'พริษฐ์' ขอลดงบหลักสูตร บยส. หวั่นสร้างระบบอุปถัมภ์ กระทบความเป็นอิสระศาล

พริษฐ์ขอลดงบ บยส. หวั่นกระทบอิสระศาล

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” ส.ส. พรรคก้าวไกล อภิปรายขอหั่นงบประมาณหลักสูตร บยส. ของศาลยุติธรรมกว่า 16 ล้านบาท ชี้อาจสร้างระบบอุปถัมภ์และกระทบความเป็นอิสระของศาล

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้อภิปรายขอปรับลดงบประมาณในส่วนของโครงการหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.)

นายพริษฐ์กล่าวว่า หลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงานรัฐมักถูกวิจารณ์ว่าสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างระบบอุปถัมภ์ เพราะมักมีผู้เข้าร่วมจากองค์กรที่ควรตรวจสอบกันเอง หรือองค์กรที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กันได้ หนึ่งในหลักสูตรที่ถูกวิจารณ์คือหลักสูตร บยส. ของศาลยุติธรรม ซึ่งปีนี้ขอรับงบประมาณถึง 16 ล้านบาท

พริษฐ์ ขอลดงบหลักสูตร บยส.

เขากล่าวว่าสถาบันตุลาการควรทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง เป็นอิสระ และปราศจากอคติ การที่ผู้พิพากษาพัฒนาความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก อาจเกิดความเสี่ยงหากบุคคลเหล่านั้นกลายเป็นคู่ความในคดีที่ผู้พิพากษาเป็นผู้พิจารณา

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังเน้นย้ำว่า สถาบันตุลาการต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ในสายตาสังคม ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าประชาชนเชื่อมั่นว่าผู้พิพากษาปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมด้วยหรือไม่ หากหลักสูตร บยส. กระทบต่อภาพลักษณ์นี้ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

“หากประโยชน์ที่ได้รับจากหลักสูตรเหล่านี้วัดผลได้ยากหรือไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระและภาพลักษณ์ของความเป็นอิสระของผู้พิพากษา การเดินหน้าหลักสูตรเช่นนี้อาจเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย” นายพริษฐ์กล่าว

ความกังวลจากภายในศาลยุติธรรมต่อหลักสูตร บยส.

นายพริษฐ์กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ได้ถูกตั้งคำถามจากคนนอกเท่านั้น แต่ผู้พิพากษาบางส่วนก็กังวลเช่นกัน โดยเมื่อเดือนมกราคม 2568 มีผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 ท่านเรียกร้องให้ยกเลิกหลักสูตร บยส. และไม่อนุญาตให้ผู้พิพากษาเข้าร่วมอบรมหลักสูตรอื่นที่คล้ายกัน นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นผู้พิพากษาจำนวน 1,455 คน พบว่า 87% เห็นว่าหลักสูตร บยส. กระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้พิพากษา และ 82% เห็นว่าสมควรยกเลิกหลักสูตร

เขาเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ โดยอาจตัดลดงบประมาณทั้งหมด 16 ล้านบาท หรือปรับลดบางส่วนเพื่อปรับรูปแบบหลักสูตรให้ใช้งบประมาณน้อยลง และลดความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระของผู้พิพากษา เช่น ปรับการเรียนการสอนเป็นออนไลน์มากขึ้น หรือเปลี่ยนจากการรับผู้เข้าเรียนเป็นรุ่นมาเป็นการจัดกิจกรรมตามหัวข้อ

นอกจากนี้ อาจพิจารณาปรับองค์ประกอบของผู้เรียน โดยแยกกิจกรรมระหว่างผู้พิพากษาและบุคคลภายนอก หรือเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับประโยชน์ที่สังคมจะได้รับ เช่น เผยแพร่คลิปการสอน หรือจัดเก็บฐานข้อมูลผู้เรียนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้พิพากษาปฏิบัติหน้าที่ในคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เคยเรียนร่วมกัน

เขากล่าวว่าเข้าใจดีว่ามีอีกหลายหลักสูตรของหน่วยงานอื่นที่มีปัญหาคล้ายกัน แต่เมื่อหลักสูตร บยส. เป็นหลักสูตรที่เคยหารือกับผู้บริหารหลักสูตรโดยตรง และมีการเรียกร้องจากภายในองค์กรให้มีการยกเลิกหรือทบทวนอย่างชัดเจน

“ตนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากศาลยุติธรรมจะลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาเรื่องของระบบอุปถัมภ์ในประเทศไทย โดยการยกเลิกหรือทบทวนหลักสูตรดังกล่าว ตนเชื่อว่าความกล้าหาญของผู้บริหารศาลยุติธรรมนั้นจะได้รับความชื่นชมจากหลายภาคส่วนในสังคม และจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริหารของหน่วยงานอื่นที่มีการจัดหลักสูตรในลักษณะคล้ายๆ กัน เดินตามความกล้าหาญของศาลยุติธรรมเช่นกัน” นายพริษฐ์กล่าว

การอภิปรายของนายพริษฐ์ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของภาครัฐและความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรต่างๆ การพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

ที่มา – “พริษฐ์” ขอลดงบหลักสูตร บยส. หวั่นสร้างระบบอุปถัมภ์ กระทบความเป็นอิสระศาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: