วัน: 21 สิงหาคม 2025

สว.พิสิษฐ์ ยัน! ไม่มีการคว่ำงบรายจ่ายปี 69

สว.พิสิษฐ์ ยัน! ไม่มีการคว่ำงบรายจ่ายปี 69

ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับความตั้งใจของวุฒิสภา (สว.) ที่จะคว่ำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ล่าสุด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยระบุว่าเป็นเพียง “มโน” ของผู้ที่ปล่อยข่าวเท่านั้น

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้แถลงข่าวยืนยันว่า วุฒิสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวันที่ 1-2 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยจะเน้นการพิจารณาใน 4 ประเด็นหลักที่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ

4 ภัยคุกคามหลักที่ สว. จะพิจารณาในการพิจารณางบรายจ่ายปี 69

  • ภัยเศรษฐกิจ: ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงรายได้ของประชาชนที่ลดลง
  • ภัยความมั่นคง: ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
  • ภัยธรรมชาติ: ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
  • ภัยสังคม: ปัญหายาเสพติด พนันออนไลน์ และบุหรี่ไฟฟ้า

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สว. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ อย่างเร่งด่วนภายใน 20 วันตามที่กำหนด และยืนยันว่าการกล่าวหาว่าวุฒิสภาจะคว่ำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ของ สว. แต่ละคน และไม่มีการบังคับขู่เข็ญใดๆ ทั้งสิ้น

“คนที่กล่าวหา สว. เรื่องคว่ำงบรายจ่ายปี 69 ภาษาชาวบ้านคือ มโนสำคัญกว่าข้อเท็จจริง” นายพิสิษฐ์กล่าว “ขอยืนยันว่า สว. ไม่เคยมีการหารือเรื่องการคว่ำงบรายจ่ายปี 69 แต่อย่างใด”

การแถลงข่าวของนายพิสิษฐ์ มีขึ้นเพื่อตอบโต้กระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดและความกังวลให้กับประชาชนเกี่ยวกับอนาคตของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

ประเด็นที่ สว. จะให้ความสำคัญในการพิจารณางบประมาณ คือการที่งบประมาณดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ด้านที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หาก สว. พิจารณาแล้วเห็นว่างบประมาณที่เสนอมานั้นไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ก็อาจมีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการบริหารประเทศ เนื่องจากเป็นแผนการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลในรอบปีงบประมาณถัดไป การที่วุฒิสภาเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงเป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่า งบประมาณจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้น การออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการคว่ำงบรายจ่ายปี 69 ของ สว.พิสิษฐ์ จึงเป็นการสร้างความกระจ่างและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้การพิจารณางบประมาณในปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพต่อไป

ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2569 ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวและเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของคุณ

ที่มา – “สว.พิสิษฐ์” ซัดให้หยุดมโนวุฒิสภาจ้องคว่ำงบรายจ่ายปี 69 ยันไม่เคยหารือกัน

สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อรีพับลิกัน

สมาชิกรัฐสภารัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทำให้พรรครีพับลิกันมีข้อได้เปรียบในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปีหน้า นี่คือประเด็นสำคัญที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้: สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน

ฝ่ายนิติบัญญัติรัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ปีหน้า โดยมติผ่านในสภาผู้แทนราษฎรรัฐเท็กซัสด้วยคะแนนเสียง 88 ต่อ 52 หลังการเผชิญหน้าทางการเมืองยืดเยื้อนานกว่า 2 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตของรัฐเท็กซัสบางส่วนได้หลบหนีออกนอกเขตของรัฐ เพื่อขัดขวางการลงมติและดึงความสนใจจากสาธารณะต่อแผนดังกล่าว ส่งผลให้เกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส  จากพรรครีพับลิกัน ออกคำสั่งจับกุม พร้อมมีรายงานว่ามีตำรวจติดตามตรวจบ้านพักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตที่ไม่เข้าร่วมการประชุม

เมื่อเดโมแครตกลับเข้าสภาในสัปดาห์นี้ ดัสติน เบอร์โรวส์ ประธานสภารัฐเท็กซัส ได้สั่งล็อกประตูห้องประชุมเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการลงคะแนนอีกครั้ง และถึงขั้นให้ตำรวจคอยควบคุมสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนเพื่อให้กลับมาลงมติในวันพุธ แต่บางราย เช่น นิโคล คอลเลียร์ เลือกนอนค้างในห้องประชุมเพื่อประท้วงการบังคับดังกล่าว

แผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่จะสร้างเขตเลือกตั้งที่เอื้อต่อพรรครีพับลิกันเพิ่มขึ้นอีก 5 เขต ซึ่งอาจช่วยให้พรรคคงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้ ท่ามกลางความพยายามของรัฐอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคการเมืองทั้งสองพรรค เช่น แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และฟลอริดา ที่กำลังร่างแผนเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อตอบโต้ โดยแคลิฟอร์เนียกำหนดว่า แผนจะมีผลก็ต่อเมื่อรัฐเท็กซัสเดินหน้ากับแผนที่เอื้อต่อรีพับลิกันจริง

แผนดังกล่าวก่อให้เกิดข้อถกเถียงเรื่อง gerrymandering หรือการปรับเขตเลือกตั้งเพื่อเอื้อฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติของพรรคการเมืองหลักทั้งสองพรรคและถือเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย เว้นแต่จะมีการตัดสินว่ามีแรงจูงใจจากเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน การปรับเขตเลือกตั้งที่ได้รับการอนุมัติในปี 2021 หลังการทำสำมะโนประชากรล่าสุด ยังคงอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องในข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

นักการเมืองพรรคเดโมแครตและกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า เขตเลือกตั้งใหม่นี้จะทำให้เสียงของชนกลุ่มน้อยถูกลดทอนลง อันเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลาง พร้อมขู่ว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อยับยั้งการบังคับใช้.

สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อรีพับลิกัน

การปรับเขตเลือกตั้งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองการปกครองของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้พรรครีพับลิกันมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาคองเกรสได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับเขตเลือกตั้ง

เมื่อ สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน เราอาจเห็นผลกระทบดังต่อไปนี้:

  • พรรครีพับลิกันมีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากขึ้นในรัฐเท็กซัส
  • เสียงของชนกลุ่มน้อยอาจถูกลดทอนลง
  • เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายเพื่อท้าทายความชอบธรรมของแผน
  • ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันรุนแรงขึ้น

แน่นอนว่าผลกระทบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงผลการดำเนินงานของเศรษฐกิจ ปัญหาทางสังคม และความนิยมของแต่ละพรรคการเมือง

การปรับเขตเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองการปกครองของสหรัฐฯ การที่สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ที่เอื้อประโยชน์แก่พรรครีพับลิกันได้จุดประกายความขัดแย้งทางการเมืองและอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาคองเกรสในอนาคต

ที่มา – สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน

เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. “อิ๊งค์” รอด้านนอก: ศาลย้ำความลับ!

ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มต้นการเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด โดยเรียกนายฉัตรชัย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าให้การเป็นปากแรก พร้อมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกไปรอด้านนอกก่อน ศาลเน้นย้ำว่าคดีนี้เป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคง และสั่งห้ามทุกฝ่ายเปิดเผยรายละเอียดการไต่สวน หรือบิดเบือนข้อกฎหมายใดๆ ที่อาจทำให้สังคมเกิดความสับสน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด ในกรณีที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงถึงกระบวนการพิจารณาว่า วันนี้เป็นการนัดเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด พยานบุคคลที่ถูกเรียกมาให้ถ้อยคำในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม มาตรา 82 ว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ศาลไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในการเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด เนื่องจากพยานบุคคลที่มาให้ถ้อยคำเป็นพยานคู่ และคดีเป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ห้ามมิให้ผู้เข้ารับฟังการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ นำข้อความการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะการสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้มีการรายงานผู้มาศาลของคู่กรณี โดยฝ่ายผู้ร้องทางประธานวุฒิสภามอบฉันทะให้ผู้แทนมาศาลประกอบด้วย 1. พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. 2.พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. 3. นายชนินทร์ แก่นหิรัญ 4. นายตฤณ แก่นหิรัญ และ 5. นายอมร สุวรรณโนจน์ ส่วนผู้ถูกร้อง คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพยานบุคคล คือนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ)

ต่อมา นายนครินทร์ แจ้งว่าในการไต่สวนศาลได้มอบหมายให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนพดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินการไต่สวน และมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านอื่นร่วมซักถาม โดยนายวิรุฬห์ ได้ขอไต่สวนเลขาธิการ สมช. เป็นปากแรก และขอให้นายกรัฐมนตรีออกไปรอด้านนอก นอกจากนี้ หากฝ่ายผู้ร้องต้องการซักถามพยาน ต้องได้รับการอนุญาตจากองค์คณะตุลาการฯ ก่อน

อย่างไรก็ตาม นายฉัตรชัย กล่าวก่อนที่จะเริ่มการไต่สวนว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ผมนายฉัตรชัย บางชวด ขอให้ความด้วยความสัตย์จริงทุกประการ” ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสัญญาณการถ่ายทอดจากกล้องวงจรปิดออกไป

เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด

ติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด: เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช.

การไต่สวนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในอนาคต การที่ศาลเน้นย้ำถึงความลับและความมั่นคงของชาติ แสดงให้เห็นว่าคดีนี้มีความละเอียดอ่อน และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ที่มา – เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด

ภูมิธรรมฟ้อง อ.ธนพร หมิ่นประมาท หากขอโทษ?

“ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่หลายคนจับตามอง เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับ อ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมือง ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ทำลายเกียรติยศและเกียรติภูมิของผู้อื่น

ภูมิธรรมฟ้อง อ.ธนพร หมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง อ.ธนพร ศรียากูล ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คำถามสำคัญที่ตามมาคือ หาก อ.ธนพร ออกมาขอโทษ จะมีการยุติเรื่องหรือไม่? นายภูมิธรรมได้ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนว่า เป็นเรื่องที่ทนายความเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากได้มอบหมายให้ทนายจัดการเรื่องนี้ไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

ฟ้องหมิ่นประมาท: จุดยืนของภูมิธรรม

นายภูมิธรรมยังกล่าวอีกว่า หากพบว่ามีการกระทำที่เกินเลย พูดแล้วไม่รับผิดชอบ ทำลายเกียรติยศเกียรติภูมิของผู้อื่น และก่อให้เกิดความสับสนต่อปัญหาของประเทศ ก็จะดำเนินการฟ้องร้องอย่างแน่นอน ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง

หลายคนอาจมองว่าการฟ้องร้องระหว่างนักการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ในประเด็นนี้ นายภูมิธรรมได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาก็มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นการกระทำที่เกินเลยไปถึงการทำลายเกียรติภูมิของครอบครัว

นายภูมิธรรมเน้นย้ำว่า การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่หากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่สุจริตและนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ ถือเป็นเรื่องที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบ และควรที่จะตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่มาถามผู้เสียหาย

  • การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเป็นสิ่งที่พึงกระทำ
  • ข้อมูลที่นำมาวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นความจริงและมีหลักฐาน
  • การทำลายเกียรติยศและเกียรติภูมิของผู้อื่นเป็นการกระทำที่ไม่สมควร

สถานการณ์ “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีความรับผิดชอบ การวิพากษ์วิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีหรือทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น

ในขณะที่หลายคนอาจมองว่าการฟ้องร้องเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง และไม่ควรปล่อยให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือสร้างความเสียหายโดยไม่มีการตรวจสอบ

ประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการปกป้องสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องพิจารณาและถกเถียงกันต่อไป เพื่อสร้างบรรยากาศของการแสดงความคิดเห็นที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเคารพซึ่งกันและกัน

สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากกรณี “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย คือการตระหนักถึงความรับผิดชอบในการใช้คำพูดและการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นในโลกออนไลน์หรือออฟไลน์ การตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ และการเคารพในสิทธิของผู้อื่น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ที่มา – “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย

กองทัพบก รับสมัครพลทหารออนไลน์ ปี 69

กองทัพบกเปิดรับสมัครครั้งสำคัญ! สำหรับชายไทยที่สนใจเข้ารับราชการทหาร รับสมัครพลทหารออนไลน์ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึง 25 มกราคม 2569 โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นที่น่าสนใจคือ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา! นี่เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ต้องการรับใช้ชาติและสร้างประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่า

รับสมัครพลทหารออนไลน์ประจำปี 2569

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพบกประกาศเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการสำหรับ รับสมัครพลทหารออนไลน์ประจำปี 2569 โดยเปิดรับสมัครผ่านช่องทางออนไลน์และหน่วยทหารใกล้บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่สนใจทั่วประเทศ

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร รับสมัครพลทหารออนไลน์ประจำปี 2569

ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการสมัคร เรามาดูกันก่อนว่าคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครมีอะไรบ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กองทัพบกกำหนด

  • ทหารกองเกิน ที่มีอายุ 18-20 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2549-2551)
  • ทหารกองเกิน ที่มีอายุ 22-29 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกฯ แล้ว แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ
  • ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

จากคุณสมบัติข้างต้น จะเห็นได้ว่าโอกาสเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่สนใจ ไม่ว่าคุณจะจบการศึกษาในระดับใดก็ตาม หากมีใจรักชาติและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก โอกาสของคุณมาถึงแล้ว

ช่องทางการสมัคร

การสมัคร รับสมัครพลทหารออนไลน์ประจำปี 2569 สามารถทำได้ 2 ช่องทางหลักๆ ดังนี้

  1. สมัครผ่านระบบอินเทอร์เน็ต: สามารถสมัครได้ด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. สมัครด้วยตัวเอง: สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการสมัครออนไลน์ สามารถเดินทางไปสมัครด้วยตัวเองได้ที่หน่วยทหาร หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน

ไม่ว่าคุณจะเลือกสมัครผ่านช่องทางใด สิ่งสำคัญคือการเตรียมเอกสารให้พร้อมและกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนสมัคร

ก่อนตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการทหาร มีสิ่งที่คุณควรรู้และทำความเข้าใจอย่างละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตทหาร: ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบวินัย การฝึกฝน และการใช้ชีวิตประจำวันของทหาร
  • เตรียมร่างกายให้พร้อม: ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถรองรับการฝึกที่เข้มข้นได้
  • ปรึกษาครอบครัว: พูดคุยกับครอบครัวและขอคำปรึกษา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและสนับสนุนการตัดสินใจของคุณ

การเป็นทหารไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าภาคภูมิใจ หากคุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง กองทัพบกพร้อมต้อนรับคุณเสมอ

การเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับชายไทยที่ต้องการรับใช้ชาติและพัฒนาตนเอง หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความตั้งใจจริง อย่ารอช้า รีบสมัครเลย!

ที่มา – กองทัพบก เปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

เกาะติด! “แพทองธาร” ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ไต่สวนคดี

ไทยรัฐร่วมถ่ายทอดสด เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด “นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร” เดินทางมาถึงแล้ว พร้อมสามี-พี่สาว และหมอพรหมินทร์ เตรียมเข้าสู่การไต่สวนพยานบุคคล

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 10.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

โดยวันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการถ่ายทอดภาพจากวงจรปิดจากห้องพิจารณาคดีลงมาให้สื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวได้รับชมผ่านโทรทัศน์ที่ทางศาลเตรียมไว้บริเวณโถงด้านล่าง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังภายในห้องขณะไต่สวน ซึ่งไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีจะร่วมเกาะติดและรายงานสถานการณ์ที่สำคัญนี้ด้วย

ในเวลา 09.27 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี  นายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสของนายกรัฐมนตรี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ผู้เป็นพี่สาว โดย น.ส.แพทองธาร สวมชุดสีดำ เสื้อเชิ้ตที่สวม ยิ้มและยกมือสวัสดี-รับไหว้ทักทายสื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าว โดยไม่ได้พูดคุยหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้น 2 ในเวลา 09.35 น. เพื่อเข้าสู่ห้องพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมาถึงก่อนเวลาที่ศาลนัดประมาณ 1 ชั่วโมง

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคณะ เดินทางเข้ามาติดตามการรับฟังในฐานะผู้สังเกตการณ์ตามที่ศาลอนุญาตด้วย โดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโทรทัศน์ที่จัดเตรียมไว้ให้ได้ติดตามบรรยากาศการไต่สวน อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการไต่สวนพยานบุคคล ศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น รวมถึงนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ.

การเดินทางมาศาลรัฐธรรมนูญของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีคลิปเสียงและการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง

จับตาการไต่สวนคดีคลิปเสียง “แพทองธาร”

การไต่สวนในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาคดี โดยศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงคำให้การของ น.ส.แพทองธาร และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวมีผลต่อความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่

  • ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม:
  • การชี้แจงของ น.ส.แพทองธาร เกี่ยวกับคลิปเสียง
  • การพิจารณาพยานหลักฐานของศาลรัฐธรรมนูญ
  • ผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมือง

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ

อย่าลืมติดตามข่าวสารและสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย

ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ที่มา – ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง

คมนาคมโชว์ผลงาน! **เบิกจ่ายงบปี 68** ทะลุเป้า

คมนาคม โชว์เบิกจ่ายงบลงทุนปี 68 แล้วกว่า 1.27 แสนล้าน มอเตอร์เวย์ M6 พร้อมวิ่งตลอดเส้นปี 69

กระทรวงคมนาคมเผยผลการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 68 เกินเป้าหมาย พร้อมอัปเดตความคืบหน้าโครงการสำคัญ ทั้งมอเตอร์เวย์ M6 และรถไฟทางคู่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 68 ว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 สามารถเบิกจ่ายงบประมาณสะสมได้ถึง 127,629.81 ล้านบาท คิดเป็น 60.14% นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางจิระ

ความคืบหน้าโครงการสำคัญ: มอเตอร์เวย์ M6

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยงานโยธาแล้วเสร็จไปแล้ว 98.08% คาดว่าจะสามารถเปิดให้วิ่งได้ตลอดเส้นทางภายในปี 2569 ด้านงานระบบมีความก้าวหน้า 77.75% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีเดียวกัน ส่วนโครงการ Rest Area จำนวน 15 แห่ง อยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน และมีแผนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2571

งบประมาณปี 2569: เพิ่มขึ้นกว่า 8%

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 265,406.77 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ถึง 20,829.80 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.52% แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการเร่งรัดการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในบางพื้นที่ โดยได้มีการศึกษาและวางแผนการจัดการจราจรเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

ในส่วนของการบินพลเรือน ประเทศไทยเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจประเมินจาก ICAO เพื่อยืนยันมาตรฐานด้านการบินและสร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 68 ของกระทรวงคมนาคมเป็นไปในทิศทางที่ดี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม

เป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานในทุกโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และเพื่อให้โครงการต่างๆ เสร็จสิ้นตามแผนที่กำหนด

ดังนั้น การเบิกจ่ายงบลงทุนปี 68 ที่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงความคืบหน้าของโครงการต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ที่มา – คมนาคม โชว์เบิกจ่ายงบลงทุนปี 68 แล้วกว่า 1.27 แสนล้าน มอเตอร์เวย์ M6 พร้อมวิ่งตลอดเส้นปี 69

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช เอมมั่นใจ

“แพทองธาร ชินวัตร” พร้อม “ทักษิณ” และครอบครัว เข้าเฝ้า “สมเด็จพระสังฆราช” วันคล้ายวันเกิดอายุ 39 ปี “เอม พินทองทา” เชื่อมั่นน้องเจตนาบริสุทธิ์ ทำเพื่อประเทศ อวยพรให้ผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม โพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว aimpintongta ซึ่งมี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (บิดา) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ (คู่สมรสของ น.ส.แพทองธาร) นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามีของ น.ส.พินทองทา) และ ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ หรือ น้องธิธาร ลูกสาวคนโตของ น.ส.แพทองธาร ขณะเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 39 ปีของ น.ส.แพทองธาร

น.ส.พินทองทา ระบุข้อความว่า “เมื่อวานนี้ วันที่ 20 สิงหาคม ครอบครัวของเรา ได้รับพระวโรกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นับเป็นมงคลอันประเสริฐยิ่ง ในวาระวันคล้ายวันเกิดครบ 39 ปี ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นับเป็นสิริมงคลและเป็นบุญบารมีให้กับครอบครัวเราอย่างยิ่งค่ะ” โดยมีเพลง Blessing ของ Hollow Coves ประกอบ

ในเวลาต่อมา น.ส.พินทองทา ยังได้โพสต์ภาพเค้กวันเกิด และโพสต์ภาพคู่กับ น.ส.แพทองธาร อีกครั้งเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 21 สิงหาคม พร้อมข้อความว่า “แด่น้องรัก …อย่างที่เคยบอกเสมอว่า พี่รักและภูมิใจในตัวน้องเล็กของบ้านทุกวัน…. ตั้งแต่เติบโตด้วยกันมา 39 ปี น้องเป็นคนเข้มแข็งเสมอ (ปนดุบ้าง) และมักจะทำทุกอย่างด้วยใจ พูดตรงไปตรงมาชัดเจน จนบางทีพี่ต้องตั้งสติก่อนไม่งั้นตกใจในความชัดเจนได้… น้องเป็นคนทุ่มเททำทุกอย่างด้วยความเต็ม 200% โดยเฉพาะเรื่องปกป้องคนที่รัก น้องจริงใจและใจดีมากๆ อาจจะไม่ง่ายที่จะมองออกจากบุคลิกที่เข้มแข็งของน้อง แต่พี่มั่นใจว่าถ้าถามทุกคนที่ใกล้ชิดจะรู้และพูดเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้แน่นอน… ซึ่งพี่อบอุ่นทุกครั้งที่ไปไหนเราไปด้วยกันตัวติดกันเหมือนฝาแฝด

วันเกิดปีนี้เช่นเคย พี่ขอให้น้องมีสุขภาพที่แข็งแรงมีจิตใจที่ใสบริสุทธิ์… มีสติและทำทุกอย่างด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ตั้งใจทุ่มเททำเพื่อประเทศและทุกคนแบบที่น้องทำมาตลอด…พี่เชื่อมั่นว่า เจตนาที่บริสุทธิ์ และความเสียสละของน้องจะเป็นบุญอันใหญ่หลวงที่ปกป้องให้น้องผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

วันนี้หรือวันไหนๆ เมื่อไหร่หันมาจะเจอพี่และคนที่รักและมั่นใจในตัวน้องอีกมากมาย… ส่งพลังและกำลังใจให้เจ้าของวันเกิดในวันนี้ค่ะ… สุขสันต์วันเกิดจ้า รักเธอเสมอออออ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในวันนี้เวลา 10.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาด้วย ก่อนที่จะนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ถึงความเป็นรัฐมนตรีว่าจะต้องสิ้นสุดลงหรือไม่.

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช เอมมั่นใจ

เรื่องราวของ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมั่นของ “เอม พินทองทา” ที่มีต่อน้องสาว

ทำไมเรื่อง “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ถึงเป็นที่สนใจ?

การที่ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราชนั้น แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวชินวัตรกับสถาบันศาสนา

เหตุการณ์ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราชนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันศาสนาในสังคมไทย และความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อศาสนาพุทธ การที่ครอบครัวของนักการเมืองชื่อดังให้ความสำคัญกับศาสนา ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนหันมาสนใจและทำนุบำรุงศาสนามากยิ่งขึ้น

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

ที่มา – “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช วันเกิด 39 ปี “เอม” เชื่อมั่นเจตนาบริสุทธิ์

อัมสเตอร์ดัมส์เปิดเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่

อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่ “SAIL 2025” ฉลอง 750 ปีเมืองหลวงเนเธอร์แลนด์ ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปจับจองพื้นที่ริมคลองสายหลักในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อชมขบวนพาเหรดเรือประวัติศาสตร์หลายร้อยลำที่แล่นเข้าสู่เมือง ในพิธีเปิด SAIL 2025 เทศกาลทางทะเลครั้งใหญ่ที่จัดขึ้น 5 วัน เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์การเดินเรือของเมืองหลวงเนเธอร์แลนด์

เรือจากนานาประเทศ ตกแต่งด้วยธงหลากสีสันตามเสากระโดงและเชือกใบเรือ ออกเดินทางจากเมืองชายฝั่ง ไอจ์เมาเดิน บนทะเลเหนือ ใช้เวลาหลายชั่วโมงล่องผ่านคลอง North Sea Canal ก่อนเข้าสู่แม่น้ำไอจ์ใจกลางอัมสเตอร์ดัม สัญญาณเปิดงานเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือใบ “Stad Amsterdam” แบบสามเสากระโดง แล่นผ่านประตูน้ำพร้อมเสียงแตรเรือก้องกังวาน และหมอกควันสีส้มพวยพุ่งขึ้นฟ้า เรือแต่ละลำที่เข้าสู่ท่าเรือจะได้รับการต้อนรับด้วยการยิงปืนใหญ่ 2 นัด และบรรเลงเพลงชาติของประเทศเจ้าของเรือ นอกจากนั้น ยังมีเรือเล็กหลายร้อยลำที่บรรทุกผู้ชมแล่นเคียงข้างเรือที่มาเยือนจากต่างประเทศ สร้างภาพบรรยากาศคึกคักทั่วคูคลอง

อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่

งาน SAIL จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี และดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายแสนคนจากทั่วโลก โดยในปี 2020 ถูกยกเลิกไปเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่มีการจัดงาน คริส ยันส์เซนหัวหน้าฝ่ายสื่อสารของงาน SAIL ยอมรับว่า การกลับมาจัดอีกครั้งหลังถูกยกเลิก ทำให้ต้องเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่รู้จักงานนี้มาก่อน พิธีพาเหรดเมื่อวันพุธปิดท้ายด้วยการแสดงพลุไฟยามค่ำคืน โดยเรือทั้งหมดจะจอดเทียบท่าอยู่ในอัมสเตอร์ดัมตลอดสุดสัปดาห์ โดยหลายลำเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้

เทศกาล SAIL จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1975 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 700 ปีกรุงอัมสเตอร์ดัม และในปีนี้ยังตรงกับโอกาสครบรอบ 750 ปีของเมือง อีกด้วย

ไฮไลท์เด่นของเทศกาลอัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่

  • ขบวนพาเหรดเรือประวัติศาสตร์นับร้อยลำ
  • การแสดงพลุไฟยามค่ำคืนสุดอลังการ
  • โอกาสเข้าชมเรือโบราณจากนานาประเทศ

สำหรับใครที่สนใจเข้าร่วมชมงาน อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่ ถือเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นงานที่จัดขึ้นเพียงทุกๆ 5 ปีเท่านั้น และยังเป็นการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองอัมสเตอร์ดัมอีกด้วย งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงเรือสวยงาม แต่ยังเป็นการรวมตัวของผู้คนจากทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมทางทะเลและประวัติศาสตร์ร่วมกัน

นอกจากนี้ การจัดงานยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองอัมสเตอร์ดัม ทำให้เกิดการสร้างรายได้ในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ดังนั้น อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ที่มา – อัมสเตอร์ดัมส์เปิดฉากเทศกาลเรือโบราณสุดยิ่งใหญ่