ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้งล่วงหน้าชายแดนคึกคัก อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้และอีสานอย่างบุรีรัมย์ ชาวบ้านและผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต่างทยอยออกมาใช้สิทธิ์นอกเขตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความหวังที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แม้จะเป็นวันธรรมดาแต่ผู้คนไม่ขาดสาย
เลือกตั้งล่วงหน้าชายแดนคึกคัก
ที่โดมเทศบาลตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นจุดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา ผู้ลงทะเบียนจาก 61 จังหวัดทั่วประเทศเดินทางมาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะข้าราชการที่ทำงานในพื้นที่ บางคนมาอยู่บ้านภรรยาหรือสามีแต่ยังไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน นายคมกฤช พลพวก ปลัดอาวุโสอำเภอละหานทราย เปิดเผยว่ามีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 458 รายในเขตเลือกตั้งที่ 9 บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น
ความคึกคักนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่คุ้นชินกับปัญหาความไม่สงบ แต่ครั้งนี้ชาวบ้านให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า ชายแดนใต้และอีสานเคยเผชิญทั้งปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจถดถอย แต่ตอนนี้ประชาชนชินแล้ว และมุ่งหวังว่ารัฐบาลใหม่จะโฟกัสที่ปากท้อง
ชาวบ้านออกเสียงหวังรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
น.ส.มินตรา พวงอินทร์ อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้มาใช้สิทธิ์ เล่าว่า “วันนี้มาใช้สิทธิ์ตามกฎหมายและความตั้งใจ อยากได้รัฐบาลเร็วๆ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ฝากรัฐบาลชุดใหม่ทำตามสัญญาที่หาเสียง ไม่เหมือนชุดก่อนๆ ที่พูดได้แต่ทำไม่ได้” ส่วนนายเอกจำรูญ ชมจันทร์ ชาวจันทบุรีที่มาอยู่ต.ตาจง อ.ละหานทราย ประกอบอาชีพค้าขายตลาดนัด กล่าวว่า “เศรษฐกิจย่ำแย่สุดๆ ขายของแทบไม่ได้ อยากได้รัฐบาลที่แก้เศรษฐกิจด่วน ปัญหาชายแดนปล่อยทหารจัดการ ชาวบ้านชินแล้ว”
ปัญหาเศรษฐกิจที่จุดประกายความหวังในเลือกตั้งล่วงหน้า
ปัญหาเศรษฐกิจเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ เลือกตั้งล่วงหน้าชายแดนคึกคัก ชาวบ้านในพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และแรงงานนอกระบบ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพสูงขึ้น และการส่งออกที่ชะงักงันจากปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนก็ซบเซา ทำให้รายได้ครัวเรือนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ: ยางพารา ข้าวโพด และผลไม้ชายแดนราคาดิ่งเหว
- ค่าครองชีพพุ่ง: น้ำมัน อาหาร ขนส่งแพงขึ้นต่อเนื่อง
- การจ้างงานลด: โรงงานชายแดนปิดตัว ลูกจ้างตกงาน
- หนี้สินครัวเรือน: สินเชื่อรายย่อยพุ่ง สูงสุดในรอบทศวรรษ
ประชาชนจึงมองว่ารัฐบาลชุดใหม่ต้องมีนโยบายชัดเจน เช่น ลดภาษี ลดหนี้เกษตรกร สร้างงานในพื้นที่ชายแดน และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ การเลือกตั้งล่วงหน้ายังช่วยให้ผู้ที่ทำงานต่างถิ่นไม่พลาดสิทธิ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน
บทบาทของพื้นที่ชายแดนในการเมืองไทย
พื้นที่ชายแดนไม่ใช่แค่แนวหน้าเรื่องความมั่นคง แต่เป็นฐานเสียงสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวบ้านที่นี่มีประสบการณ์ชีวิตหลากหลาย ทำให้เสียงของพวกเขามีน้ำหนัก โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับนโยบายรัฐ การที่ เลือกตั้งล่วงหน้าชายแดนคึกคัก แสดงถึงศรัทธาในระบบประชาธิปไตย แม้จะมีปัญหามากมายแต่ประชาชนยังคงออกมาแสดงพลัง
นอกจากบุรีรัมย์แล้ว พื้นที่อื่นๆ อย่างชายแดนใต้ จันทบุรี สงขลา ก็มีบรรยากาศคล้ายกัน ผู้ว่าฯ และหน่วยงานท้องถิ่นต่างอำนวยความสะดวกเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งราบรื่น สิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนรอคอย
สุดท้ายแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ว่าประชาชนต้องการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง คุณล่ะพร้อมไปใช้สิทธิ์หรือยัง? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เพื่อนๆ ออกมาโหวตกันนะ!
ที่มา – เลือกตั้งล่วงหน้าชายแดนคึกคัก ชาวบ้านหวังให้รัฐบาลชุดใหม่มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ


