เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการผลักดันอุตสาหกรรมในบ้านเราให้ก้าวไกล ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าสนใจมาก เมื่อรัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบผ่านนโยบาย นายกรัฐมนตรี หนุนกองทัพใช้ Made in Thailand สร้างงาน เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย ให้กลายเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอย่างเต็มตัว แทนที่จะต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
นายกรัฐมนตรี หนุนกองทัพใช้ Made in Thailand สร้างงาน อย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดนี้ไม่ใชแค่เรื่องของความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเน้นให้เม็ดเงินในงบประมาณของกองทัพหมุนเวียนกลับมาสู่ผู้ประกอบการไทย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานและพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมฝีมือดีให้ก้าวสู่ระดับสากล
ก้าวสำคัญสู่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของคนไทย
ความสำเร็จจากการจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า นายกรัฐมนตรี หนุนกองทัพใช้ Made in Thailand สร้างงาน นั้นมาถูกทาง มีผู้ประกอบการไทยมากมายที่พร้อมจะแจ้งเกิดในเวทีนี้ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:
- เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 53 คู่ค้า สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
- กระทรวงกลาโหมเริ่มนำนโยบาย Offset Policy มาใช้จริง เพื่อเพิ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- มีการกำชับให้เพิ่มสัดส่วน Local Content เพื่ออุดหนุนผู้ผลิตในประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมองไกลไปถึงการจับมือกับมิตรประเทศอย่างมาเลเซีย เพื่อร่วมกันพัฒนาซ่อมบำรุงอากาศยานและยานเกราะ ซึ่งนี่คือโอกาสทองที่ประเทศไทยจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูงจากเพื่อนบ้านและขยายฐานการส่งออกไปตลาดต่างประเทศในอนาคต
ในส่วนของภาคการศึกษาก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีการลงนาม MOU ร่วมกันระหว่างกระทรวง อว. กระทรวงกลาโหม และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Dual-use ที่ใช้งานได้ทั้งในเชิงทหารและเชิงพาณิชย์ สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนว่า นายกรัฐมนตรี หนุนกองทัพใช้ Made in Thailand สร้างงาน คือจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศน์ทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน
ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่าการหันมาใช้ของที่ผลิตโดยคนไทย ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจ แต่คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนที่สุด หากกองทัพและรัฐบาลช่วยกันผลักดันอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นนวัตกรรมที่น่าทึ่งจากคนไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ
ที่มา – นายกรัฐมนตรี หนุนกองทัพใช้ Made in Thailand สร้างงาน เร่งปั้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ


