กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลและแวดวงการเมือง เมื่อทางพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลในกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลยังคงจัดการปัญหาได้ไม่ดีพอ และมีแนวโน้มจะทำให้ผู้กระทำผิดหลุดรอดไปได้
ปชป. ซัดแก้น้ำมันรั่ว ข้อมูลย้อนแย้ง ทำโจรลอยนวล
การแถลงข่าวของทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายพงศกร ขวัญเมือง ระบุว่า ปัญหาการปนเปื้อนของน้ำมันในพื้นที่เขตยานนาวาและเขตใกล้เคียง กำลังได้รับความสนใจ แต่ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐกลับมีความสับสนและย้อนแย้งกันเอง จนประชาชนเกิดความกังวลใจอย่างมาก ซึ่งสถานการณ์ ปชป. ซัดแก้นัญหาน้ำมันรั่ว ข้อมูลย้อนแย้ง ทำโจรลอยนวล ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ
ชูสแกนอัตลักษณ์น้ำมันเหมือนลายนิ้วมือหาตัวการ
หนึ่งในทางออกที่น่าสนใจคือการใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย นายพงศกรเสนอว่ารัฐควรใช้เทคโนโลยีการตรวจอัตลักษณ์น้ำมัน ซึ่งเปรียบเสมือนการตรวจลายนิ้วมือ เพื่อหาที่มาว่าน้ำมันที่รั่วไหลนั้นมาจากโรงกลั่นของบริษัทใด ซึ่งจะช่วยให้การตามหาต้นตอเป็นไปอย่างแม่นยำ แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังจนกลายเป็นการปล่อยโจรลอยนวลไปในที่สุด
ด้านนางสาวศิริภา อินทวิเชียร เสริมว่าการพิสูจน์แหล่งที่มาของน้ำมันในเชิงวิชาการนั้นทำได้ไม่ยาก หากมีความตั้งใจจริง และได้เสนอแนวทางสำคัญดังนี้:
- เร่งระบุจุดรั่วไหลและปริมาณความเสียหายที่ชัดเจน
- อัปเดตแผนที่โครงสร้างพื้นฐานท่อน้ำมันทั่วกรุงเทพฯ
- ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและแจ้งเตือนประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังย้ำว่าหากรัฐบาลยังไม่สามารถระบุตัวผู้รับผิดชอบได้ ก็ควรพิจารณาสั่งยกเลิกการขนส่งน้ำมันทางท่อในพื้นที่ กทม. ชั่วคราว จนกว่าจะมีความมั่นใจในความปลอดภัย เพื่อไม่ให้นำภาษีของประชาชนไปแบกรับภาระการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความประมาทหรือความไม่โปร่งใสของบริษัทเอกชน
สุดท้ายนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า รัฐบาลจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ เพราะความปลอดภัยของประชาชนสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด และเราทุกคนควรจับตาดูว่ารัฐจะแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรต่อไป
ที่มา – ปชป. ซัดแก้น้ำมันรั่ว ข้อมูลย้อนแย้ง ทำโจรลอยนวล ชูสแกนอัตลักษณ์น้ำมันเหมือนลายนิ้วมือหาตัวการ


