เซลติกมีปัญหาใหญ่ หรือ 4 วันข้างหน้าจะคลายกังวล?
ฟุตบอลในกลาสโกว์มักถูกพูดถึงอย่างเข้มข้นเกินจริง แต่สถานการณ์ของเซลติกในช่วงกลางเดือนกันยายนกำลังมีเหตุผลมากพอให้แฟนบอลรู้สึกกังวล เพราะทีมเพิ่งพ่ายเรนเจอร์ส 0-3 ในเกมสกอตติช ลีก คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ และกำลังจะต้องเจอกับบททดสอบสำคัญอีกสองนัดภายในเวลาเพียงสี่วัน
คำถามที่หลายคนกำลังถามคือ เซลติกมีปัญหาใหญ่ หรือ 4 วันข้างหน้าจะคลายกังวล? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงรูปแบบการเล่น ความแข็งแกร่งของแดนกลาง ความสามารถในการรับมือกับการเพรสซิ่ง และทัศนคติของนักเตะในเกมใหญ่ด้วย
มาร์ติน โอนีล พาทีมคว้าแชมป์ลีกสกอตแลนด์และสกอตติช คัพเมื่อฤดูกาลก่อน หลังจากสโมสรผ่านช่วงเวลาที่วุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในประเทศทำให้มาตรฐานของแฟนบอลสูงขึ้น พวกเขาต้องการเห็นฟุตบอลที่ไหลลื่นและผลงานในยุโรปที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงการเก็บถ้วยรางวัลในประเทศเท่านั้น
เซลติกมีปัญหาใหญ่ หรือ 4 วันข้างหน้าจะคลายกังวล?
เกมยูโรปาลีกกับเฟเรนซ์วารอชจะเป็นบททดสอบแรกของช่วงเวลาสำคัญนี้ ก่อนที่เซลติกจะกลับมาเปิดบ้านพบเรนเจอร์สในลีกอีกครั้งในวันอาทิตย์ หากทีมชนะทั้งสองนัด บรรยากาศรอบสโมสรจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความพ่ายแพ้ในเกมดาร์บีอาจถูกมองว่าเป็นเพียงความผิดพลาดชั่วคราว แต่หากผลงานยังน่าผิดหวัง คำถามเกี่ยวกับศักยภาพของทีมและการจัดตัวของโอนีลจะยิ่งดังขึ้น
เซลติกมีปัญหาใหญ่ หรือ 4 วันข้างหน้าจะคลายกังวล?
แฟนบอลเซลติกยังไม่มั่นใจ เพราะทีมชนะรวดในลีก 6 เกมแรกของฤดูกาลก็จริง แต่มีถึง 4 นัดที่ชนะด้วยผลต่างเพียงประตูเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทีมยังไม่สามารถควบคุมเกมได้อย่างเด็ดขาดเหมือนที่แฟนบอลคุ้นเคยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกมรุกอาจมีคุณภาพเพียงพอที่จะเอาชนะคู่แข่งที่อ่อนกว่า แต่เมื่อเจอทีมที่วางระบบดีและกล้าเพรสซิ่ง จุดอ่อนของเซลติกจะปรากฏชัดขึ้น
ในช่วงต้นฤดูกาล เซลติกเคยยิงได้ถึง 12 ประตูจากสามเกมที่พบคิลมาร์น็อก ดันดี ยูไนเต็ด และเกมเลกแรกของรอบเพลย์ออฟแชมเปียนส์ลีกกับลาสก์ ตัวเลขดังกล่าวทำให้หลายคนเชื่อว่าทีมมีแนวรุกที่อันตรายมาก แต่ผลงานในเกมใหญ่กลับยังไม่สม่ำเสมอ และการพ่ายแพ้ในออสเตรียก็ทำให้ข้อสงสัยเหล่านี้กลับมาอีกครั้ง
กามิโล ดูราน คือหนึ่งในนักเตะใหม่ที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุด เขายิงได้ 6 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์จากการลงสนาม 10 นัด ขณะที่คาสเปอร์ ฮอกห์ และฮาอิสเซม ฮัสซาน ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับระบบและจังหวะฟุตบอลของทีม การเสริมทัพด้วยผู้เล่นราคาแพงจึงยังไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมของเซลติกอย่างสมบูรณ์
จุดที่แฟนบอลเซลติกกังวลมากที่สุด
คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าของเซลติกวิจารณ์ว่าทีมกำลังเป็นเหมือนนักเลงที่เก่งเฉพาะกับคู่แข่งที่คาดว่าจะชนะได้ เขายังแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับแดนกลางที่ดูเบาและถูกเรนเจอร์สครองพื้นที่ได้ง่ายในเกมดาร์บี ขณะที่กัปตันทีมอย่างคัลลัม แม็คเกรเกอร์ก็ยอมรับว่าทีมมีลักษณะเหมือนกลุ่มนักเตะที่เล่นแยกกันมากกว่าจะเป็นหน่วยเดียวกัน
ปัญหาสำคัญคือการขึ้นเกมเมื่อคู่แข่งเพรสซิ่งอย่างเป็นระบบ เซลติกมักเสียบอลในพื้นที่อันตรายและเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามโต้กลับเร็ว เมื่อการเชื่อมบอลจากแนวรับไปแดนกลางไม่ราบรื่น กองหน้าจะได้รับบอลน้อยลง และทีมจะต้องพึ่งพาการเล่นริมเส้นหรือการเปิดบอลยาวมากเกินไป
สถิติการถูกยิงก็เป็นอีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม เซลติกถูกลาสก์ยิงรวมกันถึง 60 ครั้งจากสองนัด โดย 40 ครั้งเกิดขึ้นในเกมเลกที่สองที่เต็มไปด้วยความผิดพลาด ส่วนในลีกฤดูกาลนี้ ทีมถูกยิงไปแล้ว 64 ครั้งจาก 6 เกม แม้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่หายนะ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าคู่แข่งสามารถสร้างโอกาสได้มากกว่าที่แฟนบอลคาดหวัง
- เกมรับ: ต้องลดพื้นที่ว่างระหว่างแนวรับกับแดนกลาง และมีสมาธิกับบอลจังหวะสองมากขึ้น
- แดนกลาง: ต้องกล้าเก็บบอลและช่วยกันแก้เพรสซิ่ง ไม่ใช่ปล่อยให้คู่แข่งไล่บีบจนเสียรูปเกม
- เกมรุก: นักเตะใหม่ต้องประสานงานกันให้ดีขึ้น เพื่อให้ทีมมีทางเลือกมากกว่าการพึ่งความสามารถเฉพาะตัว
- เกมใหญ่: เซลติกต้องแสดงความนิ่งและความเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรก โดยเฉพาะเมื่อพบทีมระดับยุโรปหรือเรนเจอร์ส
สี่วันสำคัญต่ออนาคตของโอนีล
โอนีลยังมีเครดิตจากการพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อน และผลงานในลีกช่วงเปิดฤดูกาลก็ยังดีพอที่จะทำให้เซลติกอยู่ในตำแหน่งลุ้นแชมป์ อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของสโมสรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การครองความยิ่งใหญ่ในประเทศอีกต่อไป แฟนบอลต้องการเห็นทีมแข่งขันในยุโรปได้อย่างมีศักดิ์ศรี และต้องการเห็นแผนการเล่นที่ชัดเจนในเกมสำคัญ
เกมกับเฟเรนซ์วารอชจึงมีความหมายมากกว่าการเปิดสนามยูโรปาลีก หากเซลติกคว้าชัยชนะพร้อมฟอร์มที่มั่นใจ นักเตะจะได้รับแรงผลักดันก่อนเกมดาร์บี ขณะเดียวกัน หากทีมยังเล่นแบบขาดความต่อเนื่องหรือเสียประตูง่าย เสียงวิจารณ์ก็อาจรุนแรงขึ้นทันที
การพบเรนเจอร์สในลีกหลังจากแพ้มา 0-3 เป็นโอกาสแก้ตัวที่มาถึงเร็วมาก เซลติกมีโอกาสขยับหนีคู่แข่งร่วมเมืองเป็น 8 คะแนนหากคว้าชัยชนะได้ ผลลัพธ์ดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของแฟนบอลและลดแรงกดดันรอบทีม แต่การเสมอหรือแพ้อีกครั้งจะทำให้คำถามเรื่องความพร้อมในเกมใหญ่กลายเป็นประเด็นหลักตลอดช่วงต่อไปของฤดูกาล
ดังนั้นคำตอบของคำถามว่า เซลติกมีปัญหาใหญ่ หรือ 4 วันข้างหน้าจะคลายกังวล? ยังต้องรอดูจากผลงานจริง เซลติกอาจไม่ได้มีปัญหาทุกด้าน แต่จุดอ่อนที่เห็นในเกมกับเรนเจอร์สและลาสก์ก็ชัดเจนเกินกว่าจะมองข้ามได้ ทีมยังมีคุณภาพ นักเตะยังมีประสบการณ์ และสถานการณ์ในลีกยังอยู่ภายใต้การควบคุม ทว่าทุกอย่างจะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้เล่นสามารถตอบสนองในสนามได้
มุมมองที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้คือ อย่าเพิ่งตัดสินเซลติกจากความพ่ายแพ้เพียงนัดเดียว แต่ก็ไม่ควรปัดความกังวลของแฟนบอลทิ้งเช่นกัน สี่วันข้างหน้าจะบอกได้ว่าทีมของโอนีลกำลังอยู่ในช่วงสะดุดชั่วคราว หรือกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง
บทสรุป: หากเซลติกต้องการยืนยันว่าความพ่ายแพ้ในเกมดาร์บีเป็นเพียงอุบัติเหตุ พวกเขาต้องแสดงให้เห็นทั้งความดุดัน ความเป็นทีม และความนิ่งในสองเกมถัดไป แฟนบอลควรจับตาแดนกลาง การรับมือเพรสซิ่ง และทัศนคติในจังหวะสำคัญ เพราะสามปัจจัยนี้อาจเป็นตัวชี้ว่าฤดูกาลของเซลติกจะเดินหน้าอย่างมั่นคงหรือเต็มไปด้วยคำถาม
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ




