“ศิริกัญญา” นำทีม สส.ปชน. แถลงจุดยืน มติพรรค โหวตคว่ำ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 69 วาระ 3 ยกเหตุผล มีจุดผิดปกติ เป็นไขมัน แต่รัฐบาลไม่ลด ละ เลื่อน โครงการใดๆ ไม่แก้ไขแม้แต่มาตราเดียว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อม สส.พรรค ปชน. จำนวนหนึ่ง ร่วมแถลงถึงทิศทางการโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระ 3 ว่า พรรคประชาชนมีมติเกี่ยวกับการลงคะแนนในวาระสามของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยเราจะโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากเราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบแล้วว่า แม้ สส.พรรค ปชน. จะมีการให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นในการปรับลดงบฯ หรือตัดทอนงบฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้มีประสิทธิภาพกับการใช้จ่ายให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพกับเม็ดเงินภาษี หรือชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมของการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2569 ที่จะรองรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาโดยตลอด
แต่ทางรัฐบาล หรือกรรมาธิการเสียงข้างมากเอง ไม่ได้นำเอาข้อเสนอแนะ หรือข้อคิดเห็นต่างๆ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และ สส.พรรคประชาชนไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวงบประมาณแต่อย่างใด แม้เราจะชี้แนะในส่วนที่เป็นงบไขมัน รายจ่ายเกินจำเป็น ที่สิ้นเปลือง ไม่คุ้มค่า แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หากทุกท่านติดตามการอภิปรายงบประมาณตลอด 2 วันครึ่งที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีจุดที่ผิดปกติ เป็นไขมัน เป็นงบประมาณที่ไม่จำเป็น ซึ่งสามารถลด ละ หรือเลื่อน ปรับเปลี่ยนโครงการต่างๆ เหล่านั้นออกไปได้ เพื่อเก็บงบประมาณเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจำเป็นในอนาคต และรองรับยามเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในท้ายที่สุด เราก็ยังเป็นเสียงข้างน้อยในสภา ทำให้ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขงบประมาณใดๆ ได้ แม้แต่มาตราเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ในวาระสาม พรรคประชาชนจึงมีมติยืนยันที่จะคว่ำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยไม่เห็นชอบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ทั้งฉบับ
มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69
จากกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) มีมติในการโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ได้สร้างความสนใจเเละคำถามมากมายในสังคมถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจหลากหลายด้าน การตัดสินใจของพรรคจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ทำไมต้อง มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69?
เหตุผลหลักที่พรรคประชาชนตัดสินใจเช่นนั้น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ได้อธิบายว่ามาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วพบว่า ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังขาดความยืดหยุ่นในการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังได้เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นไปที่การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และการเพิ่มงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การสร้างงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไม่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาลหรือกรรมาธิการเสียงข้างมากเท่าที่ควร
ผลกระทบต่อประชาชน
การที่พรรคประชาชนโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาครัฐในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว อาจต้องหยุดชะงักหรือเลื่อนออกไป นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการกระทำที่จำเป็น เพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนและปรับปรุงงบประมาณให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ในสถานการณ์ที่ประเทศต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมาคัดค้านร่างงบประมาณ อาจสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการสร้างกระบวนการตัดสินใจที่เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อให้งบประมาณของประเทศได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทุกคน
การที่ มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69 เป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณให้มีความโปร่งใส รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
อนาคตของงบประมาณปี 2569 และผลกระทบต่อประเทศชาติยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย การตัดสินใจ มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69 เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ที่มา – “ไหม” ชี้มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69 เห็นจุดผิดปกติแต่รัฐบาลไม่แก้


