'แม่ทัพภาคที่ 2' มี 3 เก้าอี้รอรับ ย้ำจุดยืนไม่เล่นการเมือง หลังมีพรรคมาทาบทาม

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำจุดยืนไม่เล่นการเมือง

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำจุดยืนไม่เล่นการเมือง หลังพรรคทาบทาม

ในวงการการเมืองและทหารไทยช่วงนี้ มีข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ แม่ทัพภาคที่ 2 หรือ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แม้จะมีพรรคการเมืองหลายพรรคมาทาบทามก็ตาม ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งและการปรับคณะรัฐมนตรี ทำให้หลายฝ่ายจับตามองบุคลากรทหารเกษียณที่จะเข้ามามีบทบาทในเวทีการเมือง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.บุญสิน ได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมพิธีสดุดีทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เขายืนยันว่า ยังไม่เคยพบ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหาร 26 และจปร.37 แม้จะมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนเก่า แต่ก็ยังไม่มีการชวนให้เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาแต่อย่างใด

แม่ทัพภาคที่ 2 มี 3 เก้าอี้รอรับหลังเกษียณ

หากมีคำเชิญมาจริง พล.ท.บุญสิน ก็พร้อมปฏิเสธทันที เพราะยึดมั่นในจุดยืนไม่ยุ่งทางการเมือง แต่หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว เขายังคงพร้อมช่วยเหลืองานกองทัพในด้านที่ตนมีความเชี่ยวชาญ โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจ 3 ตำแหน่งรออยู่ ได้แก่ ที่ปรึกษาผบ.ทบ. , ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และที่ปรึกษาผู้อำนวยการหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า นอกจากนี้ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ายังได้เชิญให้ไปช่วยงานในสถาบันดังกล่าวด้วย

การมีตำแหน่งเหล่านี้รอรับ แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ของ แม่ทัพภาคที่ 2 ในด้านความมั่นคงและการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เขารับผิดชอบมานานหลายปี การตัดสินใจไม่เล่นการเมืองนี้ อาจเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับทหารคนอื่นๆ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากพรรคการเมืองต่างๆ

พรรคการเมืองทาบทาม แม่ทัพภาคที่ 2 แต่ถูกปฏิเสธ

แม้จะมีพรรคการเมืองหลายพรรคส่งสัญญาณทาบทามให้เข้าร่วมงานการเมือง แต่ พล.ท.บุญสิน ย้ำชัดเจนว่า จะยืนยันคำเดิมไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น ในยุคที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบประชาธิปไตยมากขึ้น การที่ผู้นำทหารอย่างเขาเลือกทางสายกลางนี้ ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสถาบันทหารและการเมืองได้ไม่น้อย

นอกจากประเด็นหลักแล้ว เราสามารถวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ว่า จุดยืนนี้สอดคล้องกับนโยบายของกองทัพไทยที่เน้นความเป็นกลางทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นต้นมา ทหารไทยมักถูกมองว่าเป็นเสาหลักของชาติ แต่การเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเมืองอาจนำไปสู่ความแตกแยกได้ ดังนั้น การที่ แม่ทัพภาคที่ 2 เลือกโฟกัสที่งานด้านความมั่นคงหลังเกษียณ จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด

จากประสบการณ์ในภาค 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ พล.ท.บุญสิน มีผลงานเด่นในด้านการแก้ไขปัญหาชายแดน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่มักมีเหตุการณ์ปะทะบ้างเป็นครั้งคราว การที่เขายังคงช่วยงานสมช. และสถาบันพระปกเกล้า จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสันติภาพและความมั่นคงให้กับสังคมไทยได้อีกมาก

ในมุมมองส่วนตัว คิดว่าการตัดสินใจของท่านเป็นแบบอย่างที่ดี ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของกองทัพให้คงความน่าเชื่อถือ ท่ามกลางกระแสข่าวลือการเมืองที่คอยจับตามอง หากท่านสนใจติดตามข่าวการเมืองและทหารเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความอื่นๆ ในเว็บไซต์ของเราได้ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

  • ติดตามข่าว แม่ทัพภาคที่ 2 และกองทัพไทย
  • อ่านเพิ่ม: พิธีสดุดีทหารกล้า ชายแดนไทย-กัมพูชา
  • สำรวจตำแหน่งหลังเกษียณของผู้นำทหาร

สุดท้ายแล้ว จุดยืนไม่เล่นการเมืองนี้ไม่เพียงช่วยท่านเอง แต่ยังส่งผลดีต่อเสถียรภาพของประเทศด้วย หากคุณมีมุมมองอย่างไร สามารถแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย

ที่มา – “แม่ทัพภาคที่ 2” มี 3 เก้าอี้รอรับ ย้ำจุดยืนไม่เล่นการเมือง หลังมีพรรคมาทาบทาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: