ศาลสั่งจำคุก 'วิฑูรย์ นามบุตร' 3 ปี ปมใช้ตำแหน่งเรียกรับเงิน 30 ล้าน แลกรับงานรัฐ

ศาลสั่งจำคุก “วิฑูรย์ นามบุตร” 3 ปี ปมเรียกรับเงิน

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก “วิฑูรย์ นามบุตร” อดีตรัฐมนตรีและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเวลา 3 ปี ในคดีเรียกรับเงิน 30 ล้านบาท แลกกับงานก่อสร้างของรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เหตุเกิดเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการงบประมาณปี 2556-2557 คดีนี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักการเมือง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีต สส.อุบลราชธานี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำเลยที่ 1 พร้อมพวกอีก 4 ราย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

คดีนี้มีมูลเหตุจากการที่นายวิฑูรย์ นามบุตร ขณะดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ถึง 2557 ได้เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 30,000,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับการแบ่งโควตาโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของหน่วยงานรัฐในภาคอีสานและภาคใต้ ผู้เสียหายหลงเชื่อและจ่ายเงินให้นายวิฑูรย์และพวกหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ถึงพฤษภาคม 2557 รวมเป็นเงิน 29,600,000 บาท ซึ่งเป็นการกระทำโดยทุจริตและใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เหตุเกิดในหลายพื้นที่ ได้แก่ ตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน, ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี, ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ, จังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพฯ จำเลยทั้ง 5 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ศาลสั่งจำคุก “วิฑูรย์ นามบุตร” 3 ปี ปมเรียกรับเงิน

ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า นายวิฑูรย์ จำเลยที่ 1 อาศัยโอกาสจากการมีอำนาจหน้าที่เรียกรับเงิน และเสนอผลตอบแทนให้แก่ผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายยอมจ่ายเงินให้หลายครั้ง รวมเป็นเงิน 29,600,000 บาท ถือเป็นการหาประโยชน์ให้ตนเองโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีของนายวิฑูรย์ จำเลยที่ 1 โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และเป็นการกระทำโดยทุจริต การกระทำของนายวิฑูรย์จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ส่วนจำเลยที่ 2-5 แม้จะเป็นเครือญาติของนายวิฑูรย์ แต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้ติดต่อกับจำเลยที่ 2 ถึง 5 แต่อย่างใด จึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน

ศาลจึงพิพากษาว่า นายวิฑูรย์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นควรลงโทษจำคุก 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยก และยกฟ้องจำเลยที่ 2-5

ทั้งนี้นายวิฑูรย์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างการอุทธรณ์

ผลกระทบจากคดี “วิฑูรย์ นามบุตร” กับความเชื่อมั่นทางการเมือง

คดีของนายวิฑูรย์ นามบุตร ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการเมืองไทยเป็นอย่างมาก การที่นักการเมืองระดับสูงถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริต ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกผิดหวังและสิ้นหวังในระบบการเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตที่ฝังรากลึกในวงการการเมืองไทย และความจำเป็นในการปฏิรูปการเมืองเพื่อให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

  • ความสำคัญของความโปร่งใส: คดีนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความโปร่งใสในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
  • การตรวจสอบที่เข้มงวด: กลไกการตรวจสอบการทุจริตต้องมีความเข้มแข็งและเป็นอิสระ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บทบาทของประชาชน: ประชาชนมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองเพื่อป้องกันการทุจริต

การตัดสินคดี “วิฑูรย์ นามบุตร” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองไทยทุกคน ว่าการใช้อำนาจในทางที่ผิดและการทุจริต จะนำมาซึ่งผลเสียต่อตนเองและสังคมโดยรวม การสร้างความโปร่งใสและการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาจากประชาชน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับวิฑูรย์ นามบุตร สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และการกระทำใดๆ ที่ไม่โปร่งใส ย่อมถูกตรวจสอบและลงโทษได้ในที่สุด

ที่มา – ศาลสั่งจำคุก “วิฑูรย์ นามบุตร” 3 ปี ปมใช้ตำแหน่งเรียกรับเงิน 30 ล้าน แลกรับงานรัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: