เส้นทางชีวิต “สมีโชติ” ก่อนห่มผ้าเหลือง เคยเป็นอดีตร่างทรง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต่างให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสชื่อดังแห่งวัดพุทไธศวรรย์ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในฉายา “สมีโชติ” ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดกว่า 100 ล้านบาท จนนำไปสู่การออกหมายจับและควบคุมตัวในที่สุด แต่เบื้องหลังผ้าเหลืองนั้น เส้นทางชีวิต “สมีโชติ” ก่อนห่มผ้าเหลือง เคยเป็นอดีตร่างทรง ซึ่งเป็นข้อมูลที่หลายคนอาจยังไม่เคยทราบมาก่อน
ตามคำบอกเล่าของอดีตลูกศิษย์คนสนิทอย่าง พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร ได้เปิดเผยเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจว่า นายอติโชติในอดีตนั้นเคยเป็นร่างทรงและเปิดสำนักดูดวงอยู่ในคอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว ก่อนจะตัดสินใจขอภรรยาบวชเนื่องจากความฝักใฝ่ในธรรมะ และได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ที่วัดพุทไธศวรรย์ในเวลาต่อมา
ย้อนรอยอดีตก่อนเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์
หากพูดถึง เส้นทางชีวิต “สมีโชติ” ก่อนห่มผ้าเหลือง เคยเป็นอดีตร่างทรง นั้นถือว่ามีความเป็นมาที่ซับซ้อน ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นฆราวาสจนถึงวันที่ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าคุณอติโชติ นอกจากเรื่องประวัติการเป็นร่างทรงแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องความใกล้ชิดกับสีกาหลายรายที่ชาวบ้านต่างพูดถึง ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า จริยวัตรที่แท้จริงภายใต้ผ้าเหลืองนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
- เคยเป็นร่างทรงและเปิดสำนักดูดวงย่านลาดพร้าว
- เคยมีครอบครัวก่อนตัดสินใจบวช
- มีการยักยอกเงินวัดเป็นจำนวนมหาศาล
นอกจากประวัติส่วนตัวแล้ว โลกโซเชียลยังมีการแชร์คลิปคำสาปแช่งเกี่ยวกับจตุคามรามเทพ โดย พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ผู้คร่ำหวอดในวงการ ได้เคยกล่าวเตือนเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วว่า หากมีการปลุกเสกหรือสร้างจตุคามฯ หลังจากปี 2544 โดยกลุ่มคนบางกลุ่มที่แอบอ้างการเป็นร่างทรง ถือเป็นของเก๊และจะมีคำสาปตามมา ซึ่งในคำเตือนนั้นมีการระบุชื่อของอดีตพระโชติรวมอยู่ด้วย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญให้กับพุทธศาสนิกชนทุกคน ว่าการเลือกศรัทธาในบุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้น ควรพิจารณาด้วยสติและความรอบคอบ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงหรือวัตถุมงคลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ท้ายที่สุดความจริงย่อมปรากฏเสมอ ไม่ว่าผ้าเหลืองจะหนาแค่ไหนก็ไม่อาจปิดบังความผิดที่ทำไว้ได้
ที่มา – เส้นทางชีวิต “สมีโชติ” ก่อนห่มผ้าเหลือง เคยเป็นอดีตร่างทรง ย้อนฟังคำสาปสร้างจตุคามฯ


