ซาอุฯ กล่าวหา กบฏฮูตี ส่งโดรนพุ่งเป้านครเมกกะ โดยระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจจับและยิงสกัดโดรนได้ทางตอนใต้ของนครเมกกะ ก่อนที่อากาศยานไร้คนขับจะเข้าสู่น่านฟ้าต้องห้ามเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์ เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลในวงกว้าง เพราะนครเมกกะเป็นสถานที่สำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลก และเป็นศูนย์กลางพิธีฮัจญ์ที่มีผู้แสวงบุญเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี
กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งให้การสนับสนุนรัฐบาลเยเมน เปิดเผยว่า การสกัดโดรนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงขึ้น โฆษกกองกำลังพันธมิตร พลตรีตูร์กี อัล-มาลิกี กล่าวว่า ความปลอดภัยของมัสยิดศักดิ์สิทธิ์สองแห่ง รวมถึงชีวิตของผู้แสวงบุญ ถือเป็นเส้นแดงที่ไม่ควรถูกล้ำอย่างเด็ดขาด
ซาอุฯ กล่าวหา กบฏฮูตี ส่งโดรนพุ่งเป้านครเมกกะ
คำกล่าวหาของซาอุดีอาระเบียระบุว่า โดรนดังกล่าวมีทิศทางมุ่งหน้าไปยังนครเมกกะ และถูกทำลายก่อนเข้าสู่พื้นที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาคุกคามนครเมกกะหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกล่าวหาว่าข่าวดังกล่าวเป็นคำโกหกที่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง
ความขัดแย้งเกี่ยวกับเป้าหมายของโดรนจึงยังมีข้อมูลจากแต่ละฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผู้ติดตามสถานการณ์ควรพิจารณาข่าวจากหลายแหล่ง และรอข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเหตุการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางมักมีรายละเอียดซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารหลายฝ่าย
ซาอุฯ กล่าวหา กบฏฮูตี ส่งโดรนพุ่งเป้านครเมกกะ ท่ามกลางความตึงเครียด
เหตุการณ์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่การสู้รบในเยเมนกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังกลุ่มฮูตีเปิดฉากรุกครั้งใหญ่ต่อกองกำลังรัฐบาลเยเมน ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียถูกดึงกลับเข้ามามีบทบาทในความขัดแย้ง หลังสถานการณ์สงครามกลางเมืองอยู่ในภาวะหยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2565
ข้อมูลจากสหประชาชาติประเมินว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน มีประชาชนประมาณ 82,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากการสู้รบ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความขัดแย้งไม่ได้กระทบเฉพาะทหารหรือพื้นที่แนวหน้า แต่ยังส่งผลต่อครอบครัว โรงเรียน โครงสร้างพื้นฐาน และการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไปด้วย
ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียเคยกล่าวหากลุ่มฮูตีว่าพยายามโจมตีพื้นที่ใกล้นครเมกกะมาแล้ว โดยเหตุการณ์ก่อนหน้าเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2560 และเกี่ยวข้องกับขีปนาวุธพิสัยไกล ขณะที่กลุ่มฮูตียังคงปฏิเสธว่าไม่ได้มีเป้าหมายทำร้ายเมืองศักดิ์สิทธิ์
ผลกระทบต่อทะเลแดงและเส้นทางเดินเรือ
นอกจากการโจมตีทางอากาศแล้ว ความขัดแย้งยังขยายไปสู่ทะเลแดง กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และกล่าวว่ามีการโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับซาอุฯ หลังสามารถควบคุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนได้เป็นวงกว้าง พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน
ช่องแคบบับ เอล-มันเดบมีความสำคัญต่อการขนส่งสินค้าและพลังงานระหว่างเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคตะวันออกกลาง หากเส้นทางนี้ไม่ปลอดภัย บริษัทเดินเรืออาจต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งย่อมทำให้ระยะเวลาและต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ผู้บริโภคทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านราคาสินค้าและพลังงานที่ปรับตัวขึ้น
- เส้นทางเดินเรือในทะเลแดงมีความเสี่ยงจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ
- ความไม่มั่นคงอาจกระทบการขนส่งน้ำมันและสินค้าระหว่างประเทศ
- คลองสุเอซของอียิปต์อาจสูญเสียรายได้ หากเรือเลือกใช้เส้นทางอื่น
- ความตึงเครียดอาจทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวน
ซาอุดีอาระเบียและอียิปต์จึงเรียกร้องให้มีหลักประกันด้านเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือทั้งบริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบและช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กาตาร์เตือนว่าการปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบอาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก
ท่าทีของแต่ละฝ่ายและความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ฝ่ายซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน ส่วนกลุ่มฮูตีกล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบียใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเยเมนหลายสิบครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง โดยอ้างว่าบางเป้าหมายเป็นพื้นที่พลเรือน เช่น โรงเรียนและสะพาน ข้อกล่าวหาเหล่านี้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่ากองกำลังเฉพาะกิจของสหรัฐฯ กำลังช่วยเพิ่มการแบ่งปันข่าวกรองและสนับสนุนการวางแผนให้กองกำลังซาอุดีอาระเบีย การมีส่วนร่วมดังกล่าวสะท้อนว่าความขัดแย้งในเยเมนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับภูมิภาค แต่เชื่อมโยงกับความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือและการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ ท่าทีของกลุ่มฮูตีต่อการเดินเรือในทะเลแดง การตอบโต้ของซาอุดีอาระเบีย และความพยายามของนานาชาติในการลดความรุนแรง หากทุกฝ่ายยังยกระดับการโจมตี ความเสี่ยงต่อพลเรือน ผู้แสวงบุญ และเศรษฐกิจโลกก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
โดยสรุป ข่าว ซาอุฯ กล่าวหา กบฏฮูตี ส่งโดรนพุ่งเป้านครเมกกะ เป็นเหตุการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนทั้งด้านศาสนา ความมั่นคง และการเมืองระหว่างประเทศ แม้แต่ละฝ่ายจะให้ข้อมูลไม่ตรงกัน แต่สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการโจมตีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเป้าหมายพลเรือน พร้อมเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการเจรจาอย่างจริงจัง ในมุมของผู้ติดตามข่าว ควรเช็กแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและติดตามพัฒนาการอย่างรอบคอบ เพราะสถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อทั้งสันติภาพในเยเมนและความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก
ที่มา – ซาอุฯ กล่าวหา “กบฏฮูตี” ส่งโดรนพุ่งเป้า “นครเมกกะ” เตือนระวัง “ล้ำเส้นแดง”


