อดีตรองเลขานายกฯ แฉเงินสะพัดซื้อเสียงกว่า 2 หมื่นล้าน เตือน กกต. รอรับหมายศาล

อดีตรองเลขานายกฯ แฉเงินสะพัดซื้อเสียงกว่า 2 หมื่นล้าน เตือน กกต. รอรับหมายศาล

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2569 ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคมไทย เมื่อ อดีตรองเลขานายกฯ แฉเงินสะพัดซื้อเสียงกว่า 2 หมื่นล้าน เตือน กกต. รอรับหมายศาล โดยนายสมคิด เชื้อคง อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและอดีต ส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดโปงความล้มเหลวของระบบเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการทุจริต

อดีตรองเลขานายกฯ แฉเงินสะพัดซื้อเสียงกว่า 2 หมื่นล้าน เตือน กกต. รอรับหมายศาล

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมคิด ได้วิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์อย่างหนักหน่วง โดยชี้ว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเปิดเผยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ นักวิชาการประเมินว่ามีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมากกว่านั้น สถานการณ์นี้ทำให้ นโยบายของพรรคการเมืองไร้ความหมาย ผู้ที่มีเงินมากกว่าคือผู้ชนะเสมอ

นายสมคิดตั้งคำถามถึงที่มาของเงินจำนวนมหาศาลนี้ว่า ถูกกฎหมายหรือไม่ ชาวบ้านในพื้นที่รู้ดีว่าใครจ่ายเท่าไหร่ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับนิ่งเฉยต่อหลักฐานต่างๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของ กกต. เสียหายหนัก

กกต. ถูกจวกหนัก ทำตัวเป็นทนายหน้าหอปกป้องพรรคการเมือง

นายสมคิด ระบุชัดว่าการทำงานของ กกต. ครั้งนี้ไม่ต่างจาก “ทนายหน้าหอ” หรือเลขาธิการพรรคการเมืองบางพรรค ที่ปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แทนที่จะรักษาเกียรติขององค์กรและกำกับดูแลให้เกิดความยุติธรรม กกต. ปล่อยให้การซื้อเสียงกลายเป็นวัฒนธรรมปกติในสังคมไทย ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่กัดกินประชาธิปไตย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความผิดปกติในการนับคะแนน เช่น จำนวนบัตรไม่ตรงกับคะแนน (บัตรเขย่ง) บัตรหาย และบัตรเกินในหลายหน่วยเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในระบบ นายสมคิดเชื่อว่าจะมีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน และเตือน กกต. ให้เตรียมรับหมายศาลจากความบกพร่องนี้

ผลกระทบจากการซื้อเสียงและความล้มเหลวของการเลือกตั้ง

การซื้อเสียงไม่เพียงทำลายความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ผู้สมัครที่ชนะด้วยเงิน จะขาดแรงจูงใจในการทำงานเพื่อประชาชน สนใจแต่การหาเงินคืนทุน สังคมไทยจึงติดอยู่ในวงจรทุจริตไม่จบสิ้น

  • เงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท ทำให้เลือกตั้งไม่โปร่งใส
  • กกต. ถูกร้องเรียนเรื่องละเลยหน้าที่
  • ปัญหาบัตรเขย่งและบัตรหาย สร้างความสงสัยในผลการนับคะแนน
  • ประชาชนหมดศรัทธา อาจนำไปสู่ความไม่สงบในอนาคต

เพื่อแก้ปัญหานี้ ควรมีการปฏิรูประบบเลือกตั้งอย่างเร่งด่วน เช่น เพิ่มบทลงโทษการซื้อเสียงให้รุนแรงขึ้น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการนับคะแนน และเสริมสร้างความโปร่งใสให้ กกต. ทำงานอิสระจริงๆ

ในมุมมองของผู้เขียน การเปิดโปงครั้งนี้ของนายสมคิด เป็นสัญญาณเตือนใจว่าประชาชนต้องลุกขึ้นมาเฝ้าระวังและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ หากปล่อยไว้ ปัญหาจะยิ่งรุนแรง

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ

ที่มา – อดีตรองเลขานายกฯ แฉเงินสะพัดซื้อเสียงกว่า 2 หมื่นล้าน เตือน กกต. รอรับหมายศาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: