ทำเนียบขาวเผย เตรียมหารือเรื่องหารายได้จากช่องแคบฮอร์มุซ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ ลีวิตต์ ได้เปิดเผยในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอแนวคิดให้สหรัฐอเมริกาได้รับรายได้จากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของโลก
ทำเนียบขาวเผย เตรียมหารือเรื่องหารายได้จากช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน โดยให้บริการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ทำให้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก แนวคิดของทรัมป์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ลีวิตต์ยืนยันว่าประเด็นนี้จะถูกนำเข้าสู่การหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่องแคบเปิดกว้างโดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่านทางหรือรูปแบบอื่นๆ
รายละเอียดการแถลงข่าวของโฆษกทำเนียบขาว
ในงานแถลงข่าว ลีวิตต์เน้นย้ำว่าทรัมป์ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าวาทกรรม แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องคำขู่กวาดล้างอารยธรรมอิหร่าน แต่เธอปกป้องว่าสไตล์การเจรจาเด็ดขาดนี้คือกุญแจสู่ความสำเร็จ ทำให้อิหร่านยอมหยุดยิงและเปิดช่องแคบ ลีวิตต์กล่าวว่า “โลกควรฟังคำพูดของท่านทรัมป์อย่างจริงจัง เพราะท่านมุ่งผลลัพธ์เสมอ และสหรัฐมีไพ่เหนือกว่าในด้านศีลธรรมเหนือระบอบอิหร่าน”
นอกจากนี้ เธอยังชี้ว่าคำขู่รุนแรงของทรัมป์ส่งผลให้อิหร่าน “คุกเข่า” ขอหยุดยิง ซึ่งเป็นชัยชนะทางการทูตที่สำคัญ ทำเนียบขาวเผย เตรียมหารือเรื่องหารายได้จากช่องแคบฮอร์มุซ จึงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานโลก โดยสหรัฐอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือสินค้าที่ผ่านเส้นทางนี้
ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อเศรษฐกิจโลก
- ขนส่งน้ำมันดิบกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- เชื่อมโยงผู้ผลิตน้ำมันหลักอย่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน
- หากปิดกั้น จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อไทยและประเทศนำเข้าน้ำมัน
- แนวคิดหารายได้อาจช่วยลดภาระการทหารสหรัฐในภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากสหรัฐได้รายได้จากช่องแคบจริง อาจเป็นโมเดลใหม่ในการจัดการจุดยุทธศาสตร์ โดยอ้างสิทธิ์จากการรักษาความปลอดภัย ในอดีต สหรัฐเคยคุ้มครองเส้นทางนี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ทรัมป์มองว่าถึงเวลาที่พันธมิตรควรแบ่งปันภาระ
ทำเนียบขาวเผย เตรียมหารือเรื่องหารายได้จากช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนนโยบาย “อเมริกาต่อน้อยก่อน” ของทรัมป์ ที่เน้นผลประโยชน์สหรัฐเหนือสิ่งอื่น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการหยุดยิงที่เปราะบาง หากอิหร่านไม่ยอม อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า 80% สถานการณ์นี้กระทบโดยตรง หากราคาน้ำมันผันผวน อาจทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น รัฐบาลไทยควรติดตามใกล้ชิดและกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน
มุมมองอนาคตและผลกระทบ
ในอนาคต การหารือนี้อาจนำไปสู่ข้อตกลง multilaterals กับชาติอาหรับและจีนที่ใช้เส้นทางนี้ หากสำเร็จ จะเป็นชัยชนะของทรัมป์ในการทูตแบบ hard power แต่หากล้มเหลว อาจจุดชนวนสงครามน้ำมัน
สุดท้ายแล้ว แนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐกำลังปรับกลยุทธ์จากผู้พิทักษ์ฟรีสู่ผู้เก็บค่าบริการ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวสารสำคัญต่อไป
ที่มา – ทำเนียบขาวเผย เตรียมหารือเรื่องหารายได้จากช่องแคบฮอร์มุซ


