วัน: 15 สิงหาคม 2025

ทิดสฤษฏิ์ – สีกาคนสนิท วืดประกัน นอนคุก!

ทิดสฤษฏิ์ – สีกาคนสนิท วืดประกัน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งไม่ให้ประกันตัว “ทิดสฤษฏิ์ – สีกาคนสนิท” คดีร่วมกันยักยอกทรัพย์สินของวัดนครสวรรค์กว่า 4 ล้านบาท หวั่นหลบหนีและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปปป. ได้นำตัว นายสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ อายุ 66 ปี หรือ ทิดสฤษฏิ์ อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย น.ส.ภูธินี กวินพิศาล อายุ 57 ปี สีกาคนสนิท ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันยักยอกเงินของวัดนครสวรรค์ไปกว่า 4 ล้านบาทโดยมิชอบ ศาลพิจารณาคำร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 – 26 สิงหาคม 2568 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลจึงอนุญาตให้ฝากขัง

ต่อมา ทนายความของผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดมีจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรืออาจหลบหนีได้ อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวและยกคำร้อง

ทำไมศาลถึงไม่ให้ประกันตัว ทิดสฤษฏิ์ สีกาคนสนิท?

เหตุผลหลักที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทิดสฤษฏิ์ – สีกาคนสนิท คือ:

  • คดีมีอัตราโทษสูง
  • ทรัพย์สินที่ยักยอกมีมูลค่าสูง
  • อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน
  • เกรงว่าผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
  • เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
  • พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

หลังจากศาลมีคำสั่งดังกล่าว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ตามลำดับ

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ และการยักยอกทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษร้ายแรง การที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา ก็เพื่อป้องกันการหลบหนี และรักษาความยุติธรรมในสังคม หากมีความคืบหน้าของคดี ทิดสฤษฏิ์ – สีกาคนสนิท ทางเราจะรายงานให้ทราบต่อไป

ที่มา – ทิดสฤษฏิ์ – สีกาคนสนิท วืดประกัน ส่งตัวนอนเรือนจำ

“หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ แจงศาล รธน.

“พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” คาดแนวโน้ม “นายกฯ อิ๊งค์” เดินทางแจงศาลปมคลิปเสียง 21 ส.ค. นี้เอง ยันทุกอย่างทำด้วยเจตนาดี เพื่อประเทศชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติมจำนวน 2 ปาก คือ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว. วัฒนธรรม และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรณีคลิปเสียง ในวันที่ 21 ส.ค. ก่อนวินิจฉัยในวันที่ 29 ส.ค. นายกฯ จะไปเองหรือไม่ ว่า ถึงเวลาก็รู้เอง เชื่อว่านายกฯ ตัดสินใจเอง ซึ่งแนวโน้มคงไป

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับคดีคลิปเสียงที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า “นายกฯ อิ๊งค์” จะตัดสินใจอย่างไรในการเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง การปรากฏตัวของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในวันที่ 21 ส.ค. จะเป็นการแสดงความโปร่งใสและความตั้งใจที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ศาล ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดีในภาพรวมได้

เมื่อถามว่า ในฐานะทีมงานของนายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ นพ. พรหมินทร์ กล่าวว่า เราด้วยความบริสุทธิ์ใจทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ และเจตนาดี ตนเชื่อว่านี่เป็นเหตุผลสำคัญ

เมื่อถามว่า จะมีปัญหาหรือไม่หลังพยานเสนอไป 5 คนแต่ศาลรับให้ไต่สวนเพียงเลขา สมช. เพียงคนเดียว นพ. พรหมินทร์ กล่าวว่า ตนว่าแล้วแต่ข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างนั้น

“หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ มีแนวโน้มไปแจงศาล รธน. เอง 21 ส.ค. นี้

การที่ นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ออกมายอมรับว่า “นายกฯ อิ๊งค์” มีแนวโน้มที่จะเดินทางไปแจงศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ การตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในครั้งนี้จะเป็นที่จับตาของสาธารณชนอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลได้

ทำไมการตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” จึงมีความสำคัญ

การตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในการเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก:

  • เป็นการแสดงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม
  • เป็นการเปิดโอกาสให้ “นายกฯ อิ๊งค์” ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง
  • เป็นการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

หาก “นายกฯ อิ๊งค์” ตัดสินใจที่จะไม่เดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง อาจถูกมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้

นอกจากนี้ การที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพียง 2 ปาก จากที่เสนอไป 5 ปากนั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าศาลต้องการข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการพิจารณาคดีเท่านั้น การที่ศาลเลือกที่จะไต่สวนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แสดงให้เห็นว่าประเด็นด้านความมั่นคงอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคดีนี้

อย่างไรก็ตาม การที่ นพ. พรหมินทร์ ยืนยันว่าทุกอย่างทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ และหวังว่าการพิจารณาคดีจะเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นไปตามข้อเท็จจริง

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับคดีคลิปเสียงของ “นายกฯ อิ๊งค์” ยังคงมีความไม่แน่นอนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในการเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 ส.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของ “นายกฯ อิ๊งค์” และเสถียรภาพของรัฐบาลได้

การที่ “หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ มีแนวโน้มไปแจงศาล รธน. เอง 21 ส.ค. นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมและแสดงความโปร่งใสในการดำเนินการของรัฐบาล.

ที่มา – “หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ มีแนวโน้มไปแจงศาล รธน. เอง 21 ส.ค. นี้

แมนฯ ซิตี้ คว้าตัว วีนโรเธอร์ จากอาร์เซนอล ถึงปี 2027

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซ็นสัญญาคว้าตัว ลอร่า วีนโรเธอร์ กองหลังจากอาร์เซนอล ด้วยสัญญา 2 ปี หลังจากช่วงเวลาการยืมตัวที่น่าประทับใจ

นักเตะวัย 26 ปี ใช้เวลาครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้วกับซิตี้ หลังจากย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคมด้วยสัญญาระยะสั้น โดยลงเล่นไป 8 นัด

วีนโรเธอร์ ย้ายจากฮอฟเฟนไฮม์มาอาร์เซนอลในเดือนมกราคม 2022 และลงเล่นให้กับทีมปืนใหญ่ 51 นัด

ดาวเตะทีมชาติออสเตรียกล่าวว่า การย้ายทีมถาวรมายังซิตี้ ซึ่งจบอันดับ 4 ในศึกวีเมนส์ ซูเปอร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็นสิ่งที่ “ไม่ต้องคิดมาก”

วีนโรเธอร์ กล่าวว่า “ฉันสนุกกับ 6 เดือนที่ผ่านมาจริงๆ ฉันรู้สึกเหมือนปรับตัวเข้ากับทีมได้ดี”

“ฉันชอบเพื่อนร่วมทีม ชอบทีมงาน ดังนั้น เมื่อโอกาสที่จะได้อยู่ต่อมาถึง ฉันไม่ต้องคิดซ้ำสองเลย”

เธอเซ็นสัญญากับซิตี้จนถึงปี 2027 และคาดหวังว่าจะได้ลุ้นแชมป์

“สโมสรแห่งนี้สร้างมาเพื่อคว้าแชมป์ เพื่อคว้าถ้วยรางวัล และฉันมาที่นี่เพื่อทำเช่นนั้น” วีนโรเธอร์ กล่าว “ทีมมีคุณภาพและศักยภาพที่จะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน และเรามีอนาคตที่สดใสรออยู่”

วีนโรเธอร์ ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดในเดือนพฤษภาคม 2023 และต้องพักรักษาตัวนาน 11 เดือน ก่อนที่จะกลับมาลงสนามให้กับทีมอาร์เซนอลในเดือนเมษายน 2024 ก่อนที่จะเซ็นสัญญาใหม่กับทีมปืนใหญ่ในอีกสองเดือนต่อมา

อย่างไรก็ตาม วีนโรเธอร์ ได้ลงเล่นให้กับทีมปืนใหญ่เพียง 3 นัดในฤดูกาลที่แล้ว ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมตัวให้กับซิตี้ เนื่องจากเธอต้องแข่งขันกับ เอมิลี่ ฟ็อกซ์ แบ็กขวาชาวอเมริกัน และ เคธี่ รีด เด็กปั้นจากอคาเดมี

แมนฯ ซิตี้ คว้าตัว วีนโรเธอร์ จากอาร์เซนอล ถึงปี 2027

การคว้าตัว ลอร่า วีนโรเธอร์ จากอาร์เซนอล ถือเป็นการเสริมทัพที่แข็งแกร่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยนักเตะรายนี้มีประสบการณ์มากมายและสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแนวรับ

ทำไม แมนฯ ซิตี้ ถึงคว้าตัว วีนโรเธอร์ จากอาร์เซนอล ถึงปี 2027?

เหตุผลหลักที่ แมนฯ ซิตี้ ตัดสินใจคว้าตัว วีนโรเธอร์ คือความสามารถในการเล่นเกมรับที่แข็งแกร่ง การอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการเติมเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เธอยังมีประสบการณ์ในการเล่นในระดับสูงทั้งในลีกและระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทีม

  • ความสามารถในการเล่นเกมรับ: วีนโรเธอร์ เป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะและสามารถตัดบอลได้อย่างแม่นยำ
  • การอ่านเกม: เธอมักจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอและสามารถคาดการณ์การเคลื่อนที่ของคู่ต่อสู้ได้
  • การเติมเกมรุก: วีนโรเธอร์ สามารถเติมเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทำประตู

การมี วีนโรเธอร์ ในทีมจะช่วยเพิ่มความหลากหลายในเกมรับของ แมนฯ ซิตี้ และทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลที่จะมาถึง

การย้ายทีมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของโลกในระดับสโมสรหญิง การมีนักเตะที่มีคุณภาพอย่างวีนโรเธอร์ จะช่วยให้ทีมบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ การเสริมทัพของ แมนฯ ซิตี้ ในครั้งนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้ทีมอื่นๆ ในลีกต้องพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับแมนฯ ซิตี้ ได้อย่างสูสี ทำให้วีเมนส์ซูเปอร์ลีกเป็นลีกที่มีการแข่งขันสูงและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

ที่มา – Man City sign Arsenal’s Wienroither until 2027

“สุชาติ” รอ พศ. รายงานผลสอบวัดพระบาทน้ำพุ

“สุชาติ” เผยยังไม่ได้รับรายงานผลสอบวัดพระบาทน้ำพุ หลังสั่ง พศ. ลงพื้นที่ลุยพร้อมตำรวจ

เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 15 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐมนตรี นายสุชาติ ตันเจริญ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ จ. ลพบุรีว่า ขณะนี้ตนกำลังรอ พศ. รายงานกลับมา หลังเข้าไปตรวจสอบร่วมกับจังหวัดและตำรวจ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปติดตามอย่างใกล้ชิด โดยให้ พศ. ไปดูและรายงาน ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงาน โดยขอรอดูจากคณะทำงานอาจจะมีการรายงานมา หากมีการรายงานมาจะแจ้งสื่อให้ทราบ

“สุชาติ” รอ พศ. รายงานผลสอบวัดพระบาทน้ำพุ

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกรณีการตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจและจังหวัด

สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร? นายสุชาติได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการสอบสวนจาก พศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ พศ. เป็นผู้รวบรวมข้อมูลและรายงานผลการตรวจสอบกลับมายังรัฐมนตรี

ความโปร่งใสและความคืบหน้าในการตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ

ถึงแม้ว่าผลการสอบสวนยังไม่ออกมา แต่การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใส และความเป็นธรรมในทุกภาคส่วนของสังคม

ความล่าช้าในการรายงานผลการสอบสวน อาจทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ อย่างไรก็ตาม นายสุชาติได้ให้ความมั่นใจว่า จะแจ้งความคืบหน้าให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบทันทีที่มีการรายงานผลการสอบสวนจากคณะทำงาน

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ:

  • การสั่งการของนายสุชาติ ตันเจริญ ให้ พศ. ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับตำรวจและจังหวัด
  • การยังไม่ได้รับรายงานผลการสอบสวนจาก พศ.
  • ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความโปร่งใสและความเป็นธรรม
  • การให้ความมั่นใจว่าจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนทราบ

การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ก่อนที่จะมีการตัดสินใจหรือดำเนินการใดๆ ต่อไป การรอผลการสอบสวนอย่างใจเย็น และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในขณะนี้

การที่นายสุชาติ ตันเจริญ ยังคงรอรายงานผลสอบวัดพระบาทน้ำพุ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม หวังว่าผลการสอบสวนจะออกมาในเร็ววัน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา

การดำเนินการตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุอย่างละเอียดรอบคอบ จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการปกป้องพระพุทธศาสนา และรักษาความถูกต้องเป็นธรรมในทุกกรณี โครงการริเริ่มประเภทนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเสริมสร้างความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาสนา

อย่าลืมติดตามข่าวสารและความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบถึงผลการสอบสวนและการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “สุชาติ” รอ พศ.รายงานผลสอบวัดพระบาทน้ำพุ

สส.ซัดเดือด! เอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ ตัดงบ 5 พันล้าน

การประชุมพิจารณางบประมาณปี 2569 ในวันที่ 3 เริ่มต้นอย่างเงียบเหงา ก่อนจะเริ่มดุเดือดเมื่อ สส. จากพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้เป็นเงินเดือนให้กับพระสงฆ์ และเสนอให้มีการตัดงบประมาณในส่วนนี้กว่า 5 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2569 เป็นวันที่สาม บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีการลงมติเห็นชอบงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 27 ซึ่งเป็นงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน โดยเสนอให้มีการตัดงบประมาณที่ถูกจัดสรรให้กับพระสงฆ์ทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท

สส.ซัดเดือด! เอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ ตัดงบ 5 พันล้าน

นายภัณฑิลกล่าวว่า การนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้จ่ายเป็น “เงินเดือนพระ” นั้น ขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เน้นการละทิ้งทางโลก นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าการที่พระสงฆ์ได้รับเงินเดือน อาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องยาเสพติด และการเกี่ยวข้องกับเรื่องทางโลกมากเกินไป เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่าพระพุทธเจ้าคงจะตกใจอย่างมากหากทราบว่าคำสอนของพระองค์ถูกบิดเบือนไปมากขนาดนี้

สส.พรรคประชาชน เสนอตัดงบประมาณจ่ายเงินเดือนพระ

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเงินเดือนพระแล้ว นายภัณฑิลยังได้อภิปรายถึงงบประมาณที่จัดสรรให้กับพัดยศ ซึ่งถูกตัดลดลงไปครึ่งหนึ่งอันเนื่องมาจากข่าวอื้อฉาวของพระชั้นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมวัดต่างๆ และการให้เงินสนับสนุนแก่วัดในต่างประเทศอย่างมีการเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งเสนอให้มีการแยกศาสนาออกจากการบริหารงานของรัฐ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีทุกคน

ประเด็นที่ สส. พรรคประชาชนหยิบยกขึ้นมานั้น จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า การใช้เงินภาษีของประชาชนไปจ่ายให้พระสงฆ์นั้นไม่ถูกต้อง และขัดต่อหลักการที่ว่าศาสนาควรเป็นเรื่องส่วนบุคคล ในขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าการสนับสนุนพระสงฆ์เป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

การอภิปรายของนายภัณฑิลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง การถกเถียงในประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดเห็นในสังคมไทยเกี่ยวกับบทบาทของศาสนาในการบริหารงานของรัฐ

การพิจารณางบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในปีนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการอภิปรายในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการสนับสนุนศาสนาและการใช้จ่ายเงินภาษีอย่างเหมาะสม หากข้อเสนอของ สส. พรรคประชาชนได้รับการพิจารณาและนำไปปฏิบัติจริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดสรรงบประมาณสำหรับศาสนาในประเทศไทย

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตั้งคำถามต่อสิ่งที่เป็นมาแต่เดิม และการเรียกร้องหาความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ การอภิปรายเรื่อง สส.ซัดเดือด! เอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ ตัดงบ 5 พันล้าน จึงเป็นมากกว่าแค่การถกเถียงเรื่องงบประมาณ แต่เป็นการสะท้อนถึงค่านิยมและความเชื่อที่แตกต่างกันในสังคมไทย

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราควรติดตามข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เพื่อให้ประเทศของเราพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

ที่มา – สส. ประชาชนซัดเดือดเอาภาษีจ่ายเงินเดือนพระ เสนอตัดงบฯ กว่า 5 พันล้าน

สายบุญ แห่ขอพรหลวงพ่อปากแดง ส่องเลขเด็ด เสี่ยงโชค

สายบุญแห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่นครนายก ไม่พลาดส่อง “เลขเด็ด” งวด 16/8/68 ในอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค คนตาดีเห็นเลขสวย ตรงกับเลขมงคล

สายบุญแห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง”

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก มีนักท่องเที่ยวสายบุญหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ส่วนมากก็จะมาขอในเรื่องการงาน การค้าขาย และขอโชคลาภกัน เมื่อสำเร็จก็จะนำเครื่องสักการะมาแก้บน

สำหรับหลวงพ่อปากแดง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ที่มีอายุกว่า 121 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา กราบไหว้ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อขอสิ่งใดก็มักจะสำเร็จสมปรารถนา จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดนครนายกต่างไม่พลาดที่จะต้องแวะเข้ามากราบไหว้สักการะสักครั้งหนึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ซึ่งการเข้ากราบไหว้ ขอพรหลวงพ่อปากแดง จะใช้เครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาด้านหน้าอุโบสถ และภายในอุโบสถก็ยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง รอยพระพุทธบาทจำลอง เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล 

และนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ คือเลขน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ ต่างก็ถ่ายภาพเก็บไว้ บางส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาวางไว้ในพานเห็นเป็นเลข 461 , 28 หรือตามแต่ใครจะมองแล้วตีเป็นเลขกัน ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 16 ส.ค. 68 นี้ด้วย

ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้อธิษฐานลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล และชมเรือไม้ตะเคียนโบราณเก่าแก่ ก่อนกลับก็แวะพรมน้ำมนต์ เจิมหน้าผาก เปิดดวงเศรษฐี เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป

ทำไมถึงต้องไปขอพรหลวงพ่อปากแดง?

หลายคนสงสัยว่าทำไม “หลวงพ่อปากแดง” ถึงเป็นที่นิยมในหมู่สายบุญ นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เลื่องลือแล้ว การเดินทางไปสักการะยังเป็นการพักผ่อนจิตใจ ได้สัมผัสบรรยากาศวัดที่เงียบสงบ และยังได้ร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมะ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการไปสักการะ “หลวงพ่อปากแดง” ไม่ใช่แค่การขอพร แต่เป็นการที่เราได้ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้เราเป็นคนดี มีศีลธรรม และใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะนำพาความสุขและความสำเร็จมาสู่ชีวิตเราอย่างแท้จริง

ที่มา – สายบุญแห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง” ไม่พลาดส่องเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

“แสวง” รอประเมิน เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 5 ยังคงต้องรอการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยจากฝ่ายความมั่นคง ก่อนที่จะมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน นี่คือประเด็นสำคัญที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กล่าวถึงในการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“แสวง” รอฝ่ายความมั่นคงประเมินความปลอดภัยเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษเขต 5

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นายแสวง บุญมี ได้กล่าวถึงความพร้อมของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ซึ่งจะครบวาระในปี 2569 โดยยอมรับว่าการสื่อสารของ กกต. ยังไม่ดีเท่าที่ควร และกำลังปรับปรุงเพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของคำร้องต่างๆ ได้

ในส่วนของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 5 นั้น นายแสวงกล่าวว่า กกต. กำลังรอสัญญาณจากฝ่ายความมั่นคงเพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของประชาชน หากฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้งจะปลอดภัย กกต. จังหวัดศรีสะเกษจะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งซ่อมที่ชัดเจนอีกครั้ง

ความคืบหน้าการประเมินความปลอดภัย เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5

ล่าสุด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษได้สอบถามไปยังกองทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้เมื่อใด นายแสวงย้ำว่า การดำเนินการจะเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์สงบเรียบร้อยเท่านั้น

นอกจากประเด็นเรื่องการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 5 แล้ว นายแสวงยังได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 โดยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 11 มกราคม 2569 สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เช่นเดียวกับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่จะมีการเลือกตั้งในวันเดียวกัน

กกต. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการนับคะแนนให้รวดเร็วและเสถียรมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในทุกระดับ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ เกิดขึ้น แต่ กกต. ก็พร้อมที่จะปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 5 ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน แต่ กกต. ได้เตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ อย่างเต็มที่ และเมื่อได้รับการยืนยันจากฝ่ายความมั่นคงแล้ว ก็จะสามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 5 ได้ทันที

การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยได้อย่างเต็มที่

ที่มา – “แสวง” รอฝ่ายความมั่นคงประเมินความปลอดภัยเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษเขต 5

ยังไม่พบน้องหมา! เด็ก 14 จุดไฟเผา สาวเผยแชตขู่

เหตุการณ์สะเทือนใจ! ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหายังไม่พบน้องหมา ถูกเด็ก 14 จุดไฟเผาทั้งเป็น ที่ลำปาง หลังเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ เด็กวัย 14 ปี ก่อเหตุจุดไฟเผาสุนัขพิการในห้องน้ำวัดร้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบน้องหมา ทำให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งถึงชะตากรรมของมัน ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่นำคลิปเหตุการณ์มาเผยแพร่ ได้ออกมาเปิดเผยว่าเธอได้รับข้อความข่มขู่ ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ยังไม่พบน้องหมา ถูกเด็ก 14 จุดไฟเผาทั้งเป็น สาวเผยแชตถูกข่มขู่

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อมีการแชร์คลิปวิดีโอของกลุ่มวัยรุ่นชายอายุ 14-15 ปี กำลังจุดไฟเผาสุนัขทั้งเป็นในห้องน้ำร้างใกล้ลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง ในคลิปจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนของสุนัขอย่างน่าเวทนา ก่อนที่เด็กกลุ่มนั้นจะพากันวิ่งหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ปกครองและเด็กที่ก่อเหตุมาสอบสวนแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด: ยังไม่พบน้องหมา และการข่มขู่

ล่าสุด มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ภาพข้อความแชตที่คาดว่าเป็นของกลุ่มเพื่อนเด็กที่ก่อเหตุ โดยมีเนื้อหาข่มขู่ทำร้ายร่างกายเธอ หลังจากที่เธอได้นำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่เพื่อประจานพฤติกรรมโหดเหี้ยมของเด็กกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากส่งข้อความข่มขู่ ผู้ก่อเหตุก็ได้บล็อกผู้โพสต์ไป

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังห้องน้ำที่เกิดเหตุ พบกับหญิงสาววัย 20 ปี แฟนของผู้โพสต์ ให้ข้อมูลว่า คลิปวิดีโอนี้ถูกนำไปอวดเพื่อนในห้องเรียน ก่อนที่จะมีการแชร์ต่อกันไปในกลุ่มเพื่อนของเด็กที่ก่อเหตุ เมื่อเธอได้เห็นคลิปดังกล่าว เธอรู้สึกเศร้าใจและตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้จะมีพฤติกรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ เธอจึงตัดสินใจนำคลิปมาเผยแพร่เพื่อประจานพฤติกรรมดังกล่าว จนกระทั่งกลุ่มวอชด็อก (Watchdog Thailand) ได้เห็นและเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเกาะคา แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ เธอได้รับการข่มขู่จากกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุ

หญิงสาวรายนี้ยังกล่าวอีกว่า เธอเดินทางมาตามหาน้องหมาที่ได้รับบาดเจ็บเป็นวันที่สองแล้ว แต่ก็ยังไม่พบน้องหมา ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขพิการที่ไม่น่าจะสามารถเดินไปไหนได้ไกลนัก

นอกจากนี้ กลุ่มวอชด็อกลำปาง กลุ่มจิตอาสากู้ภัยหมาแมววัดเวฬุวนาราม กู้ภัยเทศบาลตำบลลำปางหลวง และชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างก็ได้เดินทางมายังสถานที่เกิดเหตุเพื่อช่วยกันค้นหาน้องหมาที่ถูกจุดไฟเผา เพื่อให้ความช่วยเหลือ หากน้องหมายังมีชีวิตอยู่ คาดว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แวว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อความข่มขู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นข้อความที่ส่งมาจากกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุจริงหรือไม่ และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การกระทำของเด็กกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่สามารถยอมรับได้ การทารุณกรรมสัตว์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง เราหวังว่าน้องหมาจะปลอดภัย และขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดกับผู้กระทำผิด

ที่มา – ยังไม่พบน้องหมา ถูกเด็ก 14 จุดไฟเผาทั้งเป็น สาวเผยแชตถูกข่มขู่

ศิริกัญญาชี้ มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69

“ศิริกัญญา” นำทีม สส.ปชน. แถลงจุดยืน มติพรรค โหวตคว่ำ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 69 วาระ 3 ยกเหตุผล มีจุดผิดปกติ เป็นไขมัน แต่รัฐบาลไม่ลด ละ เลื่อน โครงการใดๆ ไม่แก้ไขแม้แต่มาตราเดียว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อม สส.พรรค ปชน. จำนวนหนึ่ง ร่วมแถลงถึงทิศทางการโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระ 3 ว่า พรรคประชาชนมีมติเกี่ยวกับการลงคะแนนในวาระสามของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยเราจะโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากเราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบแล้วว่า แม้ สส.พรรค ปชน. จะมีการให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นในการปรับลดงบฯ หรือตัดทอนงบฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้มีประสิทธิภาพกับการใช้จ่ายให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพกับเม็ดเงินภาษี หรือชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมของการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2569 ที่จะรองรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาโดยตลอด

แต่ทางรัฐบาล หรือกรรมาธิการเสียงข้างมากเอง ไม่ได้นำเอาข้อเสนอแนะ หรือข้อคิดเห็นต่างๆ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และ สส.พรรคประชาชนไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวงบประมาณแต่อย่างใด แม้เราจะชี้แนะในส่วนที่เป็นงบไขมัน รายจ่ายเกินจำเป็น ที่สิ้นเปลือง ไม่คุ้มค่า แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หากทุกท่านติดตามการอภิปรายงบประมาณตลอด 2 วันครึ่งที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีจุดที่ผิดปกติ เป็นไขมัน เป็นงบประมาณที่ไม่จำเป็น ซึ่งสามารถลด ละ หรือเลื่อน ปรับเปลี่ยนโครงการต่างๆ เหล่านั้นออกไปได้ เพื่อเก็บงบประมาณเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจำเป็นในอนาคต และรองรับยามเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในท้ายที่สุด เราก็ยังเป็นเสียงข้างน้อยในสภา ทำให้ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขงบประมาณใดๆ ได้ แม้แต่มาตราเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ในวาระสาม พรรคประชาชนจึงมีมติยืนยันที่จะคว่ำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยไม่เห็นชอบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ทั้งฉบับ

มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69

จากกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) มีมติในการโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ได้สร้างความสนใจเเละคำถามมากมายในสังคมถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจหลากหลายด้าน การตัดสินใจของพรรคจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ทำไมต้อง มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69?

เหตุผลหลักที่พรรคประชาชนตัดสินใจเช่นนั้น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ได้อธิบายว่ามาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วพบว่า ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังขาดความยืดหยุ่นในการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังได้เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นไปที่การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และการเพิ่มงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การสร้างงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไม่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาลหรือกรรมาธิการเสียงข้างมากเท่าที่ควร

ผลกระทบต่อประชาชน

การที่พรรคประชาชนโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาครัฐในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว อาจต้องหยุดชะงักหรือเลื่อนออกไป นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการกระทำที่จำเป็น เพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนและปรับปรุงงบประมาณให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ในสถานการณ์ที่ประเทศต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมาคัดค้านร่างงบประมาณ อาจสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการสร้างกระบวนการตัดสินใจที่เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อให้งบประมาณของประเทศได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทุกคน

การที่ มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69 เป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณให้มีความโปร่งใส รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

อนาคตของงบประมาณปี 2569 และผลกระทบต่อประเทศชาติยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย การตัดสินใจ มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69 เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

ที่มา – “ไหม” ชี้มติพรรคประชาชนโหวตคว่ำงบฯ 69 เห็นจุดผิดปกติแต่รัฐบาลไม่แก้