ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าพิจารณาคำร้อง “ภูมิธรรม-ทวี” ใช้อำนาจแทรกแซง กกต. เพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง กรณีนี้เกี่ยวข้องกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะในกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าพิจารณาคำร้อง “ภูมิธรรม-ทวี” ใช้อำนาจแทรกแซง กกต. เพื่อประโยชน์สาธารณะ
วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินใจด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 2 ให้ดำเนินการพิจารณาคำร้องนี้ต่อไป แม้ว่าทั้งสองผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วก็ตาม คำร้องนี้เกิดจากการที่สมาชิกวุฒิสภาหลายคนยื่นต่อประธานวุฒิสภา โดยอ้างว่าการที่ทั้งคู่มีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) ถือเป็นการแทรกแซงและครอบงำอำนาจของ กกต. ผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งนำไปสู่การกลั่นแกล้ง กดดัน และข่มขู่สมาชิกวุฒิสภา
พฤติกรรมดังกล่าวถูกมองว่าขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและหลักนิติธรรม ทำให้เกิดคำถามถึงความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรมของทั้งสองคน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งอาจนำไปสู่การสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) การตัดสินใจของศาลนี้จึงมีความสำคัญยิ่ง เพราะแม้ทั้งคู่จะพ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่การวินิจฉัยจะช่วยกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมในอนาคต
เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเดินหน้าพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการพิจารณาคดีต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 51 ตุลาการส่วนใหญ่ 6 คน ได้แก่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นชอบกับการดำเนินคดีต่อ ขณะที่ตุลาการ 2 คน คือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ มองว่าพอทั้งคู่พ้นตำแหน่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยต่อ
ก่อนหน้านี้ ในขณะที่คดีกำลังพิจารณา ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามคำวินิจฉัยของศาล ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ต่อมาพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 โดยไม่มีชื่อของนายภูมิธรรมและ พ.ต.อ. ทวี ทำให้ทั้งคู่ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 หลังนายกฯ ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ
กรณี ศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าพิจารณาคำร้อง “ภูมิธรรม-ทวี” ใช้อำนาจแทรกแซง กกต. เพื่อประโยชน์สาธารณะ นี้ สะท้อนถึงความพยายามของสถาบันตุลาการในการรักษาความโปร่งใสในระบบการเมืองไทย แม้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อตำแหน่งปัจจุบัน แต่ผลลัพธ์อาจส่งผลต่อโอกาสทางการเมืองในอนาคตของบุคคลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองในการใช้อำนาจอย่างสุจริต
จากมุมมองของผู้สังเกตการณ์ การแทรกแซงดังกล่าวหากพิสูจน์ได้ จะเป็นการละเมิดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะการใช้หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่ม ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับคดีพิเศษในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
- ประเด็นหลัก: การแทรกแซง กกต. ผ่านคดีพิเศษ
- ผลกระทบ: ตั้งคำถามถึงจริยธรรมนักการเมือง
- ความสำคัญ: สร้างมาตรฐานสำหรับการใช้อำนาจ
ในท้ายที่สุด การวินิจฉัยของศาลนี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม หากคุณสนใจประเด็นการเมืองไทย ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจบริบทที่กว้างขึ้น
ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าพิจารณาคำร้อง “ภูมิธรรม-ทวี” ใช้อำนาจแทรกแซง กกต. เพื่อประโยชน์สาธารณะ

