เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขยายตัวของธุรกิจเทคโนโลยีในเมืองหลวง เมื่อล่าสุด ชัชชาติ สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ กทม. เข้มตรวจ 5 ด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลจะไม่สร้างภาระหรือผลกระทบที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 49 แห่งทั่วกรุง
ชัชชาติ สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ กทม. เข้มตรวจ 5 ด้าน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า กทม. ให้ความสำคัญกับความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะเมื่อมีการระบุว่า ชัชชาติ สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ กทม. เข้มตรวจ 5 ด้าน นั้น เป็นการชะลอเพื่อรอให้คณะกรรมการฯ กำหนดนิยามและแนวทางที่ชัดเจนเสียก่อน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์นี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายมีมาตรฐานเดียวกัน
มาตรการคุมเข้มเพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
สำหรับการตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น กทม. ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มีการวางมาตรการที่ครอบคลุมมิติต่างๆ ดังนี้:
- มาตรฐานอาคาร: ต้องมีใบรับรองมาตรฐานสากลเพื่อการันตีความปลอดภัย
- การใช้ทรัพยากร: ต้องจัดการเรื่องการใช้น้ำ ไฟฟ้า และการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างรัดกุม
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ตรวจสอบมลพิษทางน้ำ อากาศ รวมถึงผลกระทบเรื่องความร้อนและเสียง
- การป้องกันอัคคีภัย: ต้องมีระบบที่ได้มาตรฐานสูงสุด
- การซ้อมอพยพ: ต้องมีการเตรียมพร้อมและซ้อมอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ กทม. ยังมีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งรายเดือน รวมถึงตรวจค่าฝุ่น PM2.5 และเชื้อแบคทีเรีย Legionella อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าชุมชนรอบข้างจะไม่ได้รับผลกระทบจากความร้อนหรือมลพิษที่ปล่อยออกมาจากคูลลิ่งทาวเวอร์
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่ ชัชชาติ สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ กทม. เข้มตรวจ 5 ด้าน เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและทันท่วงที เพราะดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่หากปราศจากการควบคุมที่เหมาะสม ผลกระทบสะสมระยะยาวอาจไม่คุ้มกับรายได้ที่เกิดขึ้น การกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจึงเป็น win-win situation สำหรับทั้งเมืองและภาคธุรกิจเอง
ที่มา – “ชัชชาติ” สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ กทม. เข้มตรวจ 5 ด้าน หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม


