ศาลสั่งคุก 4 ปี 7 เดือน หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ ไม่รอลงอาญา ริบรถของกลาง

ศาลสั่งคุก 4 ปี 7 เดือน หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ

จากกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมและเกิดคำถามถึงความเหมาะสมของบทลงโทษ วันนี้เราจะมาสรุปข้อเท็จจริงของคดีนี้กันค่ะ

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดีที่ศาลจังหวัดชุมพรมีคำพิพากษาจำคุกหญิงวัย 30 ปี ผู้ขับรถบีเอ็มดับเบิลยูชนแม่ลูก 3 คนเสียชีวิต โดยศาลสั่งคุก 4 ปี 7 เดือน หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ โดยไม่รอลงอาญา พร้อมทั้งริบรถของกลาง ซึ่งอาจมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าโทษเบาไปหรือไม่

สรุปข้อเท็จจริงคดี หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ:

  1. คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โดยมีสามีและบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายทั้งสามเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเรียกค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 24,205,000 บาท
  2. จำเลยและผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม ตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งจำเลยจะเยียวยาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจำนวน 5,500,000 บาท โดยมีการชำระเงินแล้วบางส่วน และจะผ่อนชำระส่วนที่เหลืออีกเดือนละ 30,000 บาท
  3. จำเลยเดิมให้การปฏิเสธบางข้อหา แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องของโจทก์
  4. บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่จำเลยขับ ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมแล้ว 4,500,000 บาท
  5. ศาลจังหวัดชุมพรสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลย เพื่อนำข้อมูลส่วนตัวของจำเลยมาประกอบการทำคำพิพากษา

ศาลสั่งคุก 4 ปี 7 เดือน หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ

ศาลจังหวัดชุมพรมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ในหลายมาตรา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด, ขับรถโดยประมาท, ขับรถในขณะเมาสุรา, และการไม่ให้ความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจึงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่เนื่องจากความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอัตราโทษเท่ากัน ศาลจึงลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปี และเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เป็นจำคุก 9 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ในฐานขับรถในขณะเมาสุรา และจำคุก 1 เดือนในฐานขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ รวมจำคุก 4 ปี 7 เดือน และปรับ 500 บาท

ทำไมศาลถึงตัดสินจำคุก หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ โดยไม่รอลงอาญา?

ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ร่วมแล้วบางส่วน และตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้พยายามบรรเทาความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยขับรถด้วยความประมาท ใช้ความเร็วสูง ทั้งยังขับในขณะเมาสุราและมีสารเสพติดในร่างกาย ถือเป็นการขาดสำนึกและความรับผิดชอบต่อผู้ร่วมใช้ถนน จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายถึง 3 คน อีกทั้งจำเลยยังหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ พฤติการณ์แห่งคดีนับเป็นเรื่องร้ายแรง ศาลจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุกและริบรถของกลาง

อนึ่ง กฎหมายกำหนดอัตราโทษจำคุกสำหรับฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไว้ที่ 3-10 ปี

ภายหลังจากอ่านคำพิพากษา ศาลอนุญาตให้จำเลยปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยให้ติดอุปกรณ์ EM และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมทั้งเรียกหลักประกันวงเงิน 150,000 บาท

คดีนี้สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ ไม่ประมาท และเคารพกฎหมายจราจร เพราะความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ การคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดบนท้องถนน

ที่มา – ศาลสั่งคุก 4 ปี 7 เดือน หญิงขับบีเอ็มฯ ชนตาย 3 ศพ ไม่รอลงอาญา ริบรถของกลาง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: