ห่วงไฟใต้บานปลาย 'ชวน' ชี้ ผิดพลาดนโยบายปี 44 ฆ่าตัดตอนเปิดทาง RKK ผุด

ห่วงไฟใต้บานปลาย ชวนชี้ผิดพลาดนโยบายปี 44

ห่วงไฟใต้บานปลาย ชวนชี้ผิดพลาดนโยบายปี 44 กลายเป็นประเด็นสำคัญจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา ได้สะท้อนบทเรียนจากนโยบายในอดีต พร้อมเสนอแนวทางที่รัฐบาลควรนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ

ในการอภิปราย นายชวนกล่าวถึงความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงบางส่วนของจังหวัดสงขลา ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 และมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 7,000 คน สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เศรษฐกิจในท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างศาสนาในพื้นที่

ห่วงไฟใต้บานปลาย ชวนชี้ผิดพลาดนโยบายปี 44

นายชวนย้อนถึงเหตุการณ์ระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2544 ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของแนวนโยบายที่มีความหละหลวม โดยมีคำสั่งให้จัดการกับผู้มีอิทธิพลหรือหัวโจกจำนวน 18 คน เดือนละ 10 คน แนวทางดังกล่าวนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการอุ้มฆ่า และสร้างความหวาดระแวงในหมู่ประชาชน เมื่อความไว้วางใจต่อรัฐลดลง ก็เปิดช่องให้เกิดกลุ่มก่อความไม่สงบรุ่นใหม่ หรือ RKK

จากนั้น ความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงขึ้น มีการซุ่มโจมตีและฝึกซ้อมกำลัง ก่อนนำไปสู่เหตุการณ์ปล้นปืนจากค่ายปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยมีรายงานว่าปืนถูกปล้นไปมากกว่า 413 กระบอก เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ปัญหาความไม่สงบขยายตัวและส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

บทเรียนจากห่วงไฟใต้บานปลาย ชวนชี้ผิดพลาดนโยบายปี 44

สาระสำคัญจากการอภิปรายครั้งนี้คือ รัฐบาลควรเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต และไม่ใช้มาตรการที่อาจทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การแก้ปัญหาความมั่นคงจำเป็นต้องเดินควบคู่ไปกับการพัฒนา การสร้างความเข้าใจ และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะการใช้กำลังเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้อย่างยั่งยืน

  • สร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่
  • ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้
  • รับฟังผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และคนรุ่นใหม่
  • พัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง
  • สื่อสารนโยบายอย่างระมัดระวังเพื่อไม่สร้างความแตกแยก

นายชวนย้ำว่า แนวทางที่ยั่งยืนที่สุดคือการยึดหลักพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แนวทางนี้เคยช่วยสร้างความเข้าใจ พัฒนาพื้นที่ และทำให้ชุมชนชาวพุทธกับชาวมุสลิมอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนตลอดหลายทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม นายชวนตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า ได้เข้าใจเจตนารมณ์ของแนวทางดังกล่าวอย่างแท้จริงหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลระบุหลักการนี้ไว้ในนโยบายข้อ 9.3 แต่เมื่อมีการตั้งกระทู้ถามกลับได้รับคำตอบว่ายังไม่พร้อมตอบ ประเด็นนี้สะท้อนว่าการประกาศนโยบายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถแปลงแนวคิดไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว นายชวนยังกล่าวถึงการทำงานของฝ่ายการเมือง โดยพาดพิงถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กรณีลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดตรังและกล่าวถึงผลงานของตนในอดีต นายชวนชี้แจงว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนทำหน้าที่เพื่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดบ้านเกิด การพัฒนาจึงควรกระจายไปยังทุกภูมิภาคอย่างเท่าเทียม

ตัวอย่างโครงการที่นายชวนยกขึ้นมา ได้แก่ การขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ การพัฒนารถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. และโครงการนมโรงเรียน พร้อมเตือนว่าการตรวจราชการควรเป็นโอกาสในการแก้ปัญหาและสร้างความร่วมมือ ไม่ควรใช้เป็นเวทีโจมตีบุคคลอื่นหรือสร้างความแตกแยกในพื้นที่

ในมุมมองของนายชวน รัฐบาลยังต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาภายในประเทศหรือปัญหาระหว่างประเทศ หากเป็นปัญหาภายใน รัฐบาลควรเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยและกลไกของรัฐ พร้อมดำเนินการแก้ไขด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรประเมินบุคลากรหรือประชาชนในประเทศต่ำเกินไป

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ฟื้นฟูความร่วมมือตามกรอบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยม อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย หรือ IMT-GT เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดน ความร่วมมือระดับภูมิภาคอาจช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนบรรยากาศแห่งสันติสุขได้ในระยะยาว

โดยสรุป ประเด็น ห่วงไฟใต้บานปลาย ชวนชี้ผิดพลาดนโยบายปี 44 ไม่ได้เป็นเพียงการวิจารณ์เหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นการเตือนว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งต้องอาศัยความเข้าใจ ความยุติธรรม และความต่อเนื่อง รัฐบาลควรรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย ลดถ้อยคำที่สร้างความแบ่งแยก และวางนโยบายที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐยืนอยู่ข้างพวกเขาอย่างแท้จริง หากทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความไว้วางใจ โอกาสที่จะเห็นสันติสุขในชายแดนใต้ก็จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น

ที่มา – ห่วงไฟใต้บานปลาย “ชวน” ชี้ ผิดพลาดนโยบายปี 44 ฆ่าตัดตอนเปิดทาง RKK ผุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: