ในค่ำคืนที่แสนตื่นเต้นของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ฮาแวร์ทซ์ ยิงจุดโทษท้ายเกม พา อาร์เซนอล เสมอ เลเวอร์คูเซ่น 1-1 ทำให้ปืนใหญ่ยังมีลุ้นในเลกสองที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ฮาแวร์ทซ์ ยิงจุดโทษท้ายเกม พา อาร์เซนอล เสมอ เลเวอร์คูเซ่น
ไค ฮาแวร์ทซ์ อดีตดาวยิงของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น กลายเป็นฮีโร่ของอาร์เซนอล เมื่อเขาทำประตูจุดโทษในนาทีสุดท้ายของเกม ทำให้ทีมเก่าของตัวเองต้องแบ่งแต้มไปในศึก UCL นี้ เลเวอร์คูเซ่น ที่นำก่อนจากประตูของแนวรุกตัวเก่ง ดูจะครองเกมได้ดีในครึ่งแรก แต่ปืนใหญ่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
นัดนี้เล่นที่บาเยนาเรน่า สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฮาแวร์ทซ์ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน แต่เจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้วยการยิงจุดโทษอย่างเด็ดขาด ผู้ตัดสินให้จุดโทษหลังจาก VAR เช็คจังหวะที่แนวรับเลเวอร์คูเซ่นทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ
ภาพรวมการแข่งขันและสถิติสำคัญ
อาร์เซนอล ครองบอล 48% ยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง จากทั้งหมด 12 ครั้ง ขณะที่เลเวอร์คูเซ่น ยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง การเสมอ 1-1 ถือเป็นผลที่ยอดเยี่ยมสำหรับปืนใหญ่ที่มาเยือน โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับทีมที่ฟอร์มร้อนแรงในบุนเดสลีกา
- ประตูแรก: เลเวอร์คูเซ่น นาที 32 จากจังหวะโต้กลับเร็ว
- ประตูตีเสมอ: ฮาแวร์ทซ์ (จุดโทษ) นาที 89
- ผู้เล่นยอดเยี่ยม: ไค ฮาแวร์ทซ์
- บัตรเหลือง: 4 ใบ (2 ฝั่งละ 2)
มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซนอล ชื่นชมลูกทีมที่ไม่ยอมแพ้ “เรามีความมุ่งมั่นสูงมาก การได้แต้มนอกบ้านใน UCL คือสิ่งสำคัญ” ส่วนทางฝั่งชาบี อลอนโซ่ ของเลเวอร์คูเซ่น บอกว่า “เสียดายจุดโทษ แต่เรายังมีเลกสอง”
บทบาทของฮาแวร์ทซ์ และอนาคตของอาร์เซนอล
ฮาแวร์ทซ์ ที่ย้ายจากเลเวอร์คูเซ่นมาอาร์เซนอลเมื่อปีก่อน ทำประตูนี้ได้อย่างน่าประทับใจ มันไม่ใช่แค่ประตู แต่เป็นการพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าแฟนเก่า การยิงจุดโทษของเขามีพลังและแม่นยำ ทำให้เดวิด รายอา ผู้รักษาประตูเลเวอร์คูเซ่น หมดทางเซฟ
สำหรับอาร์เซนอล นี่คือก้าวสำคัญในเส้นทางลุ้นแชมป์ UCL ฤดูกาลนี้ หลังจากเคยตกรอบก่อนหน้านี้ พวกเขามีไลน์อัพที่แข็งแกร่งขึ้น ด้วยตัวรุกอย่างซาก้า, โอเดการ์ด และฮาแวร์ทซ์ ที่ช่วยกันสร้างสรรค์เกม
เลเวอร์คูเซ่น ภายใต้การนำของชาบี อลอนโซ่ ยังคงเป็นทีมที่อันตราย โดยเฉพาะการเล่นโต้กลับเร็ว นัดนี้พวกเขาสร้างโอกาสได้มาก แต่ขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์
วิเคราะห์แท็คติกและจุดเด่นของทั้งสองทีม
อาร์เซนอล ใช้ระบบ 4-3-3 ที่เน้นการครองกลางสนาม ไรซ์ ทำหน้าที่เด่นในแดนกลาง ส่วนเลเวอร์คูเซ่น ใช้ 3-4-2-1 ที่ยืดเส้นยืดสายได้ดี จุดเปลี่ยนของเกมคือการเปลี่ยนตัวของอาร์เตต้า ที่ส่งปีเตอร์สเข้ามาเพิ่มความดุดัน
สถิติการเผชิญหน้าก่อนหน้านี้ อาร์เซนอล ไม่เคยแพ้เลเวอร์คูเซ่น ในรายการนี้ ทำให้ความมั่นใจสูง นัดสองที่บ้าน ปืนใหญ่จะได้เปรียบแฟนบอล และหวังล้มยักษ์ใหญ่ทีมนี้
นี่คือบทเรียนสำคัญว่า ในฟุตบอลไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป การ ฮาแวร์ทซ์ ยิงจุดโทษท้ายเกม พา อาร์เซนอล เสมอ เลเวอร์คูเซ่น แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้
คุณคิดว่าอาร์เซนอลจะเข้ารอบได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอล UCL กับเราต่อไป!
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

