ดับแล้ว 21 ศพ อาคารในกาซาพังถล่ม UN ชี้มีตึกเสี่ยงอีก 400 แห่ง

อาคารในกาซาพังถล่ม ดับ 21 ศพ UN เตือนเสี่ยงอีก 400 แห่ง

อาคารในกาซาพังถล่ม ดับ 21 ศพ UN เตือนเสี่ยงอีก 400 แห่ง กลายเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจที่สะท้อนวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาอย่างชัดเจน เหตุอาคารสูง 6 ชั้นในเขตตัล อัล-ฮาวา เมืองกาซาซิตี้ พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 45 ราย

รายงานระบุว่า อาคารหลังดังกล่าวเคยได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อปีที่ผ่านมา จนโครงสร้างอยู่ในสภาพเอียงและมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม ครอบครัวผู้พลัดถิ่นจำนวนหนึ่งยังจำเป็นต้องเข้าไปพักอาศัย เพราะไม่มีสถานที่ปลอดภัยหรือที่พักแห่งอื่นให้เลือก แม้จะรู้ว่าอาคารอาจพังถล่มได้ทุกเมื่อก็ตาม

อาคารในกาซาพังถล่ม ดับ 21 ศพ UN เตือนเสี่ยงอีก 400 แห่ง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ทำให้การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่ป้องกันพลเรือนและอาสาสมัครต้องทำงานท่ามกลางซากอาคารที่พังลงมา รวมทั้งต้องเผชิญกับความมืด ความเสียหายของพื้นที่ และความไม่ปลอดภัยจากสถานการณ์สู้รบที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง

อาคารในกาซาพังถล่ม ดับ 21 ศพ UN เตือนเสี่ยงอีก 400 แห่ง สะท้อนวิกฤตผู้พลัดถิ่น

ในระยะแรก ทีมกู้ภัยมีอุปกรณ์จำกัดอย่างมาก เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งจึงต้องใช้มือเปล่าขุดและรื้อก้อนอิฐ ปูน และเศษซากต่าง ๆ เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ภายใน การทำงานลักษณะนี้ใช้เวลานานและมีความเสี่ยงสูง เพราะโครงสร้างส่วนที่เหลืออาจทรุดตัวลงมาได้ทุกขณะ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ต้องเร่งแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

ต่อมา ทีมช่วยเหลือจากสหประชาชาติ หรือ UN และทีมกู้ภัยจากอียิปต์ได้เข้าร่วมภารกิจค้นหา มีการนำเครื่องจักรหนักบางส่วนมาใช้ในการรื้อถอนซากอาคาร แต่การปฏิบัติงานยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากเครื่องจักรในพื้นที่มีจำนวนไม่เพียงพอ และขาดทั้งน้ำมันเครื่องกับอะไหล่ที่จำเป็นต่อการเปิดใช้งาน

หลังจากเจ้าหน้าที่ค้นหาอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงบ่ายของวันพุธ จึงประกาศยุติปฏิบัติการในจุดเกิดเหตุ โดยพบผู้เสียชีวิต 21 ราย และผู้บาดเจ็บ 45 ราย ตัวเลขดังกล่าวสร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งเป็นเด็กที่ควรได้รับการคุ้มครองและมีชีวิตอยู่ในสถานที่ปลอดภัย

อาคารเสียหายจำนวนมากยังรอการประเมินความปลอดภัย

สหประชาชาติประเมินว่า อาคารและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ในฉนวนกาซาได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจากสงคราม ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบ้านพักอาศัย แต่ยังรวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน ถนน ระบบสาธารณูปโภค และสถานที่ที่ประชาชนใช้เป็นศูนย์พักพิง

ผลกระทบที่ตามมาคือ ประชากรมากกว่า 1.9 ล้านคน หรือประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น หลายครอบครัวไม่มีบ้านให้กลับไป และต้องย้ายที่พักอยู่หลายครั้งตามสถานการณ์ความปลอดภัย การที่อาคารที่เสียหายยังถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวจึงสะท้อนว่าประชาชนจำนวนมากไม่มีทางเลือกอื่น แม้จะต้องเผชิญความเสี่ยงด้านโครงสร้างอาคารก็ตาม

ผู้แทนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP เตือนว่า ยังมีอาคารที่ได้รับความเสียหายจากสงครามอีกประมาณ 400 แห่งทั่วกาซาที่อาจพังถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งสภาพอากาศและฝนตกอาจเพิ่มแรงกดดันต่อโครงสร้างอาคารที่อ่อนแออยู่แล้ว

  • อาคารจำนวนมากเสียหายจากการโจมตีและยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด
  • ครอบครัวผู้พลัดถิ่นบางส่วนต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพราะไม่มีที่พักอื่น
  • ทีมกู้ภัยขาดแคลนเครื่องจักรหนัก น้ำมัน และอะไหล่
  • ฤดูหนาวอาจทำให้ความเสี่ยงของอาคารที่เสียหายเพิ่มขึ้น
  • การช่วยเหลือต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น UN และทีมกู้ภัยจากต่างประเทศ

UN เรียกร้องเครื่องจักรหนักและสิ่งของบรรเทาทุกข์

สหประชาชาติเรียกร้องให้อิสราเอลอนุมัติการส่งมอบเครื่องจักรหนักสำหรับภารกิจกู้ภัย รวมถึงเต็นท์และสิ่งของจำเป็นสำหรับช่วยเหลือผู้พลัดถิ่น เครื่องจักรเหล่านี้มีความสำคัญต่อการค้นหาผู้รอดชีวิต การเคลื่อนย้ายซากอาคาร และการตรวจสอบพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มเติม

ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลระบุว่า จำเป็นต้องจำกัดการขนส่งบางประเภท เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธนำเครื่องจักรไปใช้ในทางทหาร ประเด็นนี้ทำให้การนำความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่มีความซับซ้อน และส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเผชิญภัยพิบัติจากสงคราม

เหตุ อาคารในกาซาพังถล่ม ดับ 21 ศพ UN เตือนเสี่ยงอีก 400 แห่ง จึงไม่ใช่เพียงข่าวอาคารถล่มทั่วไป แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ หากยังไม่มีการตรวจสอบอาคารอย่างเป็นระบบ ไม่มีพื้นที่พักพิงที่ปลอดภัย และไม่มีอุปกรณ์กู้ภัยเพียงพอ การป้องกันเหตุครั้งต่อไปควรได้รับความสำคัญไม่แพ้การช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ

ในมุมของประชาชน สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัย จัดส่งอุปกรณ์กู้ภัยให้เพียงพอ และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทุกชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารควรได้รับโอกาสในการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด และทุกครอบครัวควรมีที่พักที่มั่นคงโดยไม่ต้องเสี่ยงอยู่ในอาคารที่อาจพังลงมาได้ทุกเวลา

ติดตามข่าวต่างประเทศและประเด็นด้านมนุษยธรรมอย่างรอบด้าน เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของสงครามที่มีต่อชีวิตผู้คน และร่วมส่งเสียงสนับสนุนการช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นในพื้นที่วิกฤต

ที่มา – ดับแล้ว 21 ศพ อาคารในกาซาพังถล่ม UN ชี้มีตึกเสี่ยงอีก 400 แห่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: