มติ 6:3 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ 'แพทองธาร' พ้นนายกฯ - ครม.หลุดทั้งคณะ

ด่วน! แพทองธารพ้นนายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

มติศาลรัฐธรรมนูญ 6:3 วินิจฉัย “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ทำ ครม. หลุดทั้งคณะด้วย

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 18/2568)

สมาชิกวุฒิสภา รวม 36 คน เข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่า ปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวยอมรับว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จ ฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา พร้อมที่จะทำตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ถูกร้องเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม ผู้ถูกร้องไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

มติ 6:3 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ – ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือร่วมกันแล้ว มีมติโดยเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) เสียงข้างมาก คือ

  • นายปัญญา อุดชาชน
  • นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
  • นายวิรุฬห์ แสงเทียน
  • นายจิรนิติ ทะวานนท์
  • นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
  • นายอุดม รัฐอมฤต

วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)

โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 เสียง คือ นายปัญญา อุดชาชน นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ ทะวานนท์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ เห็นว่า ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 เสียง คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่า ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5)

ทั้งนี้ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2568

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างไม่ร้ายแรง ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) แล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันอ่านคำวินิจฉัย

จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งผลให้ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ และ ครม. ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านและพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

แล้วหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ และ ครม.หลุดทั้งคณะ?

การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ – ครม.หลุดทั้งคณะ ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญเพื่อสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ และจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมือง และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้ ดังนั้นทุกฝ่ายจึงควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

ที่มา – มติ 6:3 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ – ครม.หลุดทั้งคณะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: