จากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามถึงการดำเนินการของรัฐบาลในการยกเลิก MOU 43-44 โดยสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ใช้กลไกรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบคำถามดังกล่าว โดยชี้แจงว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน
นายอนุทินกล่าวเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ว่ารัฐสภากำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ ทั้งในส่วนของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถูกถามว่าสามารถใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิก MOU 43-44 ได้เลยหรือไม่ นายอนุทินย้ำว่าทุกอย่างต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าของการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อดี-ข้อเสียของ MOU 43-44 นายอนุทินกล่าวว่า “ในเมื่อกมธ.ทั้ง 2 สภา ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ เราก็รอฟังผลการศึกษา” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หากผลการศึกษาออกมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทำประชามติในเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอผลการศึกษาออกมาก่อนแล้วค่อยนำมาพิจารณาร่วมกัน
นายกฯ ย้ำขั้นตอน ยกเลิก MOU 43-44
ประเด็นการยกเลิก MOU 43-44 กลายเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นายพิธาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้กลไกรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ การตอบสนองของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของขั้นตอนต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการตัดสินใจในประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การศึกษาข้อดีข้อเสียของ MOU 43-44 โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว การเปิดโอกาสให้ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้มีส่วนร่วมในการศึกษาและพิจารณาเรื่องนี้ จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและครอบคลุมทุกมิติ
การที่นายอนุทินกล่าวว่า “รอให้ผลการศึกษาออกมาก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาร่วมกัน” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป การมีส่วนร่วมของรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจของรัฐบาล
ทำไมต้องรอผลการศึกษา ยกเลิก MOU 43-44?
การรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก MOU 43-44 เป็นข้อตกลงที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน การศึกษาอย่างละเอียดจะช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง การตัดสินใจโดยปราศจากข้อมูลที่ครบถ้วนอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้
- ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของรัฐสภา: การเปิดโอกาสให้รัฐสภาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องนี้ จะช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจของรัฐบาล
- การพิจารณาอย่างรอบคอบ: การศึกษาข้อดีข้อเสียของ MOU 43-44 อย่างละเอียด จะช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว
- การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน: การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ
ในขณะที่สังคมรอคอยผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ MOU 43-44 อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์และประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้สังคมสามารถร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยได้
อนาคตของการยกเลิก MOU 43-44 ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ การตัดสินใจในเรื่องนี้จะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
ที่มา – นายกฯ บอกทุกอย่างมีขั้นตอน หลัง “พิธา” ติงยกเลิก MOU 43-44 ทำไมไม่ใช้กลไกสภา


