สมเด็จชิน-องคมนตรี เปิดสัมมนาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา และต่อยอด การเผยแผ่พระพุทธศาสนาใต้ร่มพระบารมี” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายด้านพระพุทธศาสนาให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมยกระดับการเผยแผ่ธรรมะให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่
การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมพุทธมณฑลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยสมเด็จพระสังฆราชทรงพระกรุณาโปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติศาสนกิจแทนพระองค์และเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
สมเด็จชิน-องคมนตรี เปิดสัมมนาเผยแผ่พระพุทธศาสนา
เวทีดังกล่าวมีพระพรหมบัณฑิต ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด บุคลากรด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมประมาณ 800 รูปและคน นับเป็นการรวมพลังของผู้ทำงานด้านพระพุทธศาสนาในหลายระดับ
เนื้อหาสำคัญของการเปิดสัมมนาเน้นหลักการทำงาน 3 ประการ ได้แก่ การสืบสานพระธรรมวินัยให้ถูกต้องครบถ้วน การรักษาศรัทธาของประชาชนด้วยความประพฤติที่งดงาม และการต่อยอดรูปแบบการเผยแผ่ให้เข้าถึงคนทุกวัย โดยนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างสร้างสรรค์ รอบคอบ และมีจริยธรรม แนวทางนี้สะท้อนว่าการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะรูปแบบเดิม แต่ต้องปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับผู้คนในแต่ละกลุ่ม
แนวทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่
ในยุคที่ผู้คนรับข้อมูลข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือและสื่อสังคมออนไลน์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาจำเป็นต้องสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทันเหตุการณ์ และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน หลักธรรมสามารถนำเสนอผ่านบทความ คลิปวิดีโอ พอดแคสต์ อินโฟกราฟิก หรือกิจกรรมออนไลน์ได้ แต่ทุกเนื้อหาควรตั้งอยู่บนความถูกต้องของพระธรรมวินัยและคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้รับสาร
การใช้เทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ แต่เป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถเข้าถึงคำสอน ฟังธรรม ทบทวนเนื้อหา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างไรก็ตาม ผู้เผยแผ่ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และหลีกเลี่ยงการนำเสนอที่สร้างความขัดแย้งหรือทำให้พระพุทธศาสนาถูกเข้าใจคลาดเคลื่อน
ความร่วมมือของคณะสงฆ์และภาคีเครือข่าย
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือความร่วมมือระหว่างฝ่ายสงฆ์กับฝ่ายบ้านเมือง พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อเดียวกับแนวคิดหลักของงาน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสืบสาน รักษา และต่อยอดการเผยแผ่พระพุทธศาสนาใต้ร่มพระบารมี การทำงานร่วมกันช่วยให้เกิดการวางแผนที่เป็นระบบ มีการสนับสนุนด้านทรัพยากร และสามารถขยายผลไปยังชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ช่วงภาคบ่าย พระมหาเถระและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมเสวนาในหัวข้อเดียวกัน ผู้เข้าร่วมจึงได้รับมุมมองที่หลากหลายทั้งด้านหลักธรรม การบริหารงาน การสื่อสารสมัยใหม่ และการทำงานกับเครือข่ายในพื้นที่ การแลกเปลี่ยนดังกล่าวมีส่วนช่วยให้บุคลากรสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้กับภารกิจของตนเองได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
เป้าหมายของการสัมมนาและการพัฒนาบุคลากร
การสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีทักษะและองค์ความรู้ที่ทันสมัย ตลอดจนทำงานได้อย่างถูกต้องตามระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พุทธศักราช 2564 นอกจากนี้ยังช่วยให้บุคลากรรับทราบนโยบายของคณะสงฆ์ไปในทิศทางเดียวกัน และเปิดพื้นที่ให้แต่ละจังหวัดนำเสนอปัญหา แนวทางแก้ไข และรูปแบบการทำงานที่ประสบความสำเร็จ
- พัฒนาความรู้ด้านพระธรรมวินัยและการสื่อสารธรรมะ
- ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีจริยธรรม
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน
- แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและกำหนดแผนงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
- สนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พุทธศักราช 2566–2580
แนวคิดของงานยังเชื่อมโยงกับวาระสำคัญในปีพุทธศักราช 2570 ซึ่งเป็นมงคลสมัย “หนึ่งศตวรรษแห่งธรรมราชา สืบสานงานพ่อต่อยอดความดี ตามรอยพระบาทนิรันดร์” เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร การจัดกิจกรรมจึงสะท้อนการน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและมวลมนุษยชาติ
สาระจากงาน สมเด็จชิน-องคมนตรี เปิดสัมมนาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ชี้ให้เห็นว่าการสืบทอดพระพุทธศาสนาในปัจจุบันต้องอาศัยทั้งความมั่นคงในหลักธรรมและความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม การรักษาแก่นแท้ควบคู่กับการพัฒนารูปแบบการสื่อสารจะช่วยให้ธรรมะเข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่
ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร งานสัมมนาลักษณะนี้มีคุณค่าเพราะไม่ได้มุ่งเพียงจัดกิจกรรมให้เสร็จสิ้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันวางเป้าหมายและแลกเปลี่ยนบทเรียน หากทุกภาคส่วนสามารถนำข้อเสนอไปดำเนินการต่ออย่างต่อเนื่อง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็จะมีความทันสมัย น่าเชื่อถือ และใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของประชาชนมากขึ้น
การสืบสานพระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคน เริ่มต้นได้จากการเรียนรู้หลักธรรมอย่างถูกต้อง นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และช่วยส่งต่อเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อย่างรับผิดชอบ เมื่อทุกฝ่ายร่วมกันรักษาแก่นธรรมและสร้างสรรค์วิธีสื่อสารใหม่ ๆ พระพุทธศาสนาจะยังคงเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจของสังคมไทยได้อย่างมั่นคง
ที่มา – “สมเด็จชิน-องคมนตรี” เปิดการสัมมนาการเผยแผ่พระพุทธศาสนา “สืบสาน รักษา และต่อยอด”


