10 พ.ย. 'อนุทิน' บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย ร่วมมือปราบสแกมเมอร์

10 พ.ย. “อนุทิน” บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดีย

วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมบินด่วนไปแม่สอด เพื่อติดตามการส่งกลับชาวอินเดียที่ลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามสแกมเมอร์ ดูแลความมั่นคงชายแดน และลดอาชญากรรมข้ามชาติ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ไปยังท่าอากาศยานแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามการปฏิบัติหน้าที่ในการส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลในการจัดการปัญหาความมั่นคงแนวชายแดน ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ปราบสแกมเมอร์ และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

ภารกิจครั้งนี้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการติดตามและบริหารจัดการด้านความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดนจังหวัดตาก โดยเฉพาะการปราบปรามสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไทยได้ทำงานร่วมกับมิตรประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทย และพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกชาติตามหลักสิทธิมนุษยชน

กำหนดการของนายกรัฐมนตรีในพื้นที่ เริ่มต้นด้วยการเดินทางถึงท่าอากาศยานแม่สอดในเวลา 12.15 น. และพบหารือกับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อย้ำความร่วมมือด้านการบริหารจัดการบุคคลต่างชาติและความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนในกรอบทวิภาคี

ต่อมาในเวลา 12.45-13.30 น. นายกรัฐมนตรีจะตรวจติดตามการปฏิบัติหน้าที่และรับฟังบรรยายสรุปจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา, กองทัพภาคที่ 3 ในมิติความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ, ตำรวจภูธรภาค 6 ในมิติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชายแดน, และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการตรวจสอบข้อมูลและการดำเนินการส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบายและสังเกตการณ์การส่งกลับบุคคลต่างชาติ สัญชาติอินเดีย จำนวน 195 ราย ขึ้นเครื่องบินโดยสารของ Indian Air Force โดยนายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางกลับในเวลาประมาณ 13.30 น. และคาดว่าจะมาถึงยังกองบินตำรวจ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 14.15 น.

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าภารกิจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการบริหารงานชายแดนอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน เพื่อป้องกันการนำพาบุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และการนำไปใช้เป็นแรงงานผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับความร่วมมือกับประเทศคู่มิตร โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศต้นทางสำคัญ และเน้นการปกป้องประชาชน รวมถึงทำงานบนหลักสิทธิมนุษยชน

10 พ.ย. “อนุทิน” บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย ร่วมมือปราบสแกมเมอร์

การดำเนินการส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทยนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมและจัดการปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ความสำคัญของการส่งกลับและการปราบปรามสแกมเมอร์

  • การส่งกลับผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นการรักษากฎหมายและป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น
  • การปราบปรามสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะช่วยปกป้องประชาชนจากการถูกหลอกลวงและสูญเสียทรัพย์สิน
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน

การเดินทางไปแม่สอดของนายกรัฐมนตรีอนุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน การดำเนินการอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประเทศชาติและประชาชน

การแก้ไขปัญหาชายแดนและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับมิตรประเทศ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

ที่มา – 10 พ.ย. “อนุทิน” บินด่วนไปแม่สอด ส่งกลับอินเดียลอบเข้าไทย ร่วมมือปราบสแกมเมอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: