วัน: 17 สิงหาคม 2025

ด่วน! เครื่องบินเล็กตกภูเก็ต บาดเจ็บ 2 ราย

เกิดเหตุระทึกขวัญ! เครื่องบินเล็กตก ริมถนนในตำบลป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุ เครื่องบินเล็กตก บริเวณข้างถนนใกล้รันเวย์ ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชน ได้รับความเสียหายอย่างมาก เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาวไทย 1 ราย และชาวต่างชาติ 1 ราย โดยหนึ่งในผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลถลางอย่างเร่งด่วนเพื่อทำการรักษา

สถานการณ์ เครื่องบินเล็กตก ครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก หลายคนได้ยินเสียงดังสนั่นก่อนที่จะพบเห็นเครื่องบินตกลงสู่พื้นดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เครื่องบินเล็กตก ที่ภูเก็ต: รายละเอียดเบื้องต้น

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ค่อนข้างพลุกพล่าน ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายการจราจรเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

ขณะนี้ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เครื่องบินเล็กตก ยังไม่ทราบแน่ชัด เจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค สภาพอากาศ หรือปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุเครื่องบินเล็กตก

การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด อาการของผู้บาดเจ็บทั้งสองรายยังคงต้องได้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในการบินของเครื่องบินขนาดเล็ก และมาตรการการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องบิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องมีการทบทวนและปรับปรุงมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

อุบัติเหตุ เครื่องบินเล็กตก ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญว่า ความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ การตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องบินอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการบินอย่างเคร่งครัด และการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

การเดินทางทุกรูปแบบมีความเสี่ยง แต่เราสามารถลดความเสี่ยงเหล่านั้นได้ด้วยการใส่ใจในความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัยและระมัดระวัง

ที่มา – เกิดเหตุ “เครื่องบินเล็ก” ตกริมถนน ต.ป่าคลอก จ.ภูเก็ต พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย

ชาวบุรีรัมย์ไม่เห็นด้วยเชิญ “ไมเคิล” มาไทย ฉะไร้ประโยชน์

จากกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยเชิญ “ไมเคิล อัลฟาโร” มาประเทศไทยฟรี เพื่อให้เห็นความจริงอีกด้านเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ภายหลังได้เบรกเรื่องดังกล่าว ล่าสุด ประชาชนชาวบุรีรัมย์ส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการเชิญ “ไมเคิล” มาประเทศไทย ฉะไร้ประโยชน์ เพราะมองว่าไม่เกิดประโยชน์ใดๆ

ชาวบุรีรัมย์ไม่เห็นด้วยเชิญ “ไมเคิล” มาไทย ฉะไร้ประโยชน์

นางสำเรียน โยงรัมย์ แม่ค้าขายลูกชิ้นในตัวเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า เธอไม่ต้องการให้ “ไมเคิล” มาประเทศไทย ฉะไร้ประโยชน์ เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าข้างประเทศไทยหรือไม่ และอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับต่างประเทศให้ทันต่อสถานการณ์

นายณรงค์เดช ปุลา ชาวอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การเชิญ “ไมเคิล” มาประเทศไทย ฉะไร้ประโยชน์ เพราะขนาดลงพื้นที่ในกัมพูชายังให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ หากรัฐบาลต้องการเชิญสื่อต่างประเทศ ควรเชิญสำนักข่าวที่น่าเชื่อถืออย่าง CNN จะเป็นประโยชน์มากกว่า

ชาวบ้านหวั่น! กลัวอดใจไม่ไหว หาก “ไมเคิล” มาไทย

นายณรงค์เดชยังแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของไมเคิล หากเดินทางมายัง 7 จังหวัดตามคำเชิญของรัฐบาล เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะอดใจไม่ไหว เนื่องจากก่อนหน้านี้ไมเคิลได้ไลฟ์สดให้ร้ายประเทศไทย อาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกายได้

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนชาวบุรีรัมย์ต่อการกระทำของไมเคิล อัลฟาโร ที่เคยให้ข้อมูลที่เป็นลบเกี่ยวกับประเทศไทย การเชิญบุคคลดังกล่าวมายังประเทศไทยจึงถูกมองว่าไม่เป็นประโยชน์และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น

ความเห็นของประชาชนชาวบุรีรัมย์ยังแสดงให้เห็นถึงความต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยและสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ไมเคิล อัลฟาโร” ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเชิญบุคคลต่างชาติเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะบุคคลที่มีความคิดเห็นหรือประวัติที่อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณชน ต้องมีความระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นกลาง เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคม

การแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยของชาวบุรีรัมย์ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประชาชนมีความตื่นตัวและพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรให้ความใส่ใจ

การตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความรู้สึกของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสามัคคีในสังคม

ในท้ายที่สุด การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ที่มา – ชาวบุรีรัมย์ไม่เห็นด้วยเชิญ “ไมเคิล” มาประเทศไทย ฉะไร้ประโยชน์ กลัวจะอดใจไม่ไหว

ตร. ประชุมคดีรถ 11 คันชน เข้าข่ายแข่งประลองความเร็ว

จากกรณีอุบัติเหตุรถหรู 11 คันชนกันบนทางด่วนศรีรัช-อุดรรัถยา กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจ ล่าสุดตำรวจได้ประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีรถหลายคันที่เข้าข่าย การแข่งประลองความเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 16 สิงหาคม บนทางด่วนอุดรรัถยา ฝั่งขาออก ใกล้ทางขึ้นด่วนเมืองทองธานี มุ่งหน้าบางปะอิน สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์เป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดคำถามถึงพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนน

ตร. ประชุมคดี รถ 11 คันชนกันบนทางด่วน พบหลายคันเข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม ณ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการป้องกันการแข่งรถในพื้นที่

พ.ต.อ.จักรพงศ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ขับขี่รถเก๋ง BMW ไปแล้ว 1 ราย และจะทยอยเรียกผู้ขับขี่รายอื่น ๆ มาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบกล้องตรวจจับความเร็วและวงจรปิด เพื่อรวบรวมหลักฐานว่ารถแต่ละคันมีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และพฤติกรรมการขับขี่เข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว หรือไม่

รถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุทั้ง 11 คัน ถูกยึดไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งพบว่าหลายคันมีลักษณะการแต่งซิ่งที่บ่งบอกถึงการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะความเร็ว

รถหลายคันเข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีรถหลายคันที่เข้าข่าย การแข่งประลองความเร็ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวกันบริเวณปั๊มน้ำมันใกล้ด่านประชาชื่น ก่อนจะขับตามกันออกมาเป็นกลุ่มบนทางด่วนศรีรัช-อุดรรัถยา มุ่งหน้าบางปะอิน และเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันในที่สุด

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความชัดเจนในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย เคารพกฎจราจร และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อตนเองและผู้อื่น การ แข่งประลองความเร็ว บนท้องถนนไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

ที่มา – ตร. ประชุมคดี รถ 11 คันชนกันบนทางด่วน พบหลายคันเข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว

จิรายุ เบรก “ไมเคิล” ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทย

“จิรายุ” ยืนยันรัฐบาลเตรียมนำสื่อระดับโลกลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ เบรก “ไมเคิล” ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทย หลังโป๊ะแตกเป็นแค่ล็อบบี้ยิสต์รับจ๊อบอวยกัมพูชา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ส.ค. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ยืนยันว่า รัฐบาลเตรียมนำสื่อมวลชนระดับโลกลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ สัปดาห์หน้านี้ ในจุดที่ไทยถูกอาวุธหนักของกัมพูชาถล่ม อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียนและพื้นที่พลเรือน จากนั้น จะเชิญสื่อมวลชนระดับโลกไปยังพื้นที่ที่รวบรวมกับระเบิดที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้โดย TMAC ก่อนจะให้ชมการปฏิบัติการทำลายวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากการรุกล้ำอธิปไตยไทย

ส่วนกรณีสำนักข่าวของกัมพูชารายงานข่าวของนายไมเคิล อัลฟาโร ชาวสหรัฐฯ ที่ไลฟ์สดชายแดนกัมพูชา-ไทย ด้วยการเซ็ตฉากและกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นสื่อมวลชนประจำทำเนียบขาวของประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี(14 ส.ค. 2568)ที่ผ่านมา และกล่าวหาประเทศไทยด้วยถ้อยคำรุนแรงและใส่ร้ายป้ายสีไทยด้านเดียว

จิรายุสั่งเบรก “ไมเคิล” ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทย

เบรก “ไมเคิล”เหยียบไทย

“สัปดาห์ที่แล้วอยากเชิญนายไมเคิลฯ ที่กล่าวอ้างว่าเป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวอยากให้มาเห็นของจริงในฝั่งไทยที่โดนเขมรถล่มหนักแค่ไหน เพราะนายไมเคิลฯ ได้ไลฟ์สดพูดโกหกใส่ร้ายป้ายสีไทยไปทั่วโลก และบอกว่าตนเองเป็นสื่อรัฐบาลสหรัฐฯ จะฟ้องประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งผมเห็นว่าหากมาเห็นอีกมุมที่ประเทศไทยโดนกัมพูชาโจมตีทั้งโรงเรียน พื้นที่พลเรือนและโรงพยาบาล ก็เป็นประโยชน์หากเป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวจริง แต่ขณะนี้พบว่านายไมเคิลฯ ไม่ได้เป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวจริง แถมยังแอบอ้างถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันนี้ตนจึงขอบอกว่า “จบข่าว” ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทยต่อไป” นายจิรายุกล่าว

ทำไมจิรายุถึงเบรก “ไมเคิล” ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทย

จากกรณีข่าวดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมนายจิรายุถึงออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ สาเหตุหลักคือการที่นายไมเคิล อัลฟาโร ได้ทำการบิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคมโลกเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่เข้าใจระหว่างประเทศได้

ด้วยเหตุนี้ การที่นายจิรายุออกมาเบรกไม่ให้นายไมเคิล ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทย จึงเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยต่อสถานการณ์และความต้องการที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของภาครัฐในการจัดการกับข้อมูลที่บิดเบือนและเป็นเท็จ

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลเตรียมนำสื่อมวลชนระดับโลกลงพื้นที่จริง ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สื่อต่างชาติได้เห็นความจริงและนำเสนอข้อมูลที่เป็นกลางและถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน

การดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ การติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – “จิรายุ”เบรก “ไมเคิล” ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทย หลังโป๊ะแตกเป็นแค่ล็อบบี้ยิสต์รับจ๊อบอวยกัมพูชา

สวัสดิ์ โชติพานิช ถึงแก่อสัญกรรม วัย 93 ปี

วงการกฎหมายไทยต้องสูญเสียบุคคลสำคัญ เมื่อนายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบในวัย 93 ปี ที่บ้านพักของท่าน โดยจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในช่วงเย็นวันนี้

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ได้รับรายงานข่าวเศร้าว่า นายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ได้ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี ณ บ้านพักของท่าน ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 00.11 น. ของวันนี้

นายสวัสดิ์ โชติพานิช เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2474 ท่านเป็นบุคคลสำคัญที่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมายในแวดวงกฎหมายและการปกครองของประเทศไทย อาทิ ประธานศาลฎีกา, ประธานกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 10) (กฎหมายสาธารณสุข) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, กรรมการการเลือกตั้งด้านสืบสวนสอบสวน, สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, ปลัดกระทรวงยุติธรรม, อธิบดีกรมบังคับคดี, สมาชิกวุฒิสภา และกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นอกจากนี้ ท่านยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 จนวาระสุดท้ายของชีวิต

ในวันนี้ จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สวัสดิ์ โชติพานิช ในเวลา 16.30 น. ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ (ห้องประชุม โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์) พระอารามหลวง ถนนติวานนท์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สวัสดิ์ โชติพานิช ถึงแก่อสัญกรรม

กำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศล สวัสดิ์ โชติพานิช

สำหรับกำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศลมีดังนี้

  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2568
    • เวลา 16.30 น. พิธีรดน้ำศพ
    • เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวังเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทานมาถึง
    • เวลา 17.30 น. ประกอบพิธีรดน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน
    • เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมศพ
  • วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2568
    • เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมศพ
  • วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568
    • เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมศพ
  • วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568
    • เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมศพ
  • วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568
    • เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมศพ

ส่วนกำหนดการพระราชทานเพลิงศพทางเจ้าภาพจะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้เจ้าภาพของดรับพวงหรีด ผู้ประสงค์ร่วมทำบุญ สามารถร่วมทำบุญในการบูรณะพระมหาธาตุเจดีย์ พระพุทธธรรมประกาศ วัดพุทธาธิวาส (พระอารามหลวง) อ.เบตง จ.ยะลา

การจากไปของนายสวัสดิ์ โชติพานิช นับเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญของวงการกฎหมายไทย ท่านได้สร้างคุณูปการต่อประเทศชาติและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการรุ่นหลัง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของท่าน

ที่มา – “สวัสดิ์ โชติพานิช”ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบในวัย 93 ปี มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเย็นนี้

สลด! **อ้างโมโหถูกเรียกใช้งาน** หลานฆ่าน้า

เกิดเหตุสลด หนุ่มวัย 25 ปี **อ้างโมโหถูกเรียกใช้งาน** คว้าขวานฟันน้าสาวเสียชีวิตคาบ้านพัก ตำรวจรวบตัวดำเนินคดี สามีผู้ตายเผย พบอุปกรณ์เสพกัญชาในห้องหลาน คาดว่าเกิดอาการหลอนจนก่อเหตุ

**อ้างโมโหถูกเรียกใช้งาน** หนุ่มวัย 25 ปี คว้าขวานฟันน้าสาวดับคาบ้าน

เมื่อเวลา 09.24 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2568 หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์นเรนทรว่ามีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธขวานทำร้ายหญิงเสียชีวิต ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 7 บ้านทนง ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.วสันต์ แซ่ตั้ง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อมด้วยแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพ นางใย ชมชื่น อายุ 58 ปี นอนเสียชีวิตในท่านั่งคว่ำหน้า มีบาดแผลถูกฟันที่บริเวณต้นคอขวา 3 แผล และขมับขวา 1 แผลฉกรรจ์ ผู้ก่อเหตุคือนายนรากรณ์ โชคเกิด อายุ 25 ปี เป็นหลานของผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ที่บริเวณวัดป่าจิตราวัลย์ โดยมีกำนันตำบลตระแสงช่วยเกลี้ยกล่อม นายนรากรณ์ให้มอบตัว จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุอ้างว่า **อ้างโมโหถูกเรียกใช้งาน** และถูกดุด่าขณะที่ตนเองกำลังพักผ่อน

จากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ก่อเหตุ พบอุปกรณ์การเสพกัญชา ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ผู้ก่อเหตุมีอาการฉุนเฉียว หยิบขวานที่เตรียมไว้ตัดหญ้าและกิ่งไม้มาทำร้ายน้าสาว เนื่องจากยังถูกด่าทออยู่ ทำให้บันดาลโทสะใช้ขวานจามที่ขมับและต้นคอของน้าสาวจนเสียชีวิต ก่อนจะทิ้งขวาน แล้วหลบหนีไปที่วัด

เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรได้เก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ รวมถึงขวานที่ใช้ก่อเหตุ แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และควบคุมตัวนายนรากรณ์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้ใหญ่บ้านทนงหมู่ 7 เปิดเผยว่า ผู้ตายมักจะบ่นด่าผู้ก่อเหตุเป็นประจำ ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความเครียด ผู้ก่อเหตุเพิ่งมาอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้เสียชีวิตได้ไม่ถึง 1 ปี และสร้างห้องอยู่ข้างบ้าน ปกติผู้ก่อเหตุไม่ค่อยสุงสิงกับใคร พูดคุยรู้เรื่องแต่บางครั้งก็ตอบไม่ตรงคำถามเหมือนจะมีอาการทางสมอง

นายเรียง ชมชื่น สามีผู้เสียชีวิต เล่าว่า ในช่วงเช้าเห็นผู้ก่อเหตุทำความสะอาดบ้าน และยังได้พูดคุยกันตามปกติ ก่อนที่ตนจะออกไปที่นา และทราบข่าวร้ายว่าภรรยาถูกหลานชายใช้ขวานทำร้ายจนเสียชีวิต ตนสงสัยว่าผู้ก่อเหตุอาจจะเสพกัญชาจนมีอาการหลอนและก่อเหตุสลด

กัญชากับเหตุรุนแรง: ข้อควรระวัง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคมถึงผลกระทบของการใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะกัญชา ถึงแม้ว่ากัญชาจะถูกกฎหมายในบางประเทศ แต่การใช้กัญชาในทางที่ผิดก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิตและปัญหาทางสังคมได้ การใช้กัญชาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และควรระมัดระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่น หากมีปัญหาสุขภาพจิต ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความช่วยเหลือ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ และเราหวังว่าจะเป็นบทเรียนให้กับสังคม เพื่อให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต และการป้องกันปัญหายาเสพติด

ที่มา – อ้างโมโหถูกเรียกใช้งาน หนุ่มวัย 25 ปี คว้าขวานฟันน้าสาวดับคาบ้าน

เคิร์ก เซนต์ จอห์นสโตน เนื้อหอม ข่าวลือสะพัด!

เคิร์ก เซนต์ จอห์นสโตน เนื้อหอม ข่าวลือสะพัด!

เซนต์ จอห์นสโตนกำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนาคตของกองหน้าดาวรุ่งอย่าง Mackenzie Kirk ที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในลีกระดับสูง นอกจากนี้ ยังมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่น่าสนใจในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ ทั้งเรื่องของผู้จัดการทีมคนใหม่ เรนเจอร์ส และความคาดหวังที่มีต่อผู้เล่นฮิเบอร์เนียน

พอร์ทสมัธ แสดงความสนใจในตัว Mackenzie Kirk กองหน้าของเซนต์ จอห์นสโตน หลังจากที่ ปีเตอร์โบโรห์ ได้ยื่นข้อเสนอ 500,000 ปอนด์ แต่ถูกปฏิเสธไปแล้ว (Sun), external คาดว่าข้อเสนอสำหรับ Kirk จะสูงกว่า 500,000 ปอนด์ (Courier – subscription required), external

โธมัส บัฟเฟล อดีตกองกลาง เรนเจอร์ส แนะนำให้ นิโค ราสกิน เพื่อนร่วมชาติชาวเบลเยียม เพิกเฉยต่อข่าวลือเรื่องการย้ายทีม และมุ่งเน้นไปที่อาชีพค้าแข้งกับทีมเรนเจอร์สต่อไป (Record), external

นิโคลา โดเชอร์ตี้ สนับสนุน เลอันน์ ไครต์ตัน หัวหน้าโค้ชคนใหม่ของทีม เรนเจอร์สหญิง ให้เปลี่ยนแปลงทัศนคติของทีมใน SWPL (Herald – subscription required), external

คริส แคดเดน คาดหวังว่า คีรอน โบวี่ เพื่อนร่วมทีม ฮิเบอร์เนียน จะได้ร่วมทีมชาติสกอตแลนด์ในตำแหน่งกองหน้าหมายเลขเก้าในเร็วๆ นี้ (Record), external

จอห์น เนล์มส์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ระยะเวลาที่ใช้ในการอนุมัติสนามกีฬาแห่งใหม่ของดันดีนั้นยาวนานเกินไป (Scotsman – subscription required), external

อนาคตของ Mackenzie Kirk กับข่าวลือการย้ายทีม

ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของ Mackenzie Kirk กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ หลายสโมสรแสดงความสนใจในตัวเขา และดูเหมือนว่าการแข่งขันเพื่อแย่งชิงลายเซ็นของเขาจะดุเดือดมากยิ่งขึ้น ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและศักยภาพที่ยังพัฒนาได้อีกมาก ทำให้เขาเป็นที่ต้องการของหลายๆ ทีม

สถานการณ์ของ Mackenzie Kirk สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของตลาดซื้อขายนักเตะที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นักเตะดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์มักจะตกเป็นเป้าหมายของสโมสรใหญ่ๆ ที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม ในขณะที่สโมสรเล็กๆ ก็พยายามที่จะรั้งตัวผู้เล่นคนสำคัญไว้ให้ได้นานที่สุด

การที่ เคิร์ก เซนต์ จอห์นสโตน เนื้อหอม ข่าวลือสะพัด! นั้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถของสโมสรในการพัฒนานักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองได้ สโมสรอาจจะต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าจะยอมปล่อยตัวเขาออกไปหรือไม่ หรือจะเก็บเขาไว้เพื่อเป็นกำลังหลักของทีมต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Mackenzie Kirk เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าจะมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอนาคตของเขาออกมาให้ทราบกันอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

สรุปได้ว่าตลาดนักเตะช่วงนี้คึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ เคิร์ก เซนต์ จอห์นสโตน เนื้อหอม ข่าวลือสะพัด! และเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเป็นกระแสในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ แฟนบอลคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น

ที่มา – St Johnstone’s Kirk attracting attention – gossip

หลวงพ่ออลงกต เลื่อนแถลงข่าววัดพระบาทน้ำพุ


เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ “หลวงพ่ออลงกต” เลื่อนการแถลงข่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้หลายฝ่ายที่รอฟังข้อมูลเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุต้องผิดหวัง การเลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีการแต่งตั้ง “ทนายชุดใหม่” และทีมทนายความยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี ค่อนข้างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดแสดงภายในวัดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หลวงพ่ออลงกตไม่ได้ปรากฏตัวเหมือนเช่นเคยในวันอาทิตย์ ทำให้ผู้สื่อข่าวหลายสำนักที่มารอทำข่าวต้องผิดหวัง เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าวันนี้จะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุ

หลวงพ่ออลงกต เลื่อนแถลงข่าววัดพระบาทน้ำพุ

นายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกรของวัดพระบาทน้ำพุ เปิดเผยว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้งดการแถลงข่าวเนื่องจากมีการแต่งตั้งทนายความชุดใหม่ของวัด และทนายความยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลของวัด ทำให้ยังต้องรอความชัดเจนก่อนที่จะสามารถให้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วน จึงขอเลื่อนการแถลงข่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ด้านนายบรรเจต เทพพำนัก เลขานุการกองกิจกรรมพิเศษของวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวว่า สาเหตุของการเลื่อนการแถลงข่าวเป็นเพราะปัจจุบันมีกระแสข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ ทางวัดจึงไม่สามารถตอบคำถามของสื่อมวลชนได้ในแต่ละวัน เพราะหากตอบวันนี้ ก็อาจมีประเด็นใหม่เกิดขึ้นอีก ทำให้ต้องเลื่อนการแถลงข่าวออกไปก่อน

ทำไมหลวงพ่ออลงกตถึงเลื่อนแถลงข่าว?

การเลื่อนแถลงข่าวของหลวงพ่ออลงกตในครั้งนี้สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่ายถึงสาเหตุที่แท้จริง แม้ว่าทางวัดจะให้เหตุผลเรื่องการรวบรวมหลักฐานและรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีกระแสข่าวลือต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการแถลงข่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการที่ทุกฝ่ายรอคอยความชัดเจนและความโปร่งใสจากวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยและความกังวลต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม การเลื่อนแถลงข่าวของหลวงพ่ออลงกต อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อวัดพระบาทน้ำพุ ดังนั้น ทางวัดควรเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานและให้ข้อมูลที่ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อรักษาความศรัทธาและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อวัดต่อไป

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีกำหนดการแถลงข่าวที่แน่นอน แต่เรายังคงหวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววัน และทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี

ที่มา – “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เลื่อนแถลงข่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สหรัฐฯ หวังไทย-กัมพูชา ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในไทย ยืนยันรัฐบาลสหรัฐฯ คาดหวังรัฐบาลไทย-กัมพูชา ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง เพื่อยุติความขัดแย้ง ไม่มีความเห็นกรณีบุคคลหรือเอกชนของสหรัฐถูกว่าจ้าง

วันที่ 17 ส.ค. 2568 นายคริส ดี. เฮลม์แคมป์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น กรณีที่ทางการกัมพูชาจ้างว่านายไมเคิล อัลฟาโร ล็อบบี้ยิสต์ ทำข่าวโจมตีประเทศไทยว่า สหรัฐฯ ไม่มีความเห็นต่อการดำเนินการของบุคคลภาคเอกชนใด ๆ รัฐบาลสหรัฐอเมริกายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในเจตจำนงที่จะให้การหยุดยิงครั้งนี้ดำรงอยู่ และพัฒนาไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและถาวร ประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรูบิโอ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยจะปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างครบถ้วน เพื่อยุติความขัดแย้งนี้ นายคริสกล่าวด้วยว่า เรายังคงสนับสนุนรัฐบาลมาเลเซียในการทำงานร่วมอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทย เพื่อจัดทำกรอบข้อตกลงการหยุดยิง และดำเนินการตามกลไกการสังเกตการณ์ภายใต้การนำของอาเซียนในทั้งสองฝั่งของพรมแดน

สหรัฐฯ หวังไทย-กัมพูชา ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนมายาวนาน การที่สหรัฐอเมริกาออกมาแสดงความคาดหวังให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงนั้น แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนานาชาติต่อสถานการณ์ที่อาจบานปลายกลายเป็นความรุนแรงได้

ความคาดหวังของสหรัฐฯ ต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างไทยและกัมพูชา การที่ทั้งสองฝ่ายสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี

ผลกระทบของการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง อาจนำไปสู่:

  • การปะทะกันที่รุนแรงขึ้น
  • ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน
  • ความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างประเทศ
  • ความไม่มั่นคงในภูมิภาค

ทำไมการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงจึงสำคัญ

การปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงไม่ใช่แค่การหยุดยิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี การที่ทั้งสองฝ่ายนั่งลงพูดคุยกันด้วยเหตุผลและเคารพซึ่งกันและกัน จะนำไปสู่ทางออกที่ยั่งยืนกว่าการใช้กำลัง

นอกจากนี้ การปฏิบัติตามข้อตกลงยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ ที่ต้องการเห็นความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง การที่ผู้นำให้ความสำคัญกับความต้องการของประชาชน จะสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาในรัฐบาล

การที่สหรัฐฯ ยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ หวังไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงนั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่านานาชาติให้ความสำคัญกับสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค การที่ทั้งสองประเทศร่วมมือกันเพื่อสร้างสันติภาพ จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก

ประเทศไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

การที่รัฐบาลไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างครบถ้วน เพื่อยุติความขัดแย้งนี้นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ เพื่อความสงบสุขและสันติภาพที่ยั่งยืน

รัฐบาลสหรัฐฯ หวังไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง เพื่อความมั่นคงในภูมิภาคอย่างแท้จริง

ที่มา – โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในไทย ยืนยันรัฐบาลสหรัฐฯหวังไทย-กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง