ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ดราม่าร้อนแรงมาก เมื่อ พีระพันธุ์ อัด กกต. อย่างจัง เรื่องสองมาตรฐานในการตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปม “ซีเค เจิง” กับเงินสด 450 ล้านบาทที่หายวับไปไหนไม่รู้ วันนี้เรามาเจาะลึกกันแบบเป็นกันเอง ว่าปมนี้มันเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงเป็นประเด็นใหญ่โตขนาดนี้
พีระพันธุ์ อัด กกต. อ้างสีข้างถลอกไร้ MOU ธปท.
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมา พีระพันธุ์ อัด กกต. แบบไม่ยั้ง หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกนายซีเค เจิง คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังมาสอบสวน กรณีโพสต์คลิปยายถูกซื้อเสียงคนละ 2,000 บาท แต่กลับเมินกรณีเบิกถอนเงินสดผิดปกติถึง 450 ล้านบาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังออกมาแฉเองเลยว่า พบการเบิกเงินสดจำนวนมหาศาลจากธนาคารพาณิชย์ในลักษณะไม่ปกติ รวมมูลค่าประมาณ 450 ล้านบาท พีระพันธุ์บอกว่า อยู่การเมืองมานานกว่า 30 ปี ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม้ไม่ใช่ช่วงเลือกตั้ง การเบิกเงินสดขนาดนี้ก็ผิดปกติแล้ว ยิ่งเป็นช่วงหาเสียง ยิ่งน่าสงสัยหนัก เงินไปไหน? เอาไปทำอะไร? สืบไม่ยากเพราะมีหลักฐานธนาคารชัดเจน
ปม “ซีเค เจิง” กับการซื้อเสียง 2,000 บาท
กรณีของ “ซีเค เจิง” กลายเป็นจุดเริ่มต้นดราม่า เมื่อเขาออกมาแฉเรื่องยายถูกซื้อเสียง 2,000 บาทต่อคน กกต. ไม่รอช้า รีบเรียกสอบทันที แต่พอเจอประเด็นใหญ่กว่าอย่างเงิน 450 ล้าน กลับอ้างว่า “สีข้างถลอก” หรือไม่มี MOU กับธปท. ไม่สามารถตรวจสอบได้ พีระพันธุ์ตั้งคำถามหนักว่า นี่สองมาตรฐานชัดๆ หรือเปล่า?
ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง กกต. มีอำนาจเต็มที่ในการสืบสวน หากมีพฤติการณ์น่าสงสัยกระทบความบริสุทธิ์ยุติธรรม สำนักงานกกต. ต้องสนับสนุน ถ้าละเลยอาจโดนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นหน้าที่ พีระพันธุ์ยังย้ำว่า ในอดีตเคยเตือนกกต. ชุดก่อนๆ เรื่องหลักเกณฑ์เลือกตั้งไม่ชอบกฎหมาย แต่ไม่ฟัง จนศาลตัดสินจำคุกทีหลัง
- จุดสังเกตหลัก: กกต. สอบเงิน 2,000 บาท แต่เมิน 450 ล้าน
- ผู้ว่าฯ ธปท. เป็นพยานหลักฐานสำคัญ แต่ไม่ขยับ
- อ้างไม่มี MOU แต่กฎหมายให้อำนาจอยู่แล้ว
- ประชาชนสงสัย ซีเค เจิงผิดจริงไหม? ต้องดูพยานหลักฐาน
ทำไมประเด็นเงินสด 450 ล้านถึงสำคัญ?
การเบิกเงินสดจำนวนมากในช่วงเลือกตั้ง มันชี้ชัดถึงปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงระดับใหญ่ ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายของระบบประชาธิปไตยไทย พีระพันธุ์เรียกร้องให้กกต. และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม รักษาความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้ง หากปล่อยผ่าน จะยิ่งทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่น
จากประสบการณ์นักการเมืองรุ่นใหญ่ พีระพันธุ์มองว่าปมนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก อาจเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มอำนาจบางกลุ่มที่อยากครอบงำผลเลือกตั้ง เราควรติดตามใกล้ชิด เพราะมันกระทบอนาคตชาติโดยตรง
ในมุมมองของเรา การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ ต้องกำจัดทุจริตตั้งแต่ต้นทางแบบนี้แหละ คุณล่ะคิดเห็นยังไง? คิดว่ากกต. ควรเร่งสอบเงิน 450 ล้านไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้ประเด็นนี้แพร่หลายนะ!
ที่มา – “พีระพันธุ์” อัด กกต. อ้างสีข้างถลอก ไร้ MOU ธปท. แต่ปม “ซีเค เจิง” กับเร่งสอบ


