เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองทิศทางพลังงานของไทยอย่างใกล้ชิด เมื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ “พีระพันธุ์” ชี้ช่องโหว่ร่างแผน PDP 2026 เสี่ยงลงทุนสูง คนไทยแบกภาระ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของคนไทยทั้งประเทศในอนาคต วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมแผนพลังงานฉบับนี้ถึงกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หนักขนาดนี้ครับ
“พีระพันธุ์” ชี้ช่องโหว่ร่างแผน PDP 2026 เสี่ยงลงทุนสูง คนไทยแบกภาระ
นายพีระพันธุ์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดตัวเลขความต้องการไฟฟ้าที่ดูเหมือนจะสูงเกินความเป็นจริง ซึ่งหากเราวางโครงสร้างพื้นฐานบนสมมติฐานที่คลาดเคลื่อน ผลที่ตามมาคือการลงทุนที่เกินความจำเป็น และแน่นอนว่าต้นทุนเหล่านั้นจะถูกผลักภาระมาที่ค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยที่ผู้ประกอบการเอกชนยังคงได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ
ความกังวลต่อการแบกภาระค่าไฟในอนาคต
ประเด็นที่น่าสนใจที่คุณพีระพันธุ์ได้หยิบยกขึ้นมาคือการตั้งคำถามถึงสมมติฐานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่า 15 ล้านคัน รวมถึงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป โดยท่านชี้ว่า “พีระพันธุ์” ชี้ช่องโหว่ร่างแผน PDP 2026 เสี่ยงลงทุนสูง คนไทยแบกภาระ อย่างเห็นได้ชัด เพราะตัวเลขเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับอัตราการเติบโตของประชากรและภาคอุตสาหกรรมจริง ทำให้เกิดข้อกังวลว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนมหาศาลหากความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่เป็นไปตามเป้า
- ภาระค่าความพร้อมจ่าย (AP): การทำสัญญาซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ (IPP) ที่มีต้นทุนแฝงในบิลค่าไฟ
- การสนับสนุนพลังงานสะอาด: การเสนอให้ทำ Direct PPA สำหรับภาคอุตสาหกรรมแทนการโยนภาระเข้าระบบรวม
- ความมั่นคงทางพลังงาน: การปรับมาใช้ก๊าซจากอ่าวไทยและโรงไฟฟ้า กฟผ. แทนการพึ่งพาก๊าซ LNG นำเข้าที่ผันผวน
สิ่งที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดนี้คือ การที่ไฟฟ้าควรจะเป็น “บริการสาธารณะ” ไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจที่เน้นกำไรสูงสุด รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรทบทวนแผนให้รอบคอบที่สุด เพราะผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนกำไรของบริษัทพลังงานครับ
หากท่านมีข้อคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับทิศทางพลังงานไทยในอนาคต หรือมีความเห็นว่าเราควรปรับปรุงแผน PDP 2026 อย่างไรเพื่อให้ค่าไฟถูกลงและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าลืมแชร์ความคิดเห็นกันเข้ามานะครับ
ที่มา – “พีระพันธุ์” ชี้ช่องโหว่ร่างแผน PDP 2026 เสี่ยงลงทุนสูง คนไทยแบกภาระ
