บังกลาเทศอ่วม โรคหัดระบาดหนัก เด็กดับแล้วกว่า 1,000 ราย

บังกลาเทศอ่วม โรคหัดระบาดหนัก เด็กดับแล้วกว่า 1,000 ราย ท่ามกลางสถานการณ์สาธารณสุขที่น่าเป็นห่วง หลังจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะเร่งจัดหาวัคซีนและเดินหน้าฉีดวัคซีนฉุกเฉินให้เด็กในหลายพื้นที่แล้วก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง

บังกลาเทศอ่วม โรคหัดระบาดหนัก เด็กดับแล้วกว่า 1,000 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 ว่า บังกลาเทศกำลังเผชิญการระบาดของโรคหัดครั้งรุนแรง โดยมีเด็กเสียชีวิตมากกว่า 1,000 รายแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละกว่า 1,000 ราย สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขต้องเร่งค้นหาผู้ป่วย คัดกรองกลุ่มเสี่ยง และกระจายวัคซีนไปยังพื้นที่ที่มีเด็กตกหล่นจากระบบมากที่สุด

ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลระบุว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา มีผู้ติดเชื้อโรคหัดแล้วมากกว่า 194,000 ราย ตัวเลขนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะการตรวจคัดกรองในบางพื้นที่ยังทำได้ไม่เต็มที่ และประชาชนจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้การแยกผู้ป่วยและติดตามผู้สัมผัสเป็นไปอย่างยากลำบาก

สาเหตุที่โรคหัดแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า บังกลาเทศกลายเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโรคหัดสูงที่สุดในโลกในปีนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประเทศเคยมีความก้าวหน้าอย่างมากในการควบคุมและกำจัดโรค ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือเด็กจำนวนมากยังไม่ได้รับวัคซีน โดยรายงานระบุว่า ผู้ติดเชื้อประมาณ 83% เป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด ขณะที่อีกประมาณ 10% เป็นทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่มีความเสี่ยงสูงและอาจยังไม่ถึงวัยรับวัคซีนครบตามกำหนด

นอกจากนี้ บังกลาเทศมีประชากรจำนวนมากและมีชุมชนแออัดในหลายพื้นที่ เมื่อเกิดการระบาด โรคจึงสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโรงเรียน ศูนย์พักพิง ตลาด และครอบครัวขนาดใหญ่ เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ท้องเสีย ขาดน้ำ หรือสมองอักเสบ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ปัญหาวัคซีนขาดแคลนและโรงพยาบาลล้น

องค์การยูนิเซฟเปิดเผยว่า รัฐบาลชั่วคราวชุดก่อนประสบปัญหาความล่าช้าในการจัดซื้อวัคซีน หลังมีการเปลี่ยนคู่ค้า ส่งผลให้เกิดภาวะวัคซีนไม่เพียงพอในช่วงเวลาที่การระบาดกำลังขยายตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังวิจารณ์ว่า การฉีดวัคซีนฉุกเฉินรอบแรกไม่สามารถเข้าถึงเด็กได้ครบทุกพื้นที่และทุกช่วงอายุ เด็กบางกลุ่มจึงยังไม่มีภูมิคุ้มกันและอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงของการแพร่เชื้อในชุมชน

สถานการณ์ในโรงพยาบาลก็อยู่ในระดับวิกฤต หลายแห่งมีผู้ป่วยจำนวนมากจนต้องจัดเตียงตามพื้น ขณะที่บางโรงพยาบาลรับผู้ป่วยเกินความจุมากกว่าสองเท่า ความแออัดดังกล่าวไม่เพียงสร้างภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายระหว่างผู้ป่วยและญาติที่เดินทางมาเฝ้าไข้ โรงพยาบาลจึงต้องเร่งจัดระบบคัดแยกผู้ป่วยโรคหัดออกจากผู้ป่วยโรคอื่น พร้อมเพิ่มมาตรการควบคุมการติดเชื้อ

แผนเร่งฉีดวัคซีนให้เด็กทั่วประเทศ

รัฐบาลบังกลาเทศและยูนิเซฟเตรียมยกระดับการรณรงค์ฉีดวัคซีนเชิงรุกในวันที่ 26 ก.ย. โดยตั้งเป้าเข้าถึงเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ได้มากที่สุด การดำเนินงานจะเน้นพื้นที่ห่างไกล ชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น และกลุ่มครอบครัวที่ไม่สามารถเดินทางไปยังสถานพยาบาลได้สะดวก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน โรงเรียน และองค์กรท้องถิ่น เพื่อประชาสัมพันธ์ประโยชน์ของวัคซีนและลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

  • เร่งสำรวจรายชื่อเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนในแต่ละชุมชน
  • จัดทีมแพทย์และพยาบาลเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ห่างไกล
  • เพิ่มการคัดกรองเด็กที่มีไข้ ผื่น หรืออาการผิดปกติ
  • ให้ความรู้ผู้ปกครองเกี่ยวกับการป้องกันโรคและการแยกผู้ป่วย
  • จัดสรรวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก

โรคหัดเป็นโรคติดเชื้อที่แพร่ได้ง่ายมากผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย ผู้ที่มีอาการไข้สูง ไอ น้ำมูก ตาแดง และมีผื่นขึ้นตามตัว ควรแยกตัวจากผู้อื่นและรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก เด็กที่มีภาวะโภชนาการต่ำ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ปกครองควรตรวจสอบสมุดวัคซีนของบุตรหลานและปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หากไม่แน่ใจว่าได้รับวัคซีนครบตามกำหนดหรือไม่

การระบาดครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบังกลาเทศ เพราะหลายประเทศเริ่มพบผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นเช่นกัน สหราชอาณาจักรสูญเสียสถานะประเทศที่กำจัดโรคหัดได้ในปีนี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกาก็มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การลดลงของอัตราการฉีดวัคซีน ความลังเลในการรับวัคซีน ความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และการเดินทางระหว่างประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคกลับมาระบาดได้อีกครั้ง

บทเรียนจาก บังกลาเทศอ่วม โรคหัดระบาดหนัก เด็กดับแล้วกว่า 1,000 ราย คือการป้องกันโรคต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดการระบาดแล้วเท่านั้น การฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และการแจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต้องสงสัย จะช่วยลดการแพร่เชื้อและปกป้องเด็กในชุมชนได้ ผู้ปกครองควรตรวจสอบวัคซีนของเด็กตั้งแต่วันนี้ และติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

ที่มา – บังกลาเทศอ่วม โรคหัดระบาดหนัก เด็กดับแล้วกว่า 1,000 ราย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: