ฟัง 2 มุม ดราม่า 'แม่ค้าหน้าโรงเรียน' ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

ฟัง 2 มุม! แม่ค้าหน้าโรงเรียน ให้เด็กผ่อนของเล่น

ดราม่าร้อนๆ หน้าโรงเรียน! เรื่องราวของ “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น กลายเป็นประเด็นถกเถียง เมื่อผู้ปกครองบางรายไม่พอใจและต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มาฟังสองมุมจากทั้งฝั่งผู้ปกครองและแม่ค้ากันค่ะ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในขอนแก่น ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูได้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนกว่า 100 คน มาประชุมด่วน หลังได้รับข้อมูลว่ามีแม่ค้าของเล่นหน้าโรงเรียน เปิดโอกาสให้เด็กๆ ผ่อนของเล่นได้ แต่กลับเกิดปัญหา เมื่อเด็กหลายคนผ่อนครบแล้วแต่ไม่ได้รับของ หรือบางคนต้องจ่ายเงินเพิ่มจากที่ตกลงกันไว้ถึงจะได้ของเล่น แถมบางรายอยากได้เงินคืน แม่ค้าก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืน

นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังพบว่าของเล่นที่เด็กๆ ผ่อนซื้อนั้น มีราคาแพงเกินจริงไปมาก เมื่อเรื่องแดงขึ้น ผู้ปกครองหลายคนจึงรวมตัวกันเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับแม่ค้าที่ สภ.เมืองขอนแก่น

ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เผยว่า หลังทราบเรื่องก็ได้เรียกนักเรียนมาสอบถามถึงรายละเอียดการผ่อนของเล่นกับแม่ค้าหน้าโรงเรียน พร้อมทั้งแนะนำให้นักเรียนเลือกซื้อสินค้าที่เป็นประโยชน์ โรงเรียนเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านจราจรหน้าโรงเรียนเป็นหลัก ส่วนการเลือกซื้อสินค้าของนักเรียนนั้น เป็นอิสระ ทางโรงเรียนไม่ได้ติดตามดูแล จนกระทั่งมาทราบเรื่องจากผู้ปกครองจึงรีบทำการตรวจสอบ และให้ครูประจำชั้นสำรวจว่ามีนักเรียนคนไหนที่ผ่อนซื้อของเล่นหน้าโรงเรียนบ้าง

จากการสำรวจ พบว่ามีนักเรียนประมาณ 50 คน ที่มีการผ่อนรายวัน ทางโรงเรียนได้ประสานไปยังผู้ปกครอง เพื่อสอบถามว่าต้องการให้โรงเรียนช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เนื่องจากเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง และเรื่องนี้เกิดขึ้นนอกโรงเรียน ทำให้ควบคุมได้ยาก ซึ่งผู้ปกครองบางส่วนจะทำการอบรมสั่งสอนลูกที่บ้าน ส่วนผู้ปกครองที่ต้องการเอาความ ทางโรงเรียนจะพาไปแจ้งความ เพื่อให้ร้านค้าตระหนักถึงผลเสียของการปล่อยให้นักเรียนผ่อนของเล่น ทางโรงเรียนจะออกหนังสือไปยังพ่อค้าแม่ค้าบริเวณหน้าโรงเรียนอีกครั้ง ว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย

เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 เล่าว่า เธอซื้อคีย์บอร์ดมีไฟกับคุณป้าแม่ค้า โดยจ่ายเป็นรายวัน วันละ 10-20 บาท จนครบ 140 บาท จึงได้ของเล่นมา เธอบอกว่าการผ่อนของเล่นเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเงินไม่พอก็ยังสามารถมีของเล่นได้ แต่ก็มีเพื่อนบางคนบอกว่าโดนโกง ผ่อนเงินครบแล้วแต่ไม่ได้ของ

เด็กหญิงบี (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 อีกราย เล่าว่า เธอเคยผ่อนซองใส่ภาพวงบัส ราคา 100 บาท โดยจ่ายไปแล้ว 80 บาท แต่พอจะไปจ่ายส่วนที่เหลือ แม่ค้าไม่อยู่ เมื่อกลับมาอีกวัน แม่ค้าก็ไม่มาขายของ เธอจึงเปลี่ยนใจไม่อยากได้ของแล้ว แต่แม่ค้าไม่ยอมคืนเงินให้ แถมบอกว่าเธอได้รับของเล่นไปแล้ว ทำให้เธอเสียใจมาก

น.ส.ณัฐนันท์ (สงวนนามสกุล) ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.3 เล่าว่า ลูกบอกว่าไปผ่อนของเล่นมาราคา 40 บาท ผ่อนวันละ 20 บาท ซึ่งเธอเห็นว่าของเล่นไม่น่าจะราคาสูงขนาดนั้น จึงห้ามลูกไม่ให้ไปผ่อนอีก เพราะของเล่นที่ได้มาอย่างมากก็ราคาแค่ 10 บาท

ต่อมา ผู้ปกครองได้เข้าไปพูดคุยกับแม่ค้าขายของเล่น อายุ 53 ปี หลังจากที่ลูกสาวบอกว่าซื้อตุ๊กตาในราคาผ่อน 80 บาท แต่ไม่ได้สินค้า เมื่อขอเงินคืน แม่ค้าก็ไม่ยอมคืน ทำให้ผู้ปกครองต้องร้องเรียนกับโรงเรียนและแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ผู้ปกครองยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ทางด้านแม่ค้าขายของเล่น เผยว่า เธอขายของเล่นที่กำลังเป็นที่นิยม และเห็นว่าของเล่นบางอย่างมีราคาสูงเกินกว่าที่นักเรียนจะซื้อได้ จึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ผ่อนจ่ายได้ แต่เมื่อเกิดปัญหา พ่อแม่ไม่พอใจ อยากได้เงินคืน ก็สามารถมารับเงินคืนได้ทันที เธอยืนยันว่าสินค้าที่ขายมีราคาไม่แพง และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อไปจะไม่ให้นักเรียนผ่อนจ่ายอีกเด็ดขาด

ฟัง 2 มุม ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

ทำไมถึงเกิดดราม่า แม่ค้าหน้าโรงเรียน ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น?

สรุปแล้ว ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม การผิดสัญญา และการที่เด็กยังไม่มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจซื้อสินค้าเอง ผู้ปกครองจึงต้องเข้ามาดูแลและปกป้องสิทธิของบุตรหลาน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทั้งผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้ประกอบการ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่เด็กนักเรียน และการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ฟัง 2 มุม ดราม่า “แม่ค้าหน้าโรงเรียน” ให้เด็กนักเรียนประถมผ่อนของเล่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: