เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคดิจิทัลหลายคนคงกังวลไม่น้อยเกี่ยวกับเวลาที่ลูกๆ ใช้ไปกับหน้าจอ วันนี้มีข่าวใหญ่จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศลุยเดินหน้าปกป้องเยาวชนอย่างจริงจัง ด้วยการที่ผู้ว่าการรัฐ แกวิน นิวซัม ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อคุมเข้มโซเชียลมีเดีย แบนฟีเจอร์เสพติดสำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพื่อหยุดยั้งผลกระทบทางจิตวิทยาจากการออกแบบแพลตฟอร์มที่ตั้งใจดึงให้เด็กๆ อยู่บนโลกออนไลน์นานเกินไป
เหตุผลที่ต้องคุมเข้มโซเชียลมีเดีย แบนฟีเจอร์เสพติดสำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปี
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะรัฐแคลิฟอร์เนียต้องการจัดการที่ต้นเหตุอย่างอัลกอริทึมและฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อมอมเมาผู้ใช้ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ห้ามเล่นโซเชียลมีเดียทั้งหมด แต่เน้นไปที่การตัดการเข้าถึงฟีเจอร์ที่เลวร้าย อาทิ:
- ระบบเลื่อนฟีดดูเนื้อหาแบบไม่สิ้นสุด (Infinite Scroll)
- การเล่นวิดีโอแบบอัตโนมัติ (Autoplay)
- ระบบแนะนำเนื้อหาที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเสพติด
ทำไมกฎหมายนี้ถึงเป็นก้าวสำคัญ?
นอกจากเรื่องโซเชียลมีเดียแล้ว ยังมีการออกกฎหมายที่เรียกว่า “Adam’s Law” เพื่อควบคุมการใช้แชทบอท AI ในของเล่นสำหรับเด็ก เนื่องจากพบความเสี่ยงที่ AI จะตอกย้ำปัญหาทางสุขภาพจิตให้รุนแรงขึ้น กฎหมายฉบับนี้จึงถือเป็นความพยายามอย่างหนักในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเยาวชน ในฐานะที่แคลิฟอร์เนียเป็นแหล่งรวมบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก การที่รัฐออกมาคุมเข้มโซเชียลมีเดีย แบนฟีเจอร์เสพติดสำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปี จึงถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกให้ต้องทบทวนจริยธรรมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนใหม่
แม้จะมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มที่กังวลเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก แต่อีกมุมหนึ่ง นี่คือการย้ำเตือนว่าสุขภาพจิตและพัฒนาการของเด็กเป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจปล่อยผ่านได้ การใช้เทคโนโลยีควรเป็นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ใช่การจ้องแสวงหาประโยชน์จากความเปราะบางของเด็ก
ในอนาคตเราอาจได้เห็นกฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้ขยายตัวไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรปหรือประเทศอื่นๆ ที่เริ่มเล็งเห็นถึงภัยเงียบของอัลกอริทึม สำหรับผู้ปกครองเอง แม้จะมีกฎหมายมาช่วยคุม แต่การพูดคุยและสร้างสมดุลการใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงให้ลูกๆ ก็ยังเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ
ที่มา – ผู้ว่าฯ แคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายคุมเข้มโซเชียลมีเดีย แบนฟีเจอร์เสพติดสำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปี


