เพชรรัตน์ ฉุนนายกรัฐมนตรี หลังมีคำสั่งไม่รับรองร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยที่เคยประกาศสนับสนุนการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ได้รับความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดสรรงาน งบประมาณ และอำนาจตัดสินใจให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่
วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ เขต 1 ในนามพรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังนายกรัฐมนตรีลงนามไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในชุดกฎหมายกระจายอำนาจจำนวน 5 ฉบับ ซึ่งพรรคประชาชนเสนอเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการคืนงาน เงิน และอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เพชรรัตน์ ฉุนนายกรัฐมนตรี ปมไม่รับรองกฎหมาย
น.ส.เพชรรัตน์ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขรายละเอียดทางราชการ แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศครั้งสำคัญ เพราะเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการดูแลประชาชนอย่างแท้จริง ลดการพึ่งพาหน่วยงานส่วนกลาง และทำให้การแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากกว่าเดิม
3 หัวใจสำคัญของชุดกฎหมายกระจายอำนาจ
- เพิ่มอำนาจด้านบริการสาธารณะ: ท้องถิ่นจะสามารถดำเนินภารกิจต่าง ๆ ได้กว้างขึ้น ยกเว้นภารกิจหลักของรัฐ เช่น การทหาร ศาล เงินตรา และการต่างประเทศ แนวคิดนี้เรียกว่า Negative List ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดที่ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- เพิ่มอำนาจในการหารายได้: เปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกู้เงิน ออกพันธบัตร และจัดเก็บค่าธรรมเนียมบางประเภทได้ด้วยตนเอง ภายใต้หลักเกณฑ์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอต่อการพัฒนาพื้นที่
- จัดตั้งกลไกกำหนดมาตรฐาน: เสนอให้มีคณะกรรมการกระจายอำนาจที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานบริการสาธารณะขั้นต่ำ รวมถึงจัดทำแผนถ่ายโอนภารกิจอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนทุกภูมิภาคได้รับบริการที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน
สาระสำคัญของร่างกฎหมายยังครอบคลุมการปรับบทบาทขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา ให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น หากกฎหมายผ่านการพิจารณา ท้องถิ่นอาจมีเครื่องมือใหม่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง การศึกษา สาธารณสุข และบริการสาธารณะอื่น ๆ ที่ประชาชนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีให้เหตุผลว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายการเงิน จึงไม่รับรองร่างกฎหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา การตัดสินใจนี้ทำให้ น.ส.เพชรรัตน์แสดงความไม่พอใจ พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังใช้ข้อกำหนดทางกฎหมายเป็นเครื่องมือสกัดร่างกฎหมายหรือไม่ ทั้งที่ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายและตรวจสอบรายละเอียดอย่างเต็มที่
ประเด็นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีบทบาทในการกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พรรคดังกล่าวเคยสื่อสารต่อสาธารณะว่าพร้อมสนับสนุนการกระจายอำนาจ แต่การไม่รับรองร่างกฎหมายครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามว่า นโยบายที่ประกาศไว้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงมากน้อยเพียงใด
เพชรรัตน์ ฉุนนายกรัฐมนตรี และวิจารณ์ว่าการพูดสนับสนุนการกระจายอำนาจ แต่กลับใช้เหตุผลด้านกฎหมายการเงินเพื่อปัดตกตั้งแต่ต้น อาจทำให้ประชาชนมองว่ารัฐบาลไม่ต้องการคืนอำนาจและงบประมาณให้ท้องถิ่น เธอยังตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจ เหตุใดจึงไม่เปิดทางให้รัฐสภาอภิปรายร่างกฎหมายและพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างโปร่งใส
ในมุมของพรรคประชาชน การกระจายอำนาจไม่ใช่เพียงการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมหรือการส่งเงินไปช่วยเหลือท้องถิ่นเป็นครั้งคราว แต่หมายถึงการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการบริหารประเทศ จากระบบที่ส่วนกลางเป็นผู้ตัดสินใจเกือบทั้งหมด ไปสู่ระบบที่ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่มีสิทธิกำหนดทิศทางของตนเองมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้จำเป็นต้องมีทั้งกฎหมาย งบประมาณ บุคลากร และกลไกตรวจสอบที่เหมาะสม
น.ส.เพชรรัตน์ยืนยันว่าจะไม่ยุติการผลักดันเพียงเพราะร่างกฎหมายถูกปัดตกในขั้นต้น แต่จะเดินหน้าหาช่องทางอื่นเพื่อทวงคืนงาน เงิน และอำนาจให้ท้องถิ่น รวมถึงสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการกระจายอำนาจต่อไป ความเคลื่อนไหวหลังจากนี้จึงน่าติดตาม ทั้งในด้านการเสนอร่างกฎหมายใหม่ การอภิปรายในสภา และท่าทีของรัฐบาลต่อการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารประเทศ
ประเด็นนี้สะท้อนว่าการกระจายอำนาจยังเป็นโจทย์ใหญ่ของการเมืองไทย การตัดสินใจในวันนี้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ดังนั้นประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหลายฝ่าย ตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล และร่วมตั้งคำถามว่าท้องถิ่นควรมีอำนาจมากเพียงใด เพื่อให้การพัฒนาประเทศตอบโจทย์พื้นที่จริงมากกว่าการตัดสินใจจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว
หากคุณเห็นว่าท้องถิ่นควรมีสิทธิจัดการงานและงบประมาณมากขึ้น ลองติดตามการอภิปรายเรื่องนี้และร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพราะเสียงของประชาชนคือแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นได้จริง
ที่มา – “เพชรรัตน์” ฉุนนายกรัฐมนตรี ปัดตกชุดกฎหมายกระจายอำนาจ พรรคประชาชน


