หมอกควันอินโดฯ ปกคลุม 'ยะลา' ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐาน

หมอกควันอินโดฯ ปกคลุมยะลา ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน

หมอกควันอินโดฯ ปกคลุมยะลา ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน กลายเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังหมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียพัดข้ามแดนเข้ามาปกคลุมหลายจังหวัดของไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดยะลา สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

รายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน ระบุว่า บริเวณตัวเมืองยะลายังคงมีหมอกควันปกคลุมอย่างเห็นได้ชัด ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา พบค่า PM 2.5 อยู่ที่ 41.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ตำบลเบตง อำเภอเบตง วัดค่าได้ 39.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับสีส้ม หรือระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

หมอกควันอินโดฯ ปกคลุมยะลา ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน

ค่ามาตรฐาน PM 2.5 ระดับสีส้มอยู่ในช่วง 37.6-75.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แม้สถานการณ์ยังไม่ใช่ภาวะรุนแรงที่สุด แต่ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจ และผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

หมอกควันอินโดฯ ปกคลุมยะลา ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน กระทบใครบ้าง

ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ การสัมผัสฝุ่นในปริมาณสูงหรือเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการแสบตา คันคอ ไอ หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก หรืออ่อนเพลียได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจมีอาการกำเริบเร็วกว่าคนทั่วไป ดังนั้นการสังเกตอาการของตัวเองและคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หน้ากาก N95 หรือหน้ากากมาตรฐานที่กระชับกับใบหน้า นอกจากนี้ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

คำแนะนำดูแลสุขภาพในช่วงค่าฝุ่นสูง

หน่วยงานด้านสาธารณสุขแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบค่าฝุ่นจากแหล่งข้อมูลของภาครัฐเป็นประจำ เพราะระดับฝุ่นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามทิศทางลม สภาพอากาศ และปริมาณหมอกควันในแต่ละช่วงเวลา การติดตามข้อมูลจะช่วยให้วางแผนการเดินทาง การทำงาน และการดูแลสมาชิกในครอบครัวได้เหมาะสมมากขึ้น

  • สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่อต้องออกนอกอาคาร
  • ลดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหนัก
  • ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นพิเศษ
  • ปิดประตูหน้าต่าง และใช้เครื่องฟอกอากาศหากมีความจำเป็น
  • หากมีอาการไอมาก หายใจติดขัด แน่นหน้าอก หรือหอบเหนื่อย ควรพบแพทย์ทันที

ด้านจังหวัดยะลาได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางรับมือ โดยมีหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สาธารณสุข อุตุนิยมวิทยา และประชาสัมพันธ์จังหวัดร่วมติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานในทุกอำเภอได้รับมอบหมายให้แจ้งเตือนประชาชน รวมถึงเตรียมบุคลากรและสถานพยาบาลให้พร้อมรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มขึ้น

แม้เจ้าหน้าที่จะคาดว่าหมอกควันไฟป่าจากอินโดนีเซียอาจปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์ แต่ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ควรใช้ข้อมูลอย่างเป็นทางการประกอบการตัดสินใจ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน การช่วยกันลดกิจกรรมที่เพิ่มมลพิษ รวมถึงการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง จะช่วยลดผลกระทบในช่วงที่คุณภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวย

ข้อสังเกตสำคัญ คือปัญหาหมอกควันข้ามแดนไม่ได้กระทบเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง การเตรียมหน้ากาก การวางแผนกิจกรรมนอกบ้าน และการติดตามค่าฝุ่นเป็นประจำจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ เริ่มดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ผ่านช่วงหมอกควันไปได้อย่างปลอดภัยที่สุด

ที่มา – หมอกควันอินโดฯ ปกคลุม “ยะลา” ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: