อช.ดอยอินทนนท์แจ้งความ นักท่องเที่ยวเหยียบข้าวตอกฤๅษี หลังพบกลุ่มนักท่องเที่ยวประมาณ 10 คน ฝ่าฝืนป้ายเตือนและแนวกั้น ออกนอกเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาเพื่อถ่ายภาพ จนเกิดร่องรอยการเหยียบย่ำบริเวณลานข้าวตอกฤๅษี พืชหายากที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศบนพื้นที่สูง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. และทำให้อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การแจ้งความครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กฎระเบียบในพื้นที่อนุรักษ์ไม่ได้มีไว้เพื่อจำกัดความสนุกของนักท่องเที่ยว แต่มีขึ้นเพื่อปกป้องธรรมชาติที่ใช้เวลายาวนานในการฟื้นตัว โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบางและมีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว นักท่องเที่ยวจึงควรเดินอยู่บนเส้นทางที่กำหนด ไม่ข้ามแนวกั้น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
อช.ดอยอินทนนท์แจ้งความ นักท่องเที่ยวเหยียบข้าวตอกฤๅษี
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจอมทอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้รวบรวมหลักฐานจากภาพถ่ายและกล้องวงจรปิด รวมถึงลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อประกอบกระบวนการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
กรณีดังกล่าวเข้าข่ายการฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และการประกอบกิจกรรมนันทนาการนอกบริเวณที่กำหนดไว้ แม้ผู้กระทำอาจตั้งใจเพียงออกไปถ่ายภาพหรือชมความงามในระยะใกล้ แต่การก้าวออกนอกเส้นทางสามารถสร้างความเสียหายต่อพืชพรรณและหน้าดินได้มากกว่าที่คิด นอกจากนี้ การกระทำของคนเพียงไม่กี่คนอาจกลายเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นทำตาม จนพื้นที่ธรรมชาติได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
เหตุผลที่ข้าวตอกฤๅษีต้องได้รับการปกป้อง
ข้าวตอกฤๅษีเป็นมอสขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่น และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นมอสขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พืชชนิดนี้เติบโตได้ดีในพื้นที่ป่าเมฆที่มีความสมบูรณ์สูง มีความชื้นคงที่ อากาศเย็น และอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 2,000 เมตร สภาพแวดล้อมเช่นนี้พบได้ไม่มากนัก จึงทำให้ข้าวตอกฤๅษีมีคุณค่าทั้งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
สิ่งที่น่ากังวลคือ ข้าวตอกฤๅษีมีความเปราะบางและเจริญเติบโตช้า การถูกเหยียบย่ำเพียงครั้งเดียวอาจทำให้โครงสร้างของพืชเสียหาย ต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นตัว หรือบางจุดอาจไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ การเดินออกนอกเส้นทางจึงไม่ใช่เพียงการสร้างรอยเท้าบนพื้นดิน แต่ยังอาจทำลายความชื้น หน้าดิน และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบริเวณนั้นด้วย
- ข้าวตอกฤๅษีเติบโตช้าและต้องอาศัยสภาพอากาศเฉพาะ
- พื้นที่ป่าเมฆมีความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย
- การเหยียบย่ำอาจทำให้พืชเสียหายและฟื้นตัวได้ยาก
- การออกนอกเส้นทางเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
มาตรการเข้มงวดของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
หลังเกิดเหตุ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เตรียมเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนบริเวณจุดเปราะบาง โดยเฉพาะลานข้าวตอกฤๅษีและเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา พร้อมทั้งปรับปรุงแนวกั้นและป้ายเตือนให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจขอบเขตการใช้พื้นที่ได้อย่างถูกต้อง
การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังยังเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่นักท่องเที่ยวต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง การถ่ายภาพที่สวยงามไม่ควรแลกมาด้วยการทำลายพืชหายากหรือรบกวนระบบนิเวศ เพราะภาพหนึ่งภาพอาจอยู่บนสื่อสังคมออนไลน์เพียงไม่กี่วัน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางไปดอยอินทนนท์ ควรเตรียมตัวด้วยการศึกษากฎของอุทยานก่อนเดินทาง สวมรองเท้าที่เหมาะสมกับเส้นทาง เดินตามป้ายบอกทาง และสอบถามเจ้าหน้าที่เมื่อไม่แน่ใจว่าบริเวณใดสามารถเข้าได้ นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วย
- เดินเฉพาะบนเส้นทางที่อุทยานกำหนด
- ไม่ข้ามแนวกั้นหรือเข้าใกล้พื้นที่ที่มีป้ายห้ามเข้า
- ไม่เหยียบ จับ เด็ด หรือเคลื่อนย้ายพืชและสิ่งมีชีวิตในพื้นที่
- เก็บขยะกลับออกจากพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตลอดการท่องเที่ยว
อช.ดอยอินทนนท์แจ้งความ นักท่องเที่ยวเหยียบข้าวตอกฤๅษี เป็นกรณีที่เตือนใจว่า การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเริ่มต้นจากวินัยเล็ก ๆ ของทุกคน ธรรมชาติบนยอดดอยมีความงดงามเพราะยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้ ดังนั้นผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาเส้นทาง ไม่รุกล้ำพื้นที่เปราะบาง และถ่ายภาพโดยไม่ทำให้สิ่งที่อยู่ในภาพต้องสูญเสียไป หากทุกคนเคารพกฎและร่วมกันดูแล ดอยอินทนนท์ก็จะยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้และความงดงามทางธรรมชาติสำหรับคนรุ่นต่อไป
ที่มา – อช.ดอยอินทนนท์ แจ้งความ นทท. ฝ่าฝืนกฎ ออกนอกเส้นทางกระทบ “ข้าวตอกฤๅษี” พืชหายาก





