การเซ็นสัญญาครั้งแรกของ Will Carrick จะอุดช่องโหว่ที่เขาทิ้งไว้ได้หรือไม่?
แฟนบอลปีศาจแดงทุกคนคงกำลังจับตามองว่า การเซ็นสัญญาครั้งแรกของ Will Carrick จะอุดช่องโหว่ที่เขาทิ้งไว้ได้หรือไม่? หลังจากที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัว ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการหาตัวแทนในแดนกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาเคยทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมสมัยเป็นนักเตะ
มีกระแสข่าวหนาหูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเร่งปิดดีลคว้าตัว Ederson กองกลางจาก Atalanta มาร่วมทีม ซึ่งหากดีลนี้สำเร็จจริง จะถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก เพราะเรากำลังพูดถึงการใช้เงินมหาศาลไล่เลี่ยกับที่สโมสรเคยทุ่มไปเกือบ 580 ล้านปอนด์นับตั้งแต่ Carrick ย้ายเข้ามาเมื่อปี 2006
การเซ็นสัญญาครั้งแรกของ Will Carrick จะอุดช่องโหว่ที่เขาทิ้งไว้ได้หรือไม่?
การปรับปรุงแผงมิดฟิลด์คือภารกิจสำคัญอันดับหนึ่งในซัมเมอร์นี้ หลังจาก Casemiro กำลังจะหมดสัญญา และ Manuel Ugarte ก็ไม่อยู่ในแผนทำทีมระยะยาว ทำให้ Carrick จำเป็นต้องหากองกลางตัวหลักเข้ามาประคองดาวรุ่งอย่าง Kobbie Mainoo ให้ได้ ถึงแม้ทีมจะมีฝาแฝดอย่าง Jack และ Tyler Fletcher รวมถึง Jacob Devaney ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในช่วงยืมตัว แต่พวกเขายังต้องใช้เวลาบ่มเพาะฝีเท้าอีกพอสมควรก่อนที่จะลงเป็นตัวจริงในลีกสูงสุด
มองอนาคตกับการจัดการของ Will Carrick
ย้อนกลับไปดูประวัติการซื้อขายที่ผ่านมา เราจะเห็นรายชื่อนักเตะระดับบิ๊กเนมมากมายที่พยายามเข้ามาเติมเต็มพื้นที่แดนกลาง แต่แทบไม่มีใครที่สร้างอิมแพ็คได้เท่ากับมาตรฐานที่ Carrick เคยทำไว้ การเซ็นสัญญาครั้งแรกของ Will Carrick จะอุดช่องโหว่ที่เขาทิ้งไว้ได้หรือไม่? คำตอบนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่านักเตะที่ได้มานั้นมีความเข้าใจในระบบแท็กติกของเขามากแค่ไหน
- ความเป็นไปได้ในตลาดซื้อขาย: สโมสรตกเป็นข่าวกับนักเตะหลายรายตั้งแต่ Elliot Anderson ไปจนถึง Mateus Fernandes ซึ่งทีมต้องชั่งน้ำหนักให้ดีเรื่องค่าตัว
- อนาคตของดาวรุ่ง: การมี Mainoo เป็นแกนหลักคือจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ Carrick ต้องหาพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจและเล่นเข้าขากัน
- บทเรียนจากอดีต: รายชื่อนักเตะ 18 รายที่เคยย้ายเข้ามาด้วยค่าตัวรวมกว่า 541 ล้านปอนด์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญว่า การใช้เงินแก้ปัญหาไม่ใช่สูตรสำเร็จเสมอไป
ส่วนตัวผมมองว่า หาก Carrick สามารถนำปรัชญาการเล่นของเขาถ่ายทอดผ่านกองกลางคนใหม่ได้สำเร็จ แฟนๆ ก็น่าจะคาดหวังถึงการทวงคืนความสำเร็จได้ แต่ตลาดรอบนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือการคุมทีมงานเบื้องหลังของเขาอย่างแท้จริง มาร่วมส่งกำลังใจให้เขากับภารกิจสำคัญในการปรับจูนทีมครั้งนี้กันเถอะครับ
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ




