ชูวิทย์ เตือน ปชน. อย่าทำการเมืองแบบนี้ 'เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ'

ชูวิทย์เตือน ปชช. อย่าทำการเมืองแบบ “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ”

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เตือน “พรรคประชาชน” ปมโหวตเลือกนายกฯ ลั่นอย่าทำการเมืองแบบนี้ “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกไปแขวนคอ”

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซึ่งมีคนติดตามกว่า 2 ล้านคน ได้แสดงความคิดเห็นถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

โดยระบุว่า พรรคประชาชนเสียงแตก ความหลากหลายของพรรคประชาชน ทำให้เสียงแตกดังโพล๊ะอย่างไม่เกินความคาดหมาย เพราะพลพรรคประชาชนนั้นเป็น “คนรุ่นใหม่” ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง แตกต่างจากพรรคการเมืองยุคเก่า

เมื่อถึงคราวที่พรรคประชาชนจะต้องไปพายเรือโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ จึงไม่ได้ง่ายเหมือนพรรคอื่นๆ ที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ วงในของพรรคประชาชนบอกว่า ทำใจไม่ได้กับการโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ ยิ่งเห็นอนุทินจับมือกับแต่ละคนบนเวที ให้เป็นรัฐมนตรีเสวยอำนาจ

พรรคประชาชนจะบอกว่า “ไม่เกี่ยว” เพราะเป็นฝ่ายค้านคงไม่ได้ ที่สำคัญ ส.ส. แต่ละคนของพรรค “จะไปตอบประชาชนยังไง?” ในเมื่อเพิ่งด่าว่าไร้ฝีมือ มีการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่กลับไปโหวตให้หน้าตาเฉย คาดได้ว่าคะแนนครั้งหน้าคงลงคลอง เพราะเป็นเสมือนการ “ตีเช็คเปล่า เซ็นชื่อแล้วให้อนุทินเป็นนายกฯ กรอกตัวเลข”

ถึงเวลาอนุทินจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีชุดใหม่ เห็นหน้าแต่ละคนแล้วก็หนาวสะท้านไปถึงทรวงอก อนุทินต้องตอบแทนบุญคุณทางการเมือง ให้ “พรรคกล้าหัก” เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย พรรคประชาชนจึงต้องรับผิดชอบไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่พ้น เพราะเป็นคนโหวตให้เองกับมือ

พรรคประชาชนจะโหวตให้ใคร เป็นเรื่องของพรรค แต่คนที่เลือกพรรคอย่างผม ก็มีสิทธิวิจารณ์ เพราะไปเลือกมา จุดยืนเป็นฝ่ายค้านมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ใครจะจัดรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้าน เพราะตัวเองไม่ได้เข้าร่วม นี่เป็นระบอบประชาธิปไตยสากลทั่วโลก

มันไม่มีที่ไหน โหวตให้ แต่ตัวเองขอเป็นฝ่ายค้านต่อไป แล้วรอ 4 เดือนให้ยุบสภา หากไม่ยุบจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ทำไปทำไมไม่ทราบ? หากมีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าเงื่อนไขต่างๆ ที่ตั้งไว้ทำไม่ได้ขึ้นมา หรือบรรดานักการเมืองเขี้ยวลากดินก่อเรื่องขึ้น พรรคประชาชนจะกลายเป็นผู้รับผิดชอบทันที ในฐานะเป็นนั่งร้านให้ อย่าไปทำการเมืองแบบนี้ เขาเรียกว่า “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกไปแขวนคอ”

ชูวิทย์เตือน ปชช. อย่าทำการเมืองแบบ “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ”

จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน (ปชช.) นั้น ได้สร้างความน่าสนใจและก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ประเด็นหลักที่นายชูวิทย์เน้นย้ำคือ การกระทำของพรรค ปชช. ที่อาจเข้าข่าย “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ” ซึ่งหมายถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองอื่น โดยที่ตนเองไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ แถมยังอาจต้องแบกรับความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา

วิเคราะห์นัยยะ “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ” ในบริบทการเมือง

คำกล่าวที่ว่า “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ” นั้น เป็นสำนวนไทยที่สะท้อนถึงสถานการณ์ที่บุคคลหรือองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยที่ตนเองไม่ได้ประโยชน์ แต่กลับต้องแบกรับภาระหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ในบริบททางการเมือง นายชูวิทย์ใช้สำนวนนี้เพื่อเตือนพรรค ปชช. ว่าการโหวตสนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองใดๆ ก็ตาม ควรพิจารณาถึงผลได้ผลเสียอย่างรอบคอบ หากการกระทำนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพรรค ปชช. หรือประชาชนโดยรวม แต่กลับทำให้พรรคต้องแบกรับความรับผิดชอบในความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง

สิ่งที่นายชูวิทย์กังวลคือ การที่พรรค ปชช. อาจถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพรรคการเมืองนั้นมีประวัติที่ไม่โปร่งใส หรือมีนโยบายที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของพรรค ปชช. การที่พรรค ปชช. ไปโหวตสนับสนุนพรรคการเมืองดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและไม่ไว้วางใจในจุดยืนของพรรคได้

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส.ของพรรค ปชช. จะตอบคำถามประชาชนอย่างไร หากต้องไปโหวตสนับสนุนบุคคลที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก การกระทำดังกล่าวอาจทำให้คะแนนนิยมของพรรค ปชช. ลดลงในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การตัดสินใจของพรรค ปชช. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ หากการกระทำใดๆ ก็ตามเข้าข่าย “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ” ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจส่งผลเสียต่อพรรคและประชาชนในระยะยาว

ดังนั้น พรรค ปชช. ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้องและโปร่งใส เพื่อรักษาความไว้วางใจจากประชาชน และสร้างสรรค์การเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ การเมืองเป็นเรื่องของการประนีประนอมและการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่การยึดมั่นในหลักการและผลประโยชน์ของประชาชน จะเป็นแนวทางที่นำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและยั่งยืน หวังว่าทุกฝ่ายจะตระหนักถึงความสำคัญของการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิม

ที่มา – ชูวิทย์ เตือน ปชน. อย่าทำการเมืองแบบนี้ “เนื้อไม่ได้กิน ซ้ำเอากระดูกแขวนคอ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: