ในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดร้อนที่ทุกสายตาจับจ้อง เพราะเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ล่าสุด สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยดร.วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ แถลงต่อรัฐสภาอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมเจรจาหรือจ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่านเด็ดขาด ชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่สิทธิพิเศษที่รัฐชายฝั่งจะกำหนดได้ตามอำเภอใจ
สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
การแถลงเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ดร.วิเวียน ยืนยันจุดยืนของสิงคโปร์ท่ามกลางวิกฤตที่อิหร่านจำกัดการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ สิงคโปร์จะไม่ขอ “ทางผ่านที่ปลอดภัย” หรือพิจารณาจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับเรือที่ชักธงสิงคโปร์ เพราะการสัญจรผ่านช่องแคบระหว่างประเทศถือเป็นสิทธิพื้นฐานตาม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญแห่งมหาสมุทรที่ทุกชาติต้องเคารพ
ทำไมสิงคโปร์ถึงยืนกรานหลักการนี้
ดร.วิเวียน อธิบายว่าการยอมเจรจาจะสร้างบรรทัดฐานอันตรายที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายสิงคโปร์เอง เพราะช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์เป็นเส้นทางค้าสำคัญยิ่งกว่า โดยมีปริมาณน้ำมันดิบและคอนเทนเนอร์ผ่านมากกว่าช่องแคบฮอร์มุซหลายเท่า จุดแคบสุดของช่องแคบฮอร์มุซกว้าง 21 ไมล์ทะเล แต่ช่องแคบสิงคโปร์แคบกว่า 2 ไมล์ หากยอมให้อิหร่านเก็บค่าผ่านทาง สิงคโปร์ก็จะอ้างสิทธิเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำตัวเองไม่ได้ในอนาคต
“นี่ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง แต่เป็นการยึดมั่นในกฎหมายอย่างเคร่งครัด” ดร.วิเวียน กล่าว หากภูมิภาคใดลุกเป็นไฟ สิงคโปร์ที่เป็นโอเอซิสแห่งความมั่งคั่งก็หลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจการค้าโลก
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและการตอบสนองของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านประกาศอนุญาตเรือจากบางประเทศผ่านช่องแคบได้ เช่น:
- จีน
- อินเดีย
- ปากีสถาน
- ญี่ปุ่น
- ไทย
- มาเลเซีย
แต่สิงคโปร์ปฏิเสธที่จะต่อรอง แม้เคยหารือกับรัฐมนตรีอิหร่าน ปัจจุบัน ทางการท่าเรือสิงคโปร์ (MPA) กำลังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ประสานกับเจ้าของเรือ และร่วมกับ IMO พิจารณา “ระเบียงเดินเรือปลอดภัย” ในระดับสากล เพื่อปกป้องลูกเรือและการค้าโลก
บทบาทของ UNCLOS ในช่องแคบระหว่างประเทศ
UNCLOS กำหนดสิทธิ “การผ่านทางขนานทะเล” (Transit Passage) ในมาตรา 37-44 สำหรับช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือสากล ทำให้เรือทุกชาติผ่านได้โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือจ่ายเงิน ช่องแคบฮอร์มุซเข้าข่ายนี้เต็มตัว การที่อิหร่านพยายามควบคุมจึงขัดหลักสากล สิงคโปร์จึงใช้จุดยืนนี้ปกป้องไม่เพียงเรือของตน แต่ยังรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเตือนประชาชนและธุรกิจให้เตรียมรับมือเศรษฐกิจผันผวนจากสงครามที่ขยายวง ราคาน้ำมันพุ่งสูง และการค้าชะงักงัน สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นกลยุทธ์ปกป้องผลประโยชน์ระยะยาว โดยเฉพาะช่องแคบมะละกาที่สิงคโปร์พึ่งพา
จุดยืนนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์ในการเป็นผู้นำที่ยึดหลักกฎหมายสากล ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก หากปล่อยให้บรรทัดฐานนี้พังทลาย เส้นทางการค้าทั่วโลกจะยิ่งวุ่นวาย คุณคิดว่าจุดยืนของสิงคโปร์ถูกต้องหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นด้วย!
ที่มา – สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ


