจากนานาประเทศ
งาน Thailand Smart City Expo 2025 จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของงาน
ทำไม “เมืองอัจฉริยะ” ถึงสำคัญต่ออนาคตประเทศไทย?
การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นการสร้างเมืองที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะดิจิทัลของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและยั่งยืน
ที่มา – รมว.ดีอี ชู “เมืองอัจฉริยะ” ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ควบคู่ความปลอดภัยไซเบอร์








